Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Siamrath
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 08:27 • การเมือง
ภูมิใจไทย หักกล้าธรรม ? เกมอำมหิตตัดไฟแต่ต้นลม
ผลการเลือกตั้งปี 2569 ปรากฏชัดเจนแล้วว่า “พรรคภูมิใจไทย” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลด้วยจำนวน สส. สูงถึง 193 ที่นั่ง ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนถึงฉันทามติจากประชาชน แต่ยังเป็นปัจจัยชี้ขาดที่ทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีอำนาจสูงสุดในการกำหนดทิศทางการเมืองไทย
โดยเวลานี้สิ่งที่ถูกจับตามากที่สุด ก็คือความสัมพันธ์ระหว่าง “พรรคภูมิใจไทย” กับ “พรรคกล้าธรรม” ที่กวาด สส. ได้ถึง 58 ที่นั่ง ซึ่งเดิมทีถูกคาดหมายว่า จะเป็นพันธมิตรหลักในการจัดตั้งรัฐบาล
แต่กลับปรากฏร่องรอยความขัดแย้ง เมื่อพรรคภูมิใจไทยเลือกเดินเกมจำกัดอำนาจต่อรองของพรรคกล้าธรรม ผ่านขั้นตอนต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. สร้างสมการเสียงข้างมากใหม่ : ลดอำนาจต่อรองของพรรคกล้าธรรม
ในทางรัฐศาสตร์ "ความจำเป็น" คือที่มาของ “อำนาจต่อรอง” แม้พรรคกล้าธรรมจะมี สส. ถึง 58 คน ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญในสถานการณ์ปกติ แต่พรรคภูมิใจไทยได้เลือกใช้ยุทธศาสตร์ "พันธมิตรหลายฝ่าย" โดยดึงพรรคขนาดเล็กและพรรคเพื่อไทยเข้ามาร่วมรัฐบาลก่อน
เมื่อคำนวณตัวเลขทางคณิตศาสตร์การเมือง การรวมกันของพรรคภูมิใจไทย (193 เสียง) พรรคเพื่อไทย (74) และพรรคเล็กต่างๆ ทำให้รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนในสภาแล้ว 292 เสียง (ตัวเลขล่าสุด ณ วันที่ 16 ก.พ. 69) ซึ่งเป็นเสียงข้างมากที่ถือว่ามั่นคง ส่งผลให้สถานะของพรรคกล้าธรรมถูกลดระดับจาก "พรรคร่วมรัฐบาลหลัก" กลายเป็นเพียง "ตัวเลือก" ที่ไม่มีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล
2. ยึดกุมกล่องดวงใจของพรรคกล้าธรรม ปิดกั้นการขยายฐานมวลชน
อย่างที่รู้ๆ กัน อีกเงื่อนไขสำคัญในการร่วมรัฐบาล ที่พรรคกล้าธรรมต้องการมากที่สุด นั่นก็คือ “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” อันเป็นฐานที่มั่นสำคัญของ “ร.อ.ธรรมนัส” มาตั้งแต่ปี 2562
ในมุมมองของพรรคภูมิใจไทย กระทรวงเกษตรฯ เป็นกลไกสำคัญในการเข้าถึงฐานเสียงเกษตรกรและเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ หากปล่อยให้พรรคกล้าธรรมควบคุมกระทรวงนี้ ย่อมเท่ากับเป็นการมอบทรัพยากรทางการเมืองให้คู่แข่งนำไปสร้างความเข้มแข็งและขยายฐานเสียงทับซ้อนกับพรรคภูมิใจไทยในอนาคต
การปฏิเสธเงื่อนไขนี้จึงเป็นการตัดสินใจเชิงป้องกัน เพื่อรักษาความได้เปรียบในระยะยาว ซึ่งพรรคภูมิใจไทยอาจดูแลกระทรวงเกษตรฯ เอง หรือใช้ในการต่อรองกับพรรคร่วมฯ อย่าง “พรรคเพื่อไทย” ก็มีความเป็นไปได้
และถ้าพรรคกล้าธรรมยินยอม การเจรจาเพื่อเข้าร่วมรัฐบาล…ก็ยังดำเนินต่อไป
3. ดับฝันธรรมนัส ในการเปิดหน้าเป็นรัฐมนตรี
คาดว่าอีกเงื่อนไขสำคัญที่ภูมิใจไทยจะใช้มาเป็นหมากในการต่อรอง นั่นก็การนำบรรทัดฐานทางกฎหมายและจริยธรรมมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยอ้างอิงกรณีของ “เศรษฐา ทวีสิน” ที่ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯเนื่องจากการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มีปัญหาด้านคุณสมบัติ
พรรคภูมิใจไทยตระหนักดีว่า การเสนอชื่อ ร.อ.ธรรมนัส ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ หรือรองนายกรัฐมนตรี อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงทางกฎหมาย ที่อาจถูกร้องเรียนจนถึงขั้นถอดถอนนายกฯ ได้ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่พรรคภูมิใจไทยจะยื่นเงื่อนไขให้พรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลได้ แต่ต้องไม่มีชื่อของ ร.อ.ธรรมนัส ในคณะรัฐมนตรี
ซึ่งถ้าหาก ร.อ.ธรรมนัส ต้องการให้การเจรจาดำเนินไปต่อ ก็ต้องยอมกลืนเลือด ยอมรับทุกเงื่อนไขของพรรคภูมิใจไทย
1
4. ตัดไฟแต่ต้นลม สกัดกั้นคู่แข่งทางการเมืองในอนาคต
สมมติว่า ธงของภูมิใจไทย คือไม่ต้องการให้กล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล ต่อให้กล้าธรรมยอมรับทุกเงื่อนไข ก็ไม่ได้หมายความว่า จะได้เข้าร่วมฯ ในกรณีที่ภูมิใจไทยอยาก “ตัดไฟแต่ต้นลม”
เพราะการที่พรรคกล้าธรรมสามารถกวาดที่นั่งได้ถึง 58 ที่นั่ง ทั้งที่เป็นพรรคใหม่ แทบไม่มีกระแสใดๆ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการฐานเสียงที่น่าเกรงขาม
2
หากปล่อยให้พรรคกล้าธรรมได้เข้าสู่อำนาจรัฐและมีทรัพยากรบริหารจัดการอย่างเต็มที่ พรรคกล้าธรรมอาจพัฒนาศักยภาพจนกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งหน้า
ดังนั้น “การตัดไฟแต่ต้นลม" ในวันนี้ จึงเป็นความจำเป็นทางยุทธศาสตร์เพื่อรักษาสถานะความเป็นพรรคแกนนำอันดับหนึ่งให้ยั่งยืนต่อไป ซึ่งก็ต้องติดตามกันว่า ในหมากอำมหิตกระดานนี้ กล้าธรรมจะพลิกเกมอย่างไร หากยังต้องการเป็นหนึ่งในสมการของรัฐบาล
2
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม
#ภูมิใจไทย #กล้าธรรม #เกมตั้งรัฐบาล #ตัดไฟแต่ต้นลม #อนุทิน #ธรรมนัส #การเมืองไทย #วิเคราะห์การเมือง
12 บันทึก
34
4
24
12
34
4
24
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย