ถ้าเปรียบ Ubuntu คือรถเก๋งครอบครัวที่ใช้งานง่าย Debian คือรถบรรทุกหุ้มเกราะที่ทนทาน Kali คือรถแต่งซิ่งสำหรับนักเลง Mint Linux ก็คือ "บ้านหลังแรก" สำหรับคนที่อยากย้ายออกจาก Windows แต่ยังอยากได้ความรู้สึกคุ้นเคย มีระเบียง มีสนามหญ้าหน้าบ้าน และ ทุกอย่างพร้อมอยู่ พร้อมใช้ โดยไม่ต้องง้อช่าง หรือ คู่มือเล่มหนาๆ และข่าวดีคือตอนนี้ Mint Linux กำลังกลับมาเป็นที่สนใจอย่างมากอีกครั้ง มาดูกันว่าทำไม!
★
Mint Linux คืออะไร?
Mint Linux คือระบบปฏิบัติการโอเพนซอร์สที่เกิดมาเพื่อคนทั่วไปโดยเฉพาะครับ เปิดตัวครั้งแรกในปี 2006 โดยมีเป้าหมายชัดเจนมากคือ "ทำให้ Linux ใช้ง่ายสำหรับทุกคน" มันถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Ubuntu (ซึ่งก็รับช่วงต่อมาจาก Debian อีกที) ทำให้เราได้ทั้ง DNA แห่งความเสถียรจาก Debian และ ความง่ายจาก Ubuntu มาผสมผสานกันอย่างลงตัว
จุดเด่นที่ทำให้ Mint Linux ต่างจากเพื่อนตัวอื่นๆ คือความ "ติดตั้งปุ๊บ ใช้ได้ปั๊บ" (Out-of-the-box) อย่างแท้จริง หลังจากลงเสร็จ คุณสามารถดูหนัง ฟังเพลง เปิดเอกสาร และ ท่องเว็บได้ทันที โดยไม่ต้องมานั่งงมลง Codec หรือ ติดตั้งโปรแกรมพื้นฐานให้วุ่นวาย และ นี่คือเหตุผลที่ทำให้ Mint Linux พุ่งทะยานกลับขึ้นมาเป็น Distro ยอดนิยมอันดับต้นๆ บน DistroWatch อีกครั้งในปี 2026 นี้
★
Mint Linux ทำงานอย่างไร?
Mint Linux ทำงานบนพื้นฐานของ Linux Kernel เหมือนตัวอื่นๆ แต่สิ่งที่ทำให้มันพิเศษคือชั้นของส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI) ที่ชื่อว่า Cinnamon เป็นหลักครับ
⚪ Cinnamon Desktop
นี่คือหัวใจหลักของ Mint เลยครับ มันคือหน้าจอที่ถูกออกแบบมาให้คล้าย Windows มากๆ มีปุ่ม Start (เรียกว่า Menu) แถบงานด้านล่าง และ ถาดระบบมุมขวา ทำให้คนที่ย้ายมาจาก Windows รู้สึกคุ้นเคย และ ปรับตัวได้ภายใน 5 นาทีแทบไม่ต้องหัดใหม่
⚪ รากฐานจาก Ubuntu LTS
Mint Linux จะใช้ฐานจาก Ubuntu รุ่น LTS (Long Term Support) ที่เน้นความนิ่งเป็นหลัก ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบจะไม่พังง่ายๆ ใช้งานยาวๆ ได้อย่างสบายใจ
⚪ การจัดการซอฟต์แวร์
Mint ใช้ระบบ APT เหมือนพี่น้องตัวอื่น แต่ที่ใจเด็ดคือ Mint เลือกที่จะ "ไม่ใช้ Snap" (รูปแบบแพ็กเกจของ Ubuntu) เป็นค่าเริ่มต้น และ หันไปสนับสนุน Flatpak แทนเพื่อความเป็นอิสระ และ ความยืดหยุ่นในการลงโปรแกรมที่มากกว่าเดิมครับ
★
ประเภทและสายพันธุ์ของ Mint Linux
Mint Linux มีให้เลือก 3 "รสชาติ" หลัก ตามความแรงของเครื่องคอมพิวเตอร์คุณ
นอกจากนี้ยังมีรุ่นพิเศษอย่าง LMDE (Mint Linux Debian Edition) ที่ข้าม Ubuntu ไปใช้ฐานจาก Debian โดยตรง สำหรับคนที่อยากได้ความ "เป๊ะ" แบบต้นฉบับภายใต้หน้ากากที่แสนดีของ Mint
Linux ไม่ใช่ Windows ครับ โปรแกรมบางตัวอาจหน้าตาเปลี่ยนไป หรือ ต้องใช้ตัวแทน (เช่น LibreOffice แทน MS Office) แต่ถ้าเปิดใจ คุณจะพบว่ามันใช้งานได้ดีไม่แพ้กันเลย