16 ก.พ. เวลา 09:14 • ข่าวรอบโลก

ระเบียบโลกใหม่: อำนาจในยุคแห่งการสะสม (PAEr)

เนื้อหาจากบทสัมภาษณ์: คุณท็อป จิรายุส บนเวที World Economic Forum
โลกที่เราเคยรู้จักกำลังถูกเขย่าด้วยแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ กฎกติกาเดิมที่นานาชาติเคยใช้ร่วมกันมาหลายทศวรรษกำลังถูกฉีกทิ้ง และแทนที่ด้วยระเบียบใหม่ที่ซับซ้อนและดุดันยิ่งกว่าเดิม นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่มันคือ "การเปลี่ยนผ่านเชิงกระบวนทัศน์" (Paradigm Shift) ที่จะกำหนดว่าใครจะอยู่รอดหรือล่มสลายในศตวรรษที่ 21
เมื่อโลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป (The Paradigm Shift)
จากการประชุม World Economic Forum ณ เมืองดาวอส บรรยากาศของโลกได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เวทีที่เคยเป็นกลางกลับกลายเป็นพื้นที่ของมหาอำนาจตะวันตก (Western Centric) มากขึ้น ขณะที่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาหรือ Global South ถูกละเลย นี่คือสัญญาณเตือนว่าโลกกำลังเปลี่ยนทิศทาง จากยุคที่เน้นการค้าเสรีอย่างไร้พรมแดน สู่ยุคที่ความมั่นคงและอำนาจกลายเป็นหัวใจสำคัญ
"โลกของเราเปลี่ยนไปแล้ว และไม่มีทางกลับไปเป็นโลกใบเดิมได้อีก ภายในปีหน้า AI จะฉลาดกว่ามนุษย์คนเดียว และภายใน 5 ปีข้างหน้า AI จะฉลาดกว่ามนุษย์ทั้งโลก 8,000 ล้านคนรวมกัน (Collectively) นี่ไม่ใช่เรื่องของอนาคตไกลตัว แต่มันคือวิกฤตและโอกาสที่คนไทยต้องเผชิญในวันนี้"
การทำความเข้าใจระเบียบโลกใหม่ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น "อาวุธทางปัญญา" ที่จะช่วยให้เราอ่านกระดานอำนาจออกว่า ใครคือผู้กำหนดกติกา และเราควรวางตัวอย่างไร
การจัดลำดับชั้นอำนาจโลก: คุณอยู่จุดไหนในกระดานนี้? (The 3 Layers of Global Power)
ในระเบียบโลกใหม่ เราสามารถแบ่งกลุ่มประเทศตามขีดความสามารถในการกำหนดชะตากรรมของตนเองและผู้อื่นได้เป็น 3 ระดับ:
ระดับอำนาจ (Power Level) | ตัวอย่างประเทศ (Country Examples)
| นิยามความสามารถ (Definition/Capability) | สถานะ (Price Maker vs. Taker)
• Great Powers | สหรัฐอเมริกา, จีน, อินเดีย, รัสเซีย: มีอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งกองทัพ พลังงาน อาหาร และเทคโนโลยีระดับสูง | Price Maker (ผู้กำหนดกติกาและราคาของโลก)
• Middle Powers | ยุโรป, แคนาดา: มีศักยภาพสูง แต่ "อยู่คนเดียวไม่ได้" ยังต้องพึ่งพามหาอำนาจในด้านความมั่นคงและเทคโนโลยี | Strategic Partner(พันธมิตรผู้มีอำนาจต่อรอง)
• No Powers | ไทย, สิงคโปร์, กลุ่มประเทศอาเซียน: ประเทศขนาดเล็กที่พึ่งพาระบบโลกเกือบ 100% ไม่สามารถกำหนดกติกาเองได้ | Price Taker (ผู้รับคำสั่งและปฏิบัติตามกติกา)
เมื่อสถานะของเราคือ No Power ทางรอดเดียวคือการเลิกหวังพึ่งพากติกาเดิมๆ และเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า "Power Accumulation Era"
จากยุคกฎกติกา สู่ยุคสะสมอำนาจ (From Rules-Based to Power Accumulation Era)
ในอดีต (Rules-Based Era) เราเชื่อในการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและการค้าเสรีเพื่อกำไรสูงสุด แต่ในยุคปัจจุบัน "อำนาจสำคัญกว่ากำไร" ประเทศต่างๆ เริ่มหันมาสะสมทรัพยากรเพื่อให้ตนเอง "ไม่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ" ผ่าน 4 เสาหลักแห่งอำนาจ:
1) การทหาร (Military): ไม่ใช่เพื่อรุกราน แต่เพื่อมีอำนาจต่อรองและปกป้องตนเองในโลกที่ไร้ความแน่นอน
2) พลังงาน (Energy): ฐานรากของทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ประเทศที่คุมพลังงานได้คือผู้กุมความได้เปรียบ
3) ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security): ในยามวิกฤต อาหารคือทรัพยากรที่ล้ำค่าที่สุด การเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของโลกคืออำนาจชนิดหนึ่ง
4) โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี (Tech Infrastructure): การมีสมองกลและระบบดิจิทัลของตนเองเพื่อไม่ให้ถูกตัดขาดจากโลกสมัยใหม่
Regionalization: ทางรอดเดียวของประเทศขนาดเล็ก
ยุคของโลกาภิวัตน์ (Globalization) ที่ทุกคนเชื่อมถึงกันอย่างเท่าเทียมกำลังเสื่อมถอย และถูกแทนที่ด้วย Regionalizationหรือการรวมกลุ่มตามภูมิภาค เนื่องจากประเทศขนาดเล็ก (No Power) ไม่สามารถสร้างอำนาจสะสมได้เพียงลำพัง
[!IMPORTANT] ทำไมการรวมกลุ่มจึงเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย? เมื่อมหาอำนาจเริ่มปกป้องตัวเอง (Protectionism) การยืนอยู่โดดเดี่ยวจะทำให้เราถูกบดขยี้ได้ง่าย การรวมตัวเป็น ASEAN Integration และการเร่งทำข้อตกลง DEFA (Digital Economy Framework Agreement) คือกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนเสียงที่ไม่มีใครฟัง ให้กลายเป็นอำนาจต่อรองที่มหาอำนาจต้องเกรงใจ
เค้ก 5 ชั้น (5-Layer Cake): โครงสร้างพื้นฐาน Sovereign AI
ในยุคก่อน เราใช้แพลตฟอร์มที่คนอื่นสร้างให้ (เช่น Facebook หรือ Google) แต่ในยุค AI มหาอำนาจด้านเทคโนโลยีอย่าง Jensen Huang และ Elon Musk ชี้ให้เห็นว่า ทุกประเทศต้องมี "Sovereign AI" หรือโครงสร้างพื้นฐาน AI ของตนเอง ซึ่งประกอบด้วย 5 ชั้นที่ต้องเชื่อมโยงกัน:
1. Energy (พลังงาน): ชั้นที่สำคัญที่สุด เพราะ AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) กินพลังงานมหาศาล
2. Chips (ชิปประมวลผล): หัวใจของการประมวลผลที่โลกกำลังแย่งชิง
3. Cloud (ระบบคลาวด์): พื้นที่จัดเก็บข้อมูลและความมั่นคงทางไซเบอร์
4. AI Model (แบบจำลอง): สมองกลที่ฉลาดขึ้นทุกวินาที โดยเฉพาะปีนี้ที่ AI เข้าสู่ยุค Physical Intelligence (ฉลาดในโลกกายภาพและหุ่นยนต์)
5. Application (การประยุกต์ใช้): การนำไปแก้ปัญหาจริงในอุตสาหกรรม
1
หากเราไม่มีเค้ก 5 ชั้นนี้เป็นของตนเอง เราจะกลายเป็นเพียงผู้เช่าเทคโนโลยีที่ไม่มีสิทธิ์กำหนดอนาคตของตัวเอง
ยุทธศาสตร์ประเทศไทย: จาก "หนี้เสีย" สู่ "พันธมิตรที่โลกไว้ใจ"
ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายหนัก หนี้สาธารณะ (Debt to GDP) พุ่งสูงถึง 90% และอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจเราอยู่ที่เพียง 2.2% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก (3.3-3.7%) อย่างน่ากังวล การปรับตัวจึงต้องเกิดขึ้นทันที:
สถานะที่ต้องเร่งสร้าง (Status):
[*] Trusted Partner: วางตำแหน่งไทยให้เป็น "พื้นที่ปลอดภัย" ที่ทุกฝ่ายไว้ใจ พูดความจริง และเป็นมิตรกับทุกขั้วอำนาจ
สิ่งที่ต้องเร่งทำ (Action):
[*] Convert Bad Debt to Good Debt: เปลี่ยนจากการกู้เงินมาเพื่อบริโภค (Bad Debt) เป็นการกู้เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (Good Debt) เพื่อปลดล็อก Productivity
[*] Power Accumulation (Food Security): ยกระดับจุดแข็งด้านอาหารด้วยเทคโนโลยี เพื่อเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่โลกขาดไม่ได้
[*] Agility & Regional Integration: เร่งความร่วมมือในอาเซียนให้เกิดผลจริง เพื่อสร้างอำนาจต่อรองร่วมกันในฐานะภูมิภาค
สรุปใจความสำคัญสำหรับผู้เรียน (Key Takeaways)
1. อำนาจเหนือกว่ากฎกติกา: ในยุค Power Accumulation ความสามารถในการพึ่งพาตนเองในด้าน พลังงาน อาหาร และเทคโนโลยี คือเครื่องค้ำประกันความอยู่รอด
2. AI คือทางรอดเดียวของเศรษฐกิจ: AI ไม่ใช่ฟองสบู่ แต่คือเครื่องมือที่จะเข้ามา Unlocking Productivity ในวันที่โลกหยุดเติบโต ใครที่คุม AI ได้ก่อนจะกุมความได้เปรียบในอีก 10 ปีข้างหน้า
3. ความเร็วคืออาวุธ: AI จะฉลาดกว่ามนุษย์ 8,000 ล้านคนรวมกันภายใน 5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยต้องมีความคล่องตัว (Agility) และเลิกทำธุรกิจแบบเดิมๆ เพื่อก้าวให้ทันโลกที่กำลังหมุนด้วยความเร็วแสง
"ความเข้าใจในระเบียบโลกใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องของนักการเมือง แต่คือเข็มทิศการอยู่รอดของคนไทยทุกคน"
รายละเอียดเพิ่มเติม
# สไลด์ประเด็นเนื้อหา | https://drive.google.com/file/d/1dKymChTAJyNNVdTj_Sdmwyk288OJljyb/view?usp=drivesdk
# รับชมคลิปสรุปย่อ | https://youtu.be/DTY6FMrl3IM?si=oB9ACfmuBLGo9KK2
JTSK.Korn
16 กุมภาพันธ์อ2569
#ชีวิตสำคัญที่เป้าหมาย วิธีคิด และการกระทำ
โฆษณา