ความน่าสนใจอยู่ที่การส่งตัว ดร.ชารล เอม.สัน. เกวอรฺต (Dr. Charles M.S. Gewertz) วิศวกรชาวสวีเดนผู้จบปริญญาเอกด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT มาเป็นผู้วางรากฐานหลักสูตรและดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาคนแรก จนกระทั่ง
ด้วยการก้าวเข้าสู่ยุค ไมโครกริด (Microgrid) และแหล่งพลังงานสะอาด แหล่งกำเนิดไฟฟ้าอย่าง โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) และระบบกักเก็บพลังงานอย่าง แบตเตอรี่ (Battery) ล้วนผลิตและจ่ายไฟฟ้าเป็นกระแสตรง (DC) ทั้งสิ้น ในขณะที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันก็ทำงานด้วย DC เช่นกัน การใช้ระบบ DC Microgrid จึงช่วยลดการสูญเสียพลังงานจากการแปลงไฟไปมาระหว่าง AC และ DC ทำให้ระบบมีประสิทธิภาพและความยั่งยืนสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
6. ก้าวต่อไปของพลังงานและคำถามเพื่ออนาคต
วิศวกรรมไฟฟ้ากำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ จากประวัติศาสตร์การวางรากฐานโดยผู้เชี่ยวชาญจาก MIT สู่การใช้ Big Data และ AI ในการจัดการโครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Grid) ศาสตร์แขนงนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสายไฟ แต่มันคือเรื่องของ