วันนี้ เวลา 05:45 • หุ้น & เศรษฐกิจ

เงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.12 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย”

เงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.12 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” หลังดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง และราคาทองคำย่อตัวลง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.12 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.09 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงเล็กน้อย ในลักษณะ Sideways Up (แกว่งตัวในกรอบ 31.07-31.16 บาทต่อดอลลาร์) หลังเงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ขณะเดียวกัน ราคาทองคำ (XAUUSD) ได้ย่อตัวลง ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย
แม้ว่าหลายตลาดการเงินจะอยู่ในช่วงปิดทำการเนื่องในวันหยุดเทศกาลตรุษจีน (โดยเฉพาะฝั่งเอเชีย) และวันหยุด Presidents' Day ของฝั่งสหรัฐฯ ทั้งนี้ ช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน ได้ส่งผลกระทบให้ปริมาณการทำธุรกรรมในตลาดการเงินเอเชียเบาบางลง ส่งผลให้สินทรัพย์ฝั่งเอเชียเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน
ในช่วงคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวันหยุด Presidents' Day ทว่า บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจเริ่มทยอยกลับมาสู่ภาวะเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นได้อีกครั้ง สะท้อนผ่าน การปรับตัวขึ้นของสัญญาฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ ราว +0.2% ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดอาจยังไม่เร่งรีบเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงมากนัก ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มต่อการลงทุนในธีม AI/Semiconductor ที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นอื่นๆ ที่มีหุ้นในกลุ่มดังกล่าว
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ในลักษณะ Sideways Up สอดคล้องกับการทยอยอ่อนค่าลงของบรรดาสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันก่อนหน้า หลังรายงานอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ของญี่ปุ่นออกมาแย่กว่าคาด
อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ท่ามกลางปริมาณการทำธุรกรรมที่เบาบางในช่วงวันหยุด อีกทั้งผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้เพิ่มเติม ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่โซน 97 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 96.9-97.2 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ
แม้ว่าปริมาณการทำธุรกรรมในตลาดการเงินจะเบาบางลงในช่วงวันหยุดของหลายตลาดการเงิน ทว่า ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ทั้งฝั่งเอเชียและยุโรป กอปรกับการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ได้สร้างแรงกดดันต่อ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. 2026) ส่งผลให้ราคาทองคำย่อตัวลงสู่โซน 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษ ทั้งยอดการจ้างงาน และอัตราการเติบโตของค่าจ้าง โดยข้อมูลดังกล่าวอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ในการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินได้ ซึ่งล่าสุดบรรดาผู้เล่นในตลาดต่างประเมินว่า BOE มีโอกาสราว 97% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เนื่องจากในช่วงนี้ หลายตลาดการเงินจะอยู่ในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะฝั่งตลาดการเงินเอเชีย ทำให้ ปริมาณการทำธุรกรรมอาจเบาบางลง เราจึงคงมองว่า เงินบาท (USDTHB) อาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways ในช่วงระหว่างวัน ทว่า อาจต้องจับตาการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วงเปิดทำการของตลาดการเงินฝั่งยุโรปและสหรัฐฯ เนื่องจากจะมีการรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญจากฝั่งอังกฤษและสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเงินดอลลาร์ (และอาจรวมถึงราคาทองคำ) ได้
โดยจากการประเมินสถิติการเคลื่อนไหวของเงินบาท (USDTHB) ในช่วงหลังรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ เรามองว่า เงินบาทมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 31.05-31.25 บาทต่อดอลลาร์ ได้ อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของเงินบาทอาจแตกต่างไปจากที่ประเมินไว้ได้ ซึ่งต้องจับตาทิศทางของราคาทองคำที่แม้จะเผชิญแรงกดดันในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย แต่มีโอกาสทยอยรีบาวด์สูงขึ้นได้บ้าง จนกว่าผู้เล่นในตลาดจะเลิกกังวลความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงระยะสั้นนี้
หรือผู้เล่นในตลาดจะกลับมาปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ซึ่งต้องเห็นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดต่อเนื่อง นอกจากนี้ เราสังเกตเห็นว่า ในบรรดานักลงทุนต่างชาติอาจเริ่มชะลอการเข้าซื้อสินทรัพย์ไทย เพื่อรอประเมินความชัดเจนของสถานการณ์การเมืองไทย หลังจากที่ได้เข้าซื้อสินทรัพย์ไทย โดยเฉพาะหุ้นไทยไปมากแล้วในช่วงหลังรู้ผลการเลือกตั้ง ทำให้เงินบาทอาจขาดแรงหนุนจากฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติได้
เราประเมินว่า ความผันผวนของเงินบาทเสี่ยงที่จะสูงขึ้นและอย่างน้อยก็อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา ท่ามกลาง ความไม่แน่นอนของการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด รวมถึงบรรดาธนาคารกลางหลักต่างๆ ประเด็นการเมืองสหรัฐฯ ที่ต้องจับตาทั้งสถานการณ์ Government Shutdown (ที่จะกลับมาอีกครั้งในช่วงต้นปี 2026)
และการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้าโดยศาลสูงสุด (Supreme Court) ทำให้เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options หรือพิจารณาใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currencies) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.05-31.25 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.14 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 31.10 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ ตามทิศทางการปรับตัวลดลงของราคาทองคำโลก โดยล่าสุดราคาทองคำโลกปรับตัวลดลงสู่ระดับ 4,974 ดอลลาร์ต่อออนซ์
เงินดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยการซื้อขายเป็นไปอย่างเบาบางเนื่องในวันหยุดของหลายประเทศในเทศกาลตรุษจีน
รัสเซียและยูเครนเตรียมจัดการเจรจาสันติภาพโดยมีสหรัฐเป็นตัวกลางในวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ รวมถึงบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 27-28 ม.ค.
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 194.95 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 5,081 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
  • USD/THB 31.00- 31.30 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 31.00/ขาย 31.30
  • EUR/THB 36.70 - 37.20 แนะนำ ทยอยซื้อ 36.70 /ขาย 37.20
  • JPY/THB 0.2010 - 0.2060 แนะนำ ทยอยซื้อ 0.2010 / ขาย 0.2060
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/268693
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา