15 ก.พ. เวลา 05:47 • ความคิดเห็น

ทำไมเราอ่านหนังสือพัฒนาตัวเองเพียบ แต่ชีวิตยังวนอยู่จุดเดิม

หลายคนเคยเป็น (รวมถึงฉันด้วย 😅)
อ่านหนังสือแนวพัฒนาตนเองเต็มไปหมด
ทั้ง Atomic Habits, The Power of Habit, Rich Dad Poor Dad, หรือแม้แต่หนังสือไทย ๆ ที่ฮิต ๆ อย่างพวก แนวคิดของคนสำเร็จ
อ่านจบแล้วรู้สึก “ว้าววว ใช่เลย ฉันจะเปลี่ยน” แต่พอย้อนกลับมาดูตัวเอง...
ยังนอนดึกเหมือนเดิม
ยังผัดวันประกันพรุ่งเหมือนเดิม
ยังวนลูปเดิม ๆ อยู่ดี
แล้วก็เริ่มสงสัยว่า “หนังสือพวกนี้มันขายฝันรึเปล่า” หรือ “ฉันมันไม่เก่งพอรึไง”
ความจริงแล้ว ไม่ใช่หนังสือผิด ไม่ใช่เราผิดทั้งหมด แต่มีเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ “อ่านแล้วยังไม่ถึง” เกิดขึ้นบ่อยมาก ลองมาดูกันค่ะ
1. อ่าน แต่ไม่ได้ทำจริงจัง (สาเหตุเบอร์ 1 ตัวจริง)
การอ่านให้ความรู้ + แรงบันดาลใจ แต่ความเปลี่ยนแปลงเกิดจาก “การกระทำซ้ำ ๆ” ไม่ใช่แค่ “รู้” พออ่านจบ เรามักได้ Dopamine hit จากการรู้สึกว่า “ฉันกำลังพัฒนา” แล้วก็พอใจแค่นั้น ไม่ได้เอาไปปฏิบัติจริง เช่น อ่านเรื่องสร้างนิสัยดี แต่ไม่ได้ตั้งระบบเล็ก ๆ ทำทุกวัน
พอเจอวันที่เหนื่อย วันที่ยุ่ง ก็เลิก แล้ววนกลับมาอ่านเล่มใหม่เพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่ กลายเป็น “เสพ” ความรู้สึกดีจากการอ่าน แทนที่จะเปลี่ยนพฤติกรรม
2. บริบทชีวิตเราไม่เหมือนคนเขียนหนังสือ
คนดัง ๆ ที่เขียนหนังสือ มักเล่าเรื่องตัวเองที่ประสบความสำเร็จ แต่ชีวิตเขาเริ่มต้นต่างจากเรามาก บางคนมีโอกาสพิเศษ มีเครือข่าย มีเงินทุน มีพรสวรรค์ หรือเกิดในยุค สถานที่ที่เอื้ออำนวย
การ Copy-paste สูตรสำเร็จเลยไม่ได้ผล 100% เช่น สูตรตื่นเช้า 5 โมงของ CEO ที่มีคนขับรถมาส่ง กับชีวิตเราที่ต้องตื่นมาทำงานบ้าน ดูแลลูก อาจไม่เวิร์กเหมือนกัน
3. Survivorship Bias + การเล่าเรื่องแบบ Hindsight
เราเห็นแต่คนที่ “รอด” และ “สำเร็จ” แล้วเขามาเขียนหนังสือขาย (พร้อมเล่าแบบสวยงาม) แต่ไม่เห็นคนอีกเป็นพันที่ทำเหมือนกันเป๊ะแต่ล้มเหลว เพราะพวกเขาไม่ได้มาเขียนเล่ม เราจึงคิดว่าทำตามแล้วต้องสำเร็จแน่ ๆ
ความจริงมันมีปัจจัย “โชค” + “จังหวะเวลา” + “สิ่งที่เขาไม่ได้บอก” เยอะมาก เช่น โอกาสที่ไม่คาดคิด หรือการสนับสนุนจากคนรอบตัวที่เราไม่มี
4. หนังสือส่วนใหญ่เป็นคำแนะนำแบบกว้าง ๆ (Generalized advice)
เขียนให้คนทั่วไป ไม่ได้เจาะจงสำหรับ “เรา” แต่ละคนมีปัญหา ลักษณะนิสัย สภาพแวดล้อมต่างกัน สิ่งที่เวิร์กกับ Elon Musk หรือ Oprah อาจไม่เวิร์กกับเรา หรือบางเล่มให้คำแนะนำ Simplistic เกิน พอเอาไปใช้จริงเจอความซับซ้อนของชีวิต (อารมณ์ ความสัมพันธ์ เงิน ทรัพยากร) ก็ใช้ไม่ได้ แล้วเราก็โทษตัวเองว่า “ฉันทำไม่ได้”
5. ลึก ๆ แล้ว เราอาจยังไม่อยากเปลี่ยนจริง ๆ (หรือกลัวการเปลี่ยน)
บางทีเราอ่านเพราะอยาก “รู้สึก” ว่ากำลังพัฒนา แต่ลึก ๆ ยังไม่อยากเจ็บ ไม่อยากออกจาก Comfort Zone ไม่อยากเสียอะไรบางอย่าง (เวลา ความสัมพันธ์ ความเคยชิน ความปลอดภัย) เลยแค่อ่านไปเรื่อย ๆ โดยไม่เปลี่ยนอะไรจริงจัง หรือบางคนอ่านเพื่อหนีปัญหา แทนที่จะเผชิญหน้า
แล้วเราจะหลุดจากวงจรนี้ยังไง (ทางออกเล็ก ๆ แต่ทำได้จริง)
อ่านเล่มเดียว แล้วหยุดหาเล่มใหม่ จนกว่าจะเอาไปปฏิบัติได้จริง 1-2 อย่างให้ติดเป็นนิสัยก่อน (เช่น ทำแค่ “กฎ 2 นาที” จาก Atomic Habits จริง ๆ 30 วัน)
เลือก “สิ่งเดียว” ที่จะทำในเดือนนี้ แล้วทำจนเห็นผลเล็ก ๆ ก่อน อย่าพยายามเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน
หา Accountability เช่น บอกเพื่อน โพสต์ในกลุ่ม หรือหาโค้ช เพื่อนคู่คิดมาช่วยจับตา
ยอมรับว่าบางสูตรอาจไม่เวิร์กกับเรา แล้วลองปรับ หรือหาสูตรของตัวเอง (Experiment ไปเรื่อย ๆ)
โฟกัสที่ “ระบบ” มากกว่า “เป้าหมาย” เพราะเป้าหมายทำให้เครียด แต่ระบบเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวันต่างหากที่พาไปไกล
สุดท้าย หนังสือไม่ได้ทำให้สำเร็จโดยตรง
การลงมือทำ + ปรับใช้ให้เข้ากับตัวเอง + ความสม่ำเสมอ + ยอมรับความล้มเหลว + ปัจจัยโชคเล็กน้อย ต่างหากที่ทำให้ถึงจุดนั้น
แล้วพบกันใหม่ค่ะ
โฆษณา