18 ก.พ. เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก

ตะโขง ปรากฏตัวอีกครั้ง ในอ้อมกอดของป่าพรุไทย

ต้นปี พ.ศ. 2569 หัวใจของนักอนุรักษ์กลับเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อแสงไฟฉายส่องกระทบกับดวงตาที่ลอยนิ่งอยู่เหนือผิวน้ำ
มันไม่ใช่จระเข้น้ำจืดธรรมดาที่เราเคยเห็นในข่าวมาก่อนหน้า แต่คือ ‘ตะโขง’ หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่เราเชื่อว่ามันสูญพันธ์ุไปแล้ว
จากรายงานของคนท้องถิ่น บอกว่าพบเห็นตะโขงบริเวณคลองบางสน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เป็นตัวเต็มวัยขนาด 3 เมตร เมื่อเดือนกันยายน 2568 ทำให้หน่วยงานอนุรักษ์รีบเร่งออกเสาะหา
ในครั้งแรก ทีมเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เข้าไปตรวจสอบ แต่ไม่พบ
หนต่อมา ทีมจากสถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ-ป่าฮาลาบาลา ได้ไปตามหาโดยการเดินส่องไฟหา
คราวนี้พบ แต่เป็นขนาด 1.5 เมตรในพื้นที่ละแวกเดียวกัน ซึ่งอนุมานได้ว่ามีตะโขงในบริเวณนี้อย่างน้อย 2 ตัว
และเหตุการณ์นี้พอจะยืนยันได้ 2 อย่าง
ข้อหนึ่ง ตะโขงในธรรมชาติยังมี มันไม่ได้สูญพันธุ์ไปอย่างที่เข้าใจ
และสอง คลองบางสน อำเภอตากใบซึ่งเชื่อมต่อกับป่าพรุธรรมชาติยังมีความอุดมสมบูรณ์พอสำหรับโอบอุ้มชีวิตอันเปราะบางนี้ไว้
หากพิจารณาถึงความงดงามทางวิวัฒนาการ ตะโขงโดดเด่นด้วยจะงอยปากที่เรียวยาวและฟันแหลมคมกว่า 76-84 ซี่ เป็นการออกแบบมาอย่างประณีตเพื่อการจับปลาในลำน้ำที่ไหลช้า
เดิมทีเราคิดว่ามันกินแค่นั้น แต่ในปัจจุบันวามรู้สมัยใหม่พบว่าพวกมันไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่การกินปลา เมื่อเติบโตเต็มที่ ตะโขงจะกลายเป็นผู้ล่าที่น่าเกรงขามล่าได้ทั้งลิงแสม กวาง หรือแม้แต่นกน้ำ
เป็นการรักษาสมดุลของห่วงโซ่อาหารในป่าพรุได้อย่างแยบยล
แต่น่าเศร้าที่ความสัมพันธ์ของพวกมันกับมนุษย์ในอดีตนั้นกลับถักทอไปด้วยความเจ็บปวด
ปัจจุบันตะโขง ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ มีประชากรตัวเต็มวัยเหลืออยู่เพียงไม่เกิน 2,500 ตัวทั่วโลก
สาเหตุการลดลงมาจากบ้านที่เคยอย่างพื้นที่พรุถูกทำลายจากการเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรม การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ที่รบกวนวงจรชีวิตธรรมชาติ จนไม่เหลือพื้นที่ให้วางไข่ มีการล่าเอาหนังเอาเนื้อ และมีการกินไข่
แต่กระนั้นสำหรับประเทศไทย ประกายไฟแห่งความหวังในการอนุรักษ์สัตว์ชนิดนี้ก็ยังไม่มอดเสียทีเดียว เพราะยังมีโครงการเพาะขยายพันธุ์ตะโขง นอกถิ่นอาศัยภายในพื้นที่สวนสัตว์นครราชสีมา
เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการศึกษาด้านอนุรักษ์ และวิจัย เพื่อเพิ่มประชากรตะโขงในสถานที่เพาะเลี้ยง
และนำไปสู่การนำกลับคืนสู่ธรรมชาติของประเทศไทยในอนาคต
และการพบตะโขงในคลองนราธิวาสหนนี้ ยังเป็นการย้ำเตือนถึงโอกาสครั้งที่สองที่เราจะได้รักษาลมหายใจของเผ่าพันธุ์อันเก่าแก่
ที่โอบอุ้มการเริ่มต้นใหม่ของชีวิตที่ครั้งหนึ่งถูกลืมเลือนไปแล้ว
และเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องช่วยกันเปลี่ยนจากการ ‘พบเพื่อจารึก’ เป็นการ ‘รักษาเพื่อคงอยู่’ ตลอดไป
โฆษณา