7 ชั่วโมงที่แล้ว • บันเทิง

"SINGLE'S INFERNO 5 - เกาะสวรรค์ของหัวใจ"

เรียกได้ว่าทวงคืนความเร่าร้อน
ปลุกทุกกระแสให้ลุกโชติช่วงได้อีกครั้ง!
สำหรับ "Single’s Inferno" รายการเรียลลิตี้
หาคู่สุดไวรัลจากเกาหลีใน SS5
ที่นอกจากจะนำจุดเด่นเดิมกลับมา
ทั้งความระกำลำบากและการแข่ง
สุดแสนดุเดือดในเกาะนรก
พาใจคนดูหมกไหม้ไปกับปม
ความสัมพันธ์ที่สลับทับซ้อน
ซ่อนดราม่าแทบทุกช่วง
อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือการสร้างโมเมนต์
"Talk of The Town" ออกมาได้เรื่อยๆ
ชวนแฟนๆ และพิธีกรพากันขบคิด
นั่งไม่ติดจอ รอลุ้นทุกวันอังคาร
เดาถูก เดาผิดสลับกันไป
รายการจบแล้วเรือก็ยังแล่น
ลุ้นกันต่อว่าความสัมพันธ์จะสานต่อไปถึงไหน
ยังได้คบจริงนอกจอหรือพอแค่จากที่เห็นกัน
เลยอยากชวนทุกคนมาดื่มด่ำ
เรื่องราวระหว่างทางของ SS5 อีกครั้ง
สำหรับใครที่ดูจบแล้วเท่านั้นนะครับ
เอาล่ะอัปโหลดข้อมูลละ ปิ๊บๆ
"Ok, Let's go baby!"
.
.
.
1. จะมีใครเชื่อมั่นในตัวเรา ถ้าเรายังไม่เชื่อมั่นในตัวเอง สิ่งนี้เป็นจุดที่ผมรู้สึกเสียดายที่สุดในตัว "ฮัมเยจิน" ออนนี่ผู้ประกาศข่าวสาวสวย แต่กลับไม่รวยเสน่ห์อย่างที่คิด
นอกจากจะไม่ใช้สิทธิการเป็นผู้เข้าแข่งขัน ทำความรู้จักใครๆ มากเท่าที่ควร เธอยังกระอักกระอ่วน มีโอกาสถูกเลือกไปเกาะสวรรค์กับ "โจอีกอน" ดาราหนุ่มหล่อล่ำที่เข้ามาเปลี่ยนเกมแต่กลับช็อตฟีลอีกฝ่าย จริตจก้านใดๆ ล้วนไม่มั่นใจ ไร้เสน่ห์ เขาเสนอวิธีจีบผู้มาก็เฉยต่อ
ส่องกระจกแล้วยังไม่มั่นใจ คิดว่าวัย 30 ปีคือความแก่หรือขาลง ทั้งที่ผู้หญิงวัยนี้แหละกำลังสวยสะพรั่ง เต็มไปด้วยออร่าและประสบการณ์ แต่เยจินกลับไม่เชื่อมั่น คิดลบ พูดลบกับตัวเอง กลายเป็นจุดลดทอนเสน่ห์ไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ผู้ประกาศข่าวควรเป็นคนที่มั่นใจ แม้เรื่องงานกับรักจะคนละเรื่องก็ตาม แต่ความเชื่อมั่นมันอยู่ที่ตัวตน ทักษะ ฝีมือรวมกัน
พอเยจินแสดงออกมาแบบนั้น บุคลิกเธอเลยดูเงียบๆ เซื่องซึม หม่นหมองไปในทุกฉากทุกตอน แม้แต่ตอนแข่งขันก็ยังไม่มีอะไรให้ลุ้นตาม เริ่มมาแบบปัง จบไปแบบจางอย่างน่าเสียดาย ไม่มีใครเลือก และเธอก็ไม่เลือกใคร เข้าใจว่าผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนก็มีจุดประสงค์มาร่วมรายการต่างกัน ไม่หาคู่ ก็ต่อยอดงาน แต่กับเธอเหมือนจะไม่ได้อะไร
2. ใจที่มั่นคงคือสิ่งสำคัญ แต่หากมันมีบางอย่างที่ "มากไป" หรือ "เลี่ยนเกิน" ก็คงไม่อาจคว้ามือเธอ พาเดินออกจากเกาะนรกกันไป
อย่างในเคสของ "ฮยอนอู" โค้ชหนุ่มร่างยักษ์ สาย Tank สุดแกร่งทรงพลัง แค่ย่ำเท้าเข้าการแข่ง อีกฝ่ายก็พร้อมจะถูกดีดปลิวเป็นกระดาษ แกร่งทั้งในเกมและหัวใจ ไม่มีใครสั่นคลอนความรักที่เขามีต่อ "โกอึน" แมวสาวพราวเสน่ห์แสนเซ็กซี่ได้เลย
ถ้ามีโอกาสที่จะได้ทำความรู้จักกับเธอเพิ่มเติม ยิ่งการไปเกาะสวรรค์ด้วยกัน เขาพร้อมทุ่มหมดหน้าตัก นำทักษะด้านกีฬามาใช้จนสุด แบบในเกมแข่งแย่งบอลในน้ำ และแย่งธงตอนท้าย ก็อาศัยความเก๋าเกม ใช้กลยุทธ์พลิกแพลง วิ่งข้างบ่อ ใช้พื้นที่บนบกย่อมเร็วกว่า คว้าธง คว้าสิทธิเลือกเธอไปได้อย่างหมดจด จนทั้งพิธีกร ทั้งผมและเชื่อว่าใครหลายคนน่าจะคิดว่านี่คือเวลาของเขาแน่ๆ
อนิจจาหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะเวลาเรารักใครมากๆ แล้วรีบเผยไต๋ แบไพ่ แสดงออกไปเรื่อยๆ มันก็อาจกลายเป็นเลี่ยน ไม่น่าค้นหา เหมือนวางคุณค่าของเราไปอยู่ที่เขาจนหมด แล้วยิ่งฮยอนอูเป็นหนุ่มสไตล์จริงจัง ซื่อตรง มั่นคงเสียจนไม่มีลูกเล่นอื่น การเข้าหา พูดคุยของเขามันเลยทื่อๆ หยอดคำหวาน ยิงคำรักที่ชวนอื้อหืออ พี่เขาหลุดมาจากนิยายรึเปล่า?
ซึ่งเอาจริงๆ การแสดงความโรแมนติคมันไม่ผิดหรอก เพียงแต่มันยังไม่ถึงจังหวะ ไม่ใช่เวลาที่เหมาะเจาะ เพราะความสัมพันธ์ก็ยังอยู่ในช่วงดูเชิงกันอยู่ พอโกอึนรู้ว่าเขาเทใจให้หมด ฉันเป็นของเธอแล้วล่ะ ฉันชอบเธอจริงๆ นะ สำหรับผู้หญิง บางทีก็อาจทำให้เธอหมดลุ้น หมดสนุก และตามมาด้วยความอึดอัด เหมือนหนังรักที่ปูเรื่องมาอย่างดี แต่แล้วก็เฉลยหมดเปลือกกลางคัน
ซ้ำร้ายด้วยความเมา ยังทำให้เขาบุ่มบ่าม ลุ่มล่าม มือไม้เป็นปลาหมึก จับผม เล่นหูอีกฝ่าย กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ไม่มีวันกลับ ทำฟีลแฟนไปก่อน ทั้งที่ยังเป็นคนคุยดูเชิงกันอยู่ ไม่แปลกที่โกอึนจะออกห่าง และนานวันยิ่งจืดจาง
เมื่อฮยอนอูก็ยังคงเดินเกมรุกหนัก สาดคำหวานเหมือนเดิม กระทั่งในกิจกรรมรอบกองไฟ ตั้งแต่ใจฉันเป็นของเธอ ทุกวินาทีที่มีก็เพื่อเธอคนเดียวนะโกอึน อ่าา ถ้าเป็นความสัมพันธ์ที่บ่มเพาะจนเข้มข้นคบมานานมันคงดีแหละ แต่นี่อาจจะยัง...และมันทำให้ผู้หญิงไม่รู้จะแบ่งรับแบ่งสู้ยังไง เพื่อนๆ น้องๆ ผู้เข้าแข่งขันและพิธีกรก็พากันม้วนเลี่ยนไปมา
ถ้านี่คือการแข่งแฮนด์บอล ฮยอนอูคงเป็นผู้เล่นที่พยายามแต่จะยิงเข้าประตู ไม่ทันได้ดูบริบทรอบข้าง และพลาดทำตัวเองตกรอบไปแบบไม่ทันระวัง จะกลับมาอีกครั้งก็ยังเล่นแท็คติกเดิม เป็นโค้ชในเกม เรายังมีลูกทีมช่วยกันแก้ลำ แต่พอทำในส่วนของหัวใจ มีแต่ต้องเลือกจังหวะหนักเบาให้พอดี
และเกมรักครั้งนี้ ฮยอนอูก็พ่ายขาดลอย น้ำตารื้นละห้อยในตอนท้าย รู้ว่ายังไงเขาก็ไม่ได้ ก็ยังแอบสงสารจับใจ ลงแข่งครั้งหน้าต่อไป หวังว่าเขาจะไม่ทำ "ลูกบอล" หลุดมือเสียเอง ทั้งนี้ขอคารวะหัวใจที่มั่นคงแกร่งดั่งหินผา ยอมสละสิทธิ์ไปเกาะสวรรค์เมื่อไม่ได้ไปกับโกอึน
3. คนที่ใช่ ใครว่าไม่ต้องพยายาม!? นี่คือนิยามรักที่ "พัคฮีซอน" สาวสมาร์ตจากอเมริกา แสดงให้พวกเราเห็นตลอดมา ตั้งแต่ Day 1
ภายนอกเธออาจดูเงียบงัน ยิ้มเจื่อนๆ ไม่สู้ใคร แต่พอได้เจอคนของหัวใจอย่าง "อิมซูบิน" หนุ่มน่ารัก มาดขรึมเกินวัย เธอก็พร้อมสู้ตาE แสดงความรักมากมายให้เห็นและเป็นเช่นนั้นสม่ำเสมอ ทั้งจริตจก้านความเขินอายแบบเป็นธรรมชาติเวลาอยู่กับซูบิน ยิ่งตอนแข่งถ่ายแบบ sexy / ตอนยืนบนไม้กระดานก็ยิ่งให้ความรู้สึกเหมือนหัวใจค่อยๆ แนบกันขึ้นมา ค่อยๆ รัก ค่อยๆ เรียนรู้ไปด้วยกัน จนซูบินเริ่ม "สัมผัสได้" จากใจ ว่าเธอชอบเขาจริงๆ และไม่ได้พยายามมากจนเกินเลย โดยมีเสื้อคลุมอันอบอุ่นจากเขาเป็นสื่อแทนใจถึงเธอ
ต่อให้ระหว่างทางจะเจอ "ชเวมินาซู" เด็กนอกอีกคนที่เข้ามาเปลี่ยนเกม ปั่นป่วนใจใครหลายๆ คน โดยเฉพาะคู่เธอกับซูบิน ซ้ำร้ายอย่างยิ่งเมื่อช่วงท้ายเจอ "ซึงอิล" ที่ไม่รู้ผีที่ไหนเจาะปากให้พูดว่าซูบินนอนเตียงเดียวกับ "คิมมินจี" ตอนไผเกาะสวรรค์ด้วยกัน
แต่ฮีซอนก็ยังคงเก็บอาการ ข่มใจ และยังคงเป็น Nice Girl ต่อไปในแนวทางเธอ แม้ลึกๆ จะเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใดก็ตาม ตรงนี้ต้องขอบคุณ "ซองฮุน" หรือแซม เพื่อนบอยเด็กนอกด้วยกัน ที่เข้ามาปลอบโยนเธอในวันที่อ่อนล้าโรยแรง รวมถึงซูบินที่เข้ามาเคลียร์ใจว่าเขากับมินจีไม่ได้มีอะไร แค่ง่วงเพลียและหลับไปด้วยกัน (จริงๆ ซึงอิลควรมาขอโทษด้วยนะผมว่า อาจจะมีช็อตนั้น แต่ทีมงานตัดไป หรือไม่มีก็มิอาจทราบได้)
มาถึงตอนท้ายที่ต้องเลือก ฮีซอนที่แผลสดยังไม่หายดีมาก กลับทำให้ผมทึ่งเพิ่มขึ้นในแง่ที่ว่าเธอเองก็เป็นคนตรงไปตรงมา ก่อนนี้เหมือนจะยอมคน แทบไม่เคยพูดสวนหรือชิงเหลี่ยมกับมินาซู แต่พอรู้ข่าวที่ทำให้ตัวเองไม่โอเคเอาเสียเลย ก่อนจะแสดงด้านอันแข็งกร้าวออกมาว่าเธอเป็นคนเจ็บแล้วจำ ผูกใจเจ็บเหมือนกัน พริบตานั้นแอบมั่นใจว่าซูบินคงน้ำตาตกในกลับไป
ก่อนจะต้องทึ่งใหม่ ในการที่ต้าวกระต่ายฮีซอนยอมให้อภัย ให้โอกาสจับมือซูบินเดินออกจากเกาะนรกนี้ไปเดาะสวรรค์ในชีวิตจริงด้วยกัน เธอโคตรจะเป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่คิดจริงๆ และสิ่งที่ตอบแทนความพยายามของเธอ ก็คือความรักอันนุ่มละมุน เรียบง่ายแต่มั่นคงจากซูบิน ที่คบและรักกันจริงมาถึงนอกจอ ยินดีด้วยจากใจเลย
4. คนที่ใช่ สุดท้ายจะวนกลับมา! แบบที่คู่ "มินจี-ซึงอิล" ทำให้เห็นว่าพวกเขารู้สึกดีต่อกันมากเพียงใด แม้ระหว่างทางจะมีบททดสอบโหดหินแค่ไหน หรือมีตัวเปลี่ยนเกมวัดใจแบบแมรี่ซู จนทั้งคู่ปั่นปวนไปนานเหมือนกัน
ทว่ามินจีก็ยังแฟร์พอให้ซึงอิลได้ไปเกาะสวรรค์กับอีกฝ่ายจะได้หายคาใจ ส่วนเธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าลองสัมผัสตัวตนคนอื่นๆ จะรู้สึกเหมือนเดิมอยู่รึเปล่า? ยิ่งกับซูบินที่เป็นหนุ่มสปอร์ต มีตัวตนและไลฟ์สไตล์คล้ายนักวิ่งแบบเธอแทบทุกอย่าง สุดท้ายในใจก็ยังคงมีแต่ต้าวหมาเด็กวิ่งซุกซนอยู่ไม่เปลี่ยน แถมทำซึน ไม่แสดงออกว่าหึงห่วงง่ายๆ ต้องให้พี่เขามาง้อเสียด้วยสิ
แน่นอนว่าบททดสอบต่างๆ มันแอบบั่นทอนทั้งคู่ไปมาจนความเครียดสุมอก ยิ่งกับมินจีที่เลือกจะวิ่งในลู่เดิมแทบไม่เปลี่ยน หลายครั้งเธอก็แอบคิดว่าอาจจะพอแล้วล่ะ แต่ก็เพราะรักนี่แหละมันเลยยังมีก๊อกสองก๊อกสามให้ฮึดวิ่งทำเกมต่อ เพราะรักเลยยังรอ ยังห่วงใย ยิ่งการได้เห็นซึงอิลลำบาก เล่นเกมจนเหนื่อย เส้นเลือดขึ้น สายตัวแทบขาด มันยิ่งบาดลึกเข้าไปในใจเธอจนเอ่อล้นเป็นน้ำตา
และเวลาต้องแข่งเอง มินจีก็ใส่เต็ม เหนือกว่าใครทั้งพละกำลัง และใจแห่งผู้ชนะว่าฉันจะเป็นที่ 1 ไม่เหลือพื้นที่ให้ความเสี่ยง ต้องแชมป์เท่านั้นจะได้เลือกเองแลบเบ็ดเสร็จ ความแน่วแน่ เด็ดเดี่ยวแบบนี้นี่แหละที่ทำให้ซึงอิลเองก็รับรู้และตอบรับมินจี พาเธอขี่หลังข้ามเกาะไปในท้ายที่สุด วิ่งร่วมทางกันในลู่ที่เรียกว่าความสัมพันธ์อันงดงาม
5. "Personal Branding" คือ จุดชี้วัดความต่าง จริงอยู่ที่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนล้วนมีจุดเด่นเป็นคนหล่อสวย รวยระดับแบรนด์เนม และมีการงานที่ดี มีหน้ามีตาในสังคมเป็นทุนเดิม พอมาอยู่รวมกันมันเลยดูใกล้เคียง มองเพลินๆ แบบยังไม่มีใครพุ่งทิ้งห่างไปไกล
ในมุมนี้นี้พวกเขาและเธอจึงเปรียบเสมือน "Content Creator" ที่ต้องมีลายเซ็นการเล่าเรื่องที่ชัดเจนเป็นตัวเอง พร้อมสร้างความแตกต่างจากในตลาดขึ้นมา แบบ "แจจิน" ราชขุนนางหนุ่มผู้ทำให้เห็นแต่แรกว่าเขาไม่เหมือนใคร
ทั้งการเดินเอามือไพล่หลังยิ้มอ่อนวนไป สร้างความแปลกใจให้ทุกคนตั้งแต่ช่วงแนะนำตัว ทั้งการเป็นคนวางมาดนิ่งๆ พร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ จะคิดอ่านทำอะไรก็ดูแปลกคน รู้ตัวอีกทีกลายเป็นตัวฮาประจำเกาะไปเลย ซึ่งฮาในที่นี้คือแง่ดี ใครอยู่ด้วยก็ขำก๊าก สบายใจ สไตล์การแต่งตัวก็เรียบง่าย ออกแนวติสต์ๆ แบบติดดิน ทุกอย่างเกี่ยวกับเขาจึงดูคาดเดายากและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน
ทว่านี่คือเสน่ห์สำคัญที่มัดใจ "จูยอง" จนละลาย เป็นคู่แมวจรที่ทั้งโรแมนติก ใส่ใจ และเรียกเสียงฮาซึ่งกันและกัน ไม่มากไป ไม่น้อยเกิน อยู่ด้วยกันแล้วมันพอดี ถึงภายนอกจะดูแปลก แจจินก็มั่นคงกับเธอตลอด เป็นตัวเองยังไงก็เป็นยังงั้น และเปิดพื้นที่อิสระให้เธอเป็นแบบนั้นเต็มที่เช่นกัน เธอจะลองไปเกาะสวรรค์หรือคุยกับใคร เขาก็แทบจะไม่กีดกัน แสดงความเป็นเจ้าของเลย ให้เกียรติ เคารพ และก็ใช้ความตลก แปลกแตกต่าง สร้างสีสันให้เธอต่อไป
ต่างจาก "ฮยอนแจ" ที่แม้จะหล่อลากไส้ สไตล์หมาเด็กอีกคน และชอบจูยองแค่คนเดียวชัดเจน หยอดคำหวาน ส่งใจให้เธอเป็นครั้งคราว พยายามแข่งจนชนะและสามารถพาเธอไปเกาะสวรรค์ด้วยกันอีกครั้ง กระนั้นกลับให้ความรู้สึกเหมือนเจ้าชายต่างเมืองที่ลักพาเจ้าหญิงเขามา อยู่ใกล้กันก็เหมือนว่าอยู่ไกล โดยรวมคือเขายัง "จืดเกินไป" ไร้ซึ่งความแพรวพราว หรือจุดต่างมากพอจะตกเธอ
มุมนี้ Personal Branding จึงสำคัญว่าเราอยากให้ผู้คนจดจำว่ายังไง เหมือนเดอะทอย ศิลปินสุดติสบ้านเรา ถ้าให้พูดรู้เรื่องเขาก็ทำได้ แต่ต้องคงแครักเตอร์ไว้ เป็นสไตล์ติสเนิร์ดแบบฮ่าๆ น่ารัก น่าเอ็นดู
ส่วนคู่แมวจร "แจจิน-จูยอง" แฟนๆ รายการก็ยังลุ้นให้ออกมาเปิดเผยว่าคบกันจริง โดยล่าสุดก็ยังหวาน เดินทักแขกในงานแต่ง และใน IG แจจินได้โพสต์ว่า "Thank you for inviting me, for joining me, for enjoying it: ขอบคุณนะครับที่เชิญผมมาออกรายการ ร่วมทางและเอ็นจอยไปด้วยกัน" โดยโพสต์รูปคู่กับจูยองตอนชมวิวบนเรือสำราญ วางเป็นรูปแรกในอัลบั้มให้จิ้นกันต่อ เฮ้เธอ ออกมาได้แล้ว! (ได้พูดสักทีนะ ฮ่าา) มาจับมือ ออกสเต็ปเต้นเพลงรักระหว่างกันนะจูยอง
6. "Friend Zone" เข้าง่าย ออกยาก ข้อนี้ต้องยกให้ "ซองฮุน (แซม)" ต้าวไมโครเวฟผู้อบอุ่นที่สุดในซีซั่นนี้ เป็นอีกคนที่เสมอต้นเสมอปลายมาตั้งแต่แรก ไม่ว่ามินาซูจะโซซัด โซเซ โลเลไปมาแค่ไหน เจ็บช้ำหัวใจมายังไง ก็จะมีไหล่ไหม้แดดของเขาให้ซบอิง มีอกให้พักพิงซับน้ำตา
เขาไม่ได้คิดเลขคำนวณ หรือพยายามแก้สมการหัวใจ ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่า "Just be there" หรืออยู่ตรงนั้นเพื่อเธอจริงๆ คอยรับฟังแบบไม่ตัดสิน ได้ยินสิ่งที่อยู่ในใจ แม้ไม่ได้พูดออกมาทุกถ้อยคำ แม้ในวันที่ไม่มีใครอยากเข้าใจเธอเอาเสียเลย หรือเธอก็ไม่ได้เข้าใจตัวเองด้วยซ้ำไป ในความลังเลเปลี่ยนใจไปมาแทบทุกนาที
และไม่ว่ามินาซูจะไปเกาะสวรรค์กับใครต่อใคร หรือเล่นเกมหัวใจคุยกับคนนั้นคนนี้ในเกาะนรกแต่ละที ผู้ชายสายเนิร์ดคนนี้ก็ยังคงยิ้มอ่อนและเฝ้ารออยู่ตรงที่เดิมเสมอมา จะคุยภาษาเกาหลีหรืออเมริกันฉันก็จะใช้ภาษาใจรับฟังเธอ กลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้เขาแทบไม่เคยมีโอกาสเลื่อนจากเพื่อนมาเป็นคนคุยจริงๆ สักที ถึงจะแอบหยอดหรือบอกตรงๆ ไปหลายครั้งยังไง เธอก็เลือกจะมองข้ามไปทุกที
ตรงๆ ความเป็นเพื่อนมันเป็นสถานะที่เข้าง่าย ได้ใกล้ชิดสนิทใจ แต่ยิ่งสนิทกลับยิ่งยากจะเป็นมากกว่าเดิม จะด้วยความเขินรู้สึกแปลกๆ ที่จะมากรุ้มกริ่มหัวใจกับเพื่อนกัน หรือด้วยเหตุผลแตกต่างกันไปตามแล้วแต่คน สำหรับผมที่ไม่เคยได้เป็นแฟนกับเพื่อนสนิทเลย ขอยืนยันอีกเสียงว่ายากจริงๆ จนแอบนึกถึงคำพูดคนใกล้ตัวว่าถ้าจะจีบใครสักคน แล้วให้เลือกจุดเริ่มต้นระหว่างคนรู้จักกับเพื่อนกัน ยอมเป็นคนรู้จักเริ่มจาก 0 ไปเลยยังดีกว่าจริงๆ
อย่างไรก็ดี แซมก็ยังคงเป็นคนที่แสนดีและมั่นคงต่อมินาซูทุกเวลา แม้ว่าจะไปเกาะสวรรค์กับฮีซอนก็เป็นฟีลเพื่อนเด็กนอกด้วยกัน กลับมาเขาก็ยังแสดงความใส่ใจ จริงใจกับมินาซูเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือลุ้นตัวเกร็งให้เธอเกิดปี 99 จะได้เด็กกว่าตัวเอง ฮ่าา
ก่อนจะค่อยๆ ละเมียดละไม เผยความในใจชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แบบพอดี ให้เกียรติเธอเสมอ ไม่มีกดดัน ไม่มีลุ่มล่ามเกินงาม แม้แต่ตอนถ่ายแบบคู่กันก็ยังเงอะงะเผลอไปโพสต์ท่าบีบคอเธอด้วยซ้ำไป55+ ตอนเดตมื้อพิเศษกันก็คุยง่ายๆ สบายๆ พร้อมหยอดความหวาน ป้อนเธอเบาๆ แบบพอดีคำ
นี่คือตัวอย่างของความรักที่น่ารักกำลังดี อบอุ่น พร้อมเป็นที่พึ่งของใจให้กัน ไม่ว่าทุกข์สุขฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ ถึงจบรายการไป นอกจอจะดูเป็นฟีลเพื่อน ไม่ได้คบกันจริง ทุกสิ่งที่เขาตั้งใจทำให้ทั้งมินาซู (รวมถึงมิตรภาพดีๆ ให้ฮีซอน) มันช่างงดงามเหลือเกิน
7. ไม่มีใครอยากได้ "Red Flag 🚩" ในความสัมพันธ์ แค่คิดว่าทุกวันต้องเจอกับคนที่ Toxic ต่อหัวใจไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มันย่อมไม่ใช่ความรักที่เฮลตี้เอาเสียเลย อย่าง SS5 ที่เดินเรื่องหลักโดยมินาซู สาวนักเรียนนอกจากอเมริกา สวย สง่า เป็นธรรมชาติแม้แต่งหน้าเพียงบางเบา ก็ทำเอาหนุ่มน้อยใหญ่ในเกาะโดนตกหลงไหลไปตามๆ กัน
แต่อนิจจาไยหัวใจเธอแปรเปลี่ยนไปมารวดเร็วยิ่งกว่าหุ้นหรือราคาทอง ผันผวนไปหาซูบินที ซึงอิลที แล้วมาซบซองฮุนวนไป ไม่เพียงแต่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ยังเผลอสร้างศัตรูหัวใจเพิ่มขึ้นไปทั่ว โดยเฉพาะกับมินจีที่เป็นเหมือนศัตรูที่รัก ทั้งเห็นใจและไม่เข้าใจเธอในเวลาเดียวกัน
ลองนึกภาพตามดูสักที อย่าว่าแต่แฟนเลย หากเรามีคนคุยที่ใจแปรเปลี่ยนได้ทุกนาทีแบบนี้ จะแน่ใจได้ยังไงว่าควรสานสัมพันธ์? ตรงนี้ผมไม่ได้ขอกว่ามินาซูร้ายเสียทีเดียว เพราะเธออาจเคยชินกับวัฒนธรรมฝรั่งและเป็นคนตรงๆ พร้อมเปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่ชอบหรือสนใจเธอ ได้เข้ามาสำรวจใจกันดู แบบฝรั่งที่ชอบกันก็โอเค ไม่ชอบก็ say goodbye ได้ไม่ลังเล
แต่นานวัน เส้นความสัมพันธ์กลับรกรุกรังซับซ้อนไปหมดเลย เธอไม่เพียงแต่ทำร้ายคนรอบข้าง ยังทำร้ายภาพความเชื่อมั่นในตัวเองด้วย จนกลายเป็น Red Flag สุดอันตรายสร้างนรกที่มิอาจคาดเดาขึ้นมา และเจ็บกับเกมรักนั้นแบบไม่ตั้งใจ
เธอไม่ได้ผิด แต่เธอก็ไม่ได้ถูกในเวลาเดียวกัน กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามิสเอิร์ธคนงามคือความบันเทิงระดับ top tier ของซีซั่นนี้เลยจริงๆ เพราะหากไม่มีเธอ คงขาดรสชาติ ไร้ความสนุกลงไปเยอะพอควร
จนแม้แต่ PD หรือ Producer ของรายการ ถึงกับนัดเธอมาเลี้ยงและโค้งคำนับขอบคุณ ก่อนจะได้พบว่าตัวจริงของเธอ Nice กว่าที่เห็นในรายการมากทีเดียว ซึ่งผมก็เห็นด้วยวาาในแต่ละซีซั่นมันต้องมีคนสร้างกระแส เรียกแขกแบบนี้แหละ เหมือนกับวานฮีและจินยอง (Dex) ในซีซั่นก่อนๆ ซึ่งล่าสุดมินาซูก็ได้โพสต์ IG น้อมรับทุกคำวิพากย์วิจารณ์และจะนำประสบการณ์ตรงนี้ไปพัฒนาตัวเองต่อไป
อีกคนที่กลายเป็น Red Flag โดยไม่รู้ตัวก็คือ "โจอีกอน" ผู้เป็นดั่งหมาป่ามากประสบการณ์ท่ามกลางฝูงหมาเด็ก แต่เพราะเสน่ห์อันร้อนระอุจึงทำให้เขามั่นใจเกินเหตุ เล่นกับใจของ "โกอึน" ไปมา ทั้งการพูดถึง "ฮาอึน" ผู้เข้าแข่งขันอีกคนที่เข้ามาเปลี่ยนเกม ทั้งที่ตัวยังอยู่กับเธอบนเกาะสวรรค์ แม้กลับมาเกาะนรกก็ยังหยอดฮาอึนเล่นต่อหน้าเธอ ตามด้วยเกมจิตวิทยาหยอกกะเอาฮา ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ฮาเลย หักคะแนน -500 และลบรัวๆ แม้เขาจะพยายามแสดงออกอ้อมๆ กลับไปให้เธอ มันก็ยังไม่พอในสิ่งที่ต้าวแมวสาวสวยเฝ้ารอ
มองอีกมุมโกอึนเองก็อาจเป็น Red Flag ในความสัมพันธ์สี่เส้าอยู่เหมือนกัน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอเองก็พยายามรักษาน้ำใจทั้งอีกอน, ฮยอนอู และ "ซองมิน" จนทุกอย่างมันคลุมเครือ ยากจะคาดเดา กลืนไม่เข้า คายไม่ออกซะงั้นไป กับฮยอนอูก็ยังปล่อยไม่ได้ กับซองมินที่พยายามเข้าหาเต็มที่ถึงขั้นนั่งคุยกัน 4 ชม. และเดินตามมากันท่าอีกอน แม้แต่เกม "พูดความจริง" รอบกองไฟที่ PD พยายามขยี้แอร์ไทม์โกอึนเพื่อเน้นกระแสต่อไป เธอก็ยังเลือกที่จะดื่มมากกว่าตอบคำถามตรงๆ
จวบจนตอนท้ายที่เลือกพี่ซองมิน ช่างแว่นหน้าพิมพ์นิยม หนึ่งในราชาเกาะสวรรค์ จับมือออกขากเกาะกันไป ทั้งพิธีกรและเราๆ ต่างรู้สึกว่าเกมนี้โกอึนไม่ได้ชนะสักนิดเดียว เพราะทั้ง 3 คนอาจจะยังไม่ Impact พอให้คว้าหัวใจเธอ โดยเฉพาะ
ซองมินที่เรียบๆ เน้นรุกหนักจนบางทีแอบดูมากเกิน สู้สละสิทธิ์และเผชิญความจริงที่ว่าไม่มีใครใช่ และนั่งรอเดินจากเกาะไปสวยๆ คงดี
ทำให้เห็นว่าเอาจริงๆ เกมรักสี่เส้านี้ไม่มีใครวินสักคน มีแต่ความกระอักกระอ่วนอับจน มองหาหนทางที่ชัดเจนไม่เจอ แม้ตอนจบรายการ ซึ่งหลังจากนั้นยังดีที่เคมีระหว่างเธอกับพี่อีกอน ยังไม่จบเสียทีเดียว แถมยังมีลุ้นสปาร์คจอยกันใหม่ เร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม แบบที่เราเห็นในฉากว่ายน้ำบนเกาะสวรรค์ของทั้งสองคน
ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งซีซั่นที่ตราตรึง ดึงคนดูเราๆ อยู่หมัดตั้งแต่ต้นจนจบรายการ ความลุ้นก็ยังไม่จบไป ตามโซเชียลผู้เข้าแข่งขันต่อเพื่อจะได้โมเมนต์ใหม่ๆ ให้หัวใจเต้นรัวกว่าเดิม
แต่ถ้าจะให้พูดถึงอีกหนึ่งจุดที่เสียดายที่สุดก็คงเป็นแอร์ไทม์ของน้อน "ฮาอึน" สาวน่ารักผู้เข้ามาเพื่อเปลี่ยนเกม แล้วดันมีแอร์ไทม์น้อยกว่าที่ควรจนไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย กับพี่อีกอนก็ดูจะเป็นพี่น้องเย้าแหย่กัน กับคนตลกที่สุดในเกาะแบบแจจิน เขาเองก็มีจูยองอยู่ทั้งใจ ว่าแล้วก็เสียดายสาววัย 22 ที่มองทีไรก็ทำให้โลกสดใส ในมุมผู้ชาย โคตรแพ้ทางผู้หญิงแบบนี้เลย หวังว่าจากนี้เธอจะมีงานอื่นๆ ให้โอกาสเพิ่มมา นอกเหนือจากรีวิวสินค้าความงาม
นับเป็นความสนุกลุ้นสุดตัว และแอบใจหายในเวลาเดียวกัน ที่จะไม่ได้เห็น "Single’s Inferno" ออนแอร์ในอังคารถัดไป ยังดีที่เขาประกาศ SS6 ฉับไว แทบจะอยากให้ไทม์แมชชีนพาย้อนเวลาไปเร็วๆ สำหรับใครที่ยังมูฟออนไม่ได้เหมือนกัน ตอนนี้ก็มีตอนพิเศษ Single’s Inferno 5 Reunion มาให้รับชมแล้วใน Netflix (ต้องตั้งค่าเป็นภาษาอังกฤษนะครับ ถึงจะหาเจอ)
โดยสรุปความรักอาจเปรียบเสมือนการแข่งฟุตบอลลีกที่ต้องยืนระยะให้ได้ เน้นทำผลงานดีสม่ำเสมอที่สุด เพื่อให้อีกฝ่ายเห็นว่าเราจริงใจและจริงจังกับเขาแค่ไหน ยังไง รายละเอียดความใส่ใจแม้เพียงเล็กน้อยก็สำคัญไม่แพ้กัน
และเมื่อมีทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่างฟุตบอลถ้วยหรือแมตช์พิเศษเข้ามาอย่างการลุ้นไปเกาะสวรรค์หรือเกมแข่งขันชิงเดตมื้อพิเศษ เรายิ่งต้องสู้เพื่อทำโอกาสทองนั้นให้ดี เพราะคะแนนและเกียรติยศมัน Impact กว่าหลายเท่าตัว อยู่ที่ผู้เข้าแข่งขันคนไหนจะวางแท็คติกพิชิตใจมายังไง เตรียมมาพร้อมแค่ไหนให้ชนะทั้งบอลลีกและบอลถ้วยด้วยความสามารถทั้งหมดที่มี
และไม่ว่าโลกนี้จะเหวี่ยงคนที่ใช่มาหรือไม่ก็ตาม ความรักก็ยังคงงดงามในแบบของมันอยู่ดี วันหนึ่งคุณอาจเจอคนที่ทำให้ยิ้มละมุนละไม วันหนึ่งอาจร้องไห้เพราะคนๆ เดียวกัน บางทีเกาะสวรรค์และนรกอาจไม่ได้ห่างไกลเกินจริง อยู่ที่สิ่งต่างๆ ระหว่างคนสองคนจะดลบันดาลกันยังไง ถ้าใช่ก็คือใช่ ถ้าไม่ใช่ก็ก้าวต่อไป พัฒนาตัวเองเรื่อยๆ ที่แน่ๆ ในระหว่างทางที่เกิดขึ้น แค่ได้ลองเปิดใจ พยายามกับรักครั้งใหม่เพื่อใครสักคนอย่างถึงที่สุด แค่นั้นก็มีความหมายแล้วจริงๆ
สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะครับทุกคน
ขอให้คุณเจอคนที่เป็นดั่งเกาะสวรรค์ของหัวใจ,,,
🏝️🌊🌅
โฆษณา