6 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

"เอกนิติ" ลั่น เศรษฐกิจไทยพ้น ICU หลุดภาพลักษณ์ "คนป่วยแห่งเอเชีย"

"เอกนิติ" ลั่น เศรษฐกิจไทยพ้น ICU หลุดภาพลักษณ์ "คนป่วยแห่งเอเชีย" หลัง GDP Q4/68 พุ่ง 2.5% ชี้มาตรการ Quick-Big-Win ได้ผลเกินคาด มุ่งเป้าปี 69 GDP แตะ 3% Plus
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยล่าสุด ภายหลังสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ ประกาศตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ที่พบว่ามีการขยายตัวถึง 2.5% ซึ่งสูงกว่าที่กระทรวงการคลังเคยคาดการณ์ไว้ที่ 1.8% และสูงกว่าการคาดการณ์ของหลายหน่วยงานในช่วงก่อนรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารที่มองไว้เพียง 0.3%
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
นายเอกนิติระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2568 ขยายตัวที่ 2.4% สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยได้หลุดพ้นจากสภาวะ "ติดหล่ม" หรือการเป็น "คนป่วยแห่งเอเชีย" อย่างเป็นทางการแล้ว โดยเป็นเป็นผลจากการดำเนินนโยบาย "Quick-Big-Win" ที่เน้นการกระตุ้นระยะสั้นแต่ส่งผลต่อเนื่องในระยะยาวของรัฐบาลชุดนี้
ตัวเลขนี้สะท้อนว่ามาตรการ Quick-Big-Win ที่เราเน้นกระตุ้นระยะสั้นแต่ให้ผลยาวและกระจายตัวนั้นได้ผลจริง วันนี้เราเห็นแล้วว่าเศรษฐกิจไทยพ้นจากหล่มแน่นอน และดีกว่าที่ทุกคนคาด
นายเอกนิติ ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า รายได้ประชาชาติ (Nominal GDP) ของไทยในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 18.97 ล้านล้านบาท หรือเกือบแตะระดับ 19 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 3 แสนล้านบาท สะท้อนถึงเม็ดเงินที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและรายได้ของประชาชนที่เพิ่มขึ้นจริงในไตรมาสสุดท้ายของปี
สำหรับปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ได้แก่
1.การบริโภคภาคเอกชน ขยายตัวสูงถึง 3.3% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับ 3 ไตรมาสแรกของปี (เฉลี่ย 2.5%) โดยมีปัจจัยหนุนจากมาตรการ คนละครึ่งพลัส , เที่ยวดีมีคืน และการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
2.อีกทั้งการลงทุนรวม ที่ขยายตัวอย่างโดดเด่นที่ 8.1% แบ่งเป็นการลงทุนภาครัฐที่เร่งเบิกจ่ายจนโตถึง 13% ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวเจาะนำการลงทุนภาคเอกชนให้ขยายตัวตามมาที่ 6%
3. รวมถึงเสถียรภาพต่างประเทศ ที่ดุลบัญชีเดินสะพัดยังคงเกินดุลอยู่ที่ 3.1% ของ GDP ขณะที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกอย่าง S&P (Standard & Poor's) ยังคงยืนยันความเชื่อมั่นในฐานะการคลังและเสถียรภาพเศรษฐกิจของไทย
4.ขณะที่เรื่องการใช้เงินงบประมาณจำนวนมากในการฟื้นฟูเศรษฐกิจจะกระทบต่ออันดับความน่าเชื่อถือของประเทศหรือไม่ นายเอกนิติยืนยันว่า รัฐบาลจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบงบประมาณเดิมทุกประการ ไม่มีการขาดดุลเพิ่มเติม หรือกู้เงินเพิ่มจากกรอบที่ตั้งไว้ แต่เน้นการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด (Targeted Policy) โดยเฉพาะโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ที่ใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยลดการรั่วไหลและเพิ่มทักษะให้ประชาชน ทำให้เกิดตัวทวีคูณทางเศรษฐกิจ (Multiplier Effect) สูงมาก
สำหรับแนวโน้มในปี 2569 นายเอกนิติ เชื่อว่าโมเมนตัมจากไตรมาส 4 จะส่งผลให้เศรษฐกิจโตได้มากกว่าเป้าหมายขั้นต่ำที่ 2% โดยตั้งเป้าหมายเชิงนโยบายไว้ที่ "3 Plus" (3%+) พร้อมเตรียมยกระดับศักยภาพประเทศผ่านการลงทุนซึ่งถือเป็น "ปีแห่งการลงทุน"
ปี 69 เศรษฐกิจไทยเสี่ยงเรื่องเดียว ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญเพียงเรื่องเดียว คือ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง แต่อย่างไรก็ตามยังคงคาดหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะโตได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้แน่นอน
และแม้ขณะนี้นโยบายด้านเศรษฐกิจยังไม่ชัดเจนทั้งหมด แต่ยืนยันว่า นโยบายที่วางไว้ จะเป็นการเน้นให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ และเต็มศักยภาพ โดยมองว่าสิ่งนี้คือโจทย์สำคัญในเชิงของเศรษฐกิจ ที่พยายามจะขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยกลับมาดีขึ้นให้ได้
โดยเฉพาะการเตรียมต่อยอดมาตรการ BOI Fast Pass เพื่อเร่งรัดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) และได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนให้เป็นการปลดล็อกแบบถาวร เพื่อยกระดับสมรรถนะเศรษฐกิจไทยให้วิ่งได้เร็วขึ้น
โจทย์ของหัวหน้า ในฐานะ “หมอเอก" ก็คือเรารู้แล้วว่าวันนี้คนป่วยเราเอาออกจาก ICU แล้ว แต่จะทำให้คนป่วยกลับมาเข้มแข็งขึ้นได้อย่างไร เราก็ต้องออกกำลังกาย ทำร่างกายให้แข็งแรง ให้พร้อมวิ่งได้ เพราะฉะนั้น อันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผมคิดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญมากๆ
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/268666
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา