Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Book Gossip: เล่มนี้ต้องขยาย
•
ติดตาม
17 ก.พ. เวลา 14:05 • หนังสือ
ปิดตาสู้
ผลงานเล่มที่สองของ Gianrico Carofiglio ก็ยังคงตีพิมพ์กับ อ่านอิตาลี เหมือนเดิม โทนปกเข้าชุดกับเล่มก่อนหน้านี้ ต่างตรงที่ #ปิดตาสู้ มีลูกเล่นเพิ่มอย่างการตัดขอบเล่มให้มน ทำให้ดูน่าอ่านไปอีกแบบ ในส่วนของเนื้อหาก็ยังคงเข้มข้นดุเดือดเหมือนเคย
เล่มนี้เล่าเรื่องราวผ่านตัวเอกคนเดิม "กุยโด" ทนายวัยกลางคนฝีมือดี (แถมเรื่องปากดีให้อีกอย่าง) ที่ชีวิตเริ่มกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง ทว่าเพื่อนตำรวจของเขาได้ไหว้วานให้เขาช่วยรับทำคดีให้กับ "มาร์ตินา" หญิงสาวที่ถูกแฟนทำร้ายร่างกายและตามรังควาน จนไม่อาจใช้ชีวิตปกติได้ เธอเคยแจ้งความหลายครั้งแต่ก็ถูกเพิกเฉย ครั้นจะยื่นฟ้องก็ไม่มีใครกล้ารับเป็นทนายให้ เนื่องจากตัวจำเลยเป็นคนมีชื่อเสียง ซ้ำยังเป็นลูกชายของประธานศาล จึงมีแต่คนบ้าเท่านั้นที่จะหาเรื่องทุบหม้อข้าวตัวเองด้วยการว่าความให้กับมาร์ตินา
ซึ่งแน่นอนว่ากุยโดเป็นพวกคนดีที่ชอบแส่หาเรื่องใส่ตัว เขาจึงรับทำคดีให้กับมาร์ตินา โดยมี "ซิสเตอร์คลาวเดีย" แม่ชีผู้ดูแลสถานคุ้มภัยให้กับผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงคอยสนับสนุน แต่คดีนี้ไม่ง่าย เมื่อผู้พิพากษาประจำคดีดูเหมือนจะได้ตัดสินคดีไปแล้วด้านนอกศาล ไหนจะทนายตัวดีของจำเลยที่พร้อมจะเล่นสกปรกทุกทางเพื่อให้ลูกความของเขารอดข้อกล่าวหา กุยโด มาร์ตินา และคลาวเดียจึงต้องร่วมมือกัน เพื่อเอาชนะอำนาจอันไม่ชอบธรรมที่บงการอยู่เบื้องหลังให้ได้
ก่อนอื่นต้องบอกว่าหนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาที่เต็มไปด้วยความรุนแรงในครอบครัว ทั้งเรื่องการทำร้ายร่างกาย และการล่วงละเมิดทางเพศ ใครที่จิตอ่อน ไม่ถูกโรคกับเนื้อหาประมาณนี้แนะนำให้เลี่ยงไปก่อนนะคะ
ส่วนตัวอ่านแล้วก็ยังชอบมากๆนะ โทนเรื่องก็ยังเน้นไปที่การพิสูจน์ความจริง และทวงคืนความยุติธรรมผ่านการสู้คดีในศาล เป็นการชิงไหวชิงพริบกันระหว่างทนายทั้งสองฝั่ง เพื่อหาวิธีที่จะพลิกเกมส์ให้ลูกความของตนได้เปรียบ และได้ความเห็นใจจากผู้พิพากษาจนสามารถชนะคดีได้ สารภาพว่าจำความรู้สึกตอนอ่านเล่มแรกไม่ค่อยได้ แต่รู้สึกว่าเล่มนั้นจะมีความดุเดือดตอนสู้คดีมากกว่านี้หน่อย ในมุมของตัวละคร กุยโดก็ยังคงฝีปากจัดจ้านเหมือนเดิม เป็นคนที่เสียงในหัวตลกดี ด่ายับยันผู้พิพากษา 555555
เธอจะแจ้งความเขากี่ครั้งกี่หนก็แจ้งได้ตามสบาย เพราะถึงอย่างไรก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเขาอยู่แล้ว
เล่มก่อนคุ้นๆว่าจะเป็นประเด็นเรื่องอคติในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ แต่ในเล่มนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมที่เป็นที่พึ่งของประชาชนผู้บริสุทธิ์นั้นสามารถถูกแทรกแซงได้ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้ที่มีอำนาจมากพอ เมื่อนั้นระบบที่ควรจะโปร่งใสก็จะถูกบิดเบือน ตำรวจไม่กล้าส่งฟ้อง อัยการไม่กล้ายื่นมือช่วย ทนายไม่กล้ารับทำคดี แม้กระทั่งผู้พิพากษาก็ยังกลับผิดให้เป็นถูก ทั้งหมดก็เพื่อปกป้องหน้าที่การงานของตน แทนที่จะผดุงไว้ซึ่งความถูกต้องและเป็นธรรม
ด้วยเหตุนี้คนที่มีเงิน มีเส้นสาย จึงไม่เคยเกรงกลัวกฎหมาย ไม่เคยสำนึกเสียใจต่อความผิดที่ตัวเองกระทำ เพราะพวกเขาไม่เคยต้องรับโทษจากที่สิ่งที่ตนก่อ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเลวร้ายมากแค่ไหนก็ตาม แล้วเราจะอยู่กันในสังคมเช่นนั้นจริงๆหรือ สังคมที่สักวันหนึ่งเราอาจจะกลายเป็นคนผิด แค่เพราะว่าคู่กรณีของเราเป็นลูกท่านหลานใคร หนังสือเล่มนี้ชวนคิดได้ดี และบังเอิญเหลือเกินที่งานยุ่งจนเพิ่งมาอ่านจบเอาช่วงนี้ 🤣
เมื่อการก่อการร้ายค่อย ๆ เพิ่มความรุนแรงขึ้น ชีวิตของเหยื่อก็จะกลายเป็นคุก
แต่จุดที่หนังสือเน้นหนักจริงๆคือเรื่องของความรุนแรงในครอบครัวที่มักถูกเพิกเฉยจากคนรอบตัว หรือแม้กระทั่งจากเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างเรื่องการโดนตามรังควานจากคนรักเก่า คนส่วนใหญ่มักมองว่าเป็นการก่อกวนที่ไม่ได้ร้ายแรงอะไร มิหนำซ้ำการที่เหยื่อแสดงออกว่าหวาดกลัว วิตกจริตกับการถูกติดตามชีวิต กลับทำให้คนอื่นมองว่าคิดมากเกินไป จนสุดท้ายอาชญากรก็ได้ใจ เหยื่อเองก็ต้องคอยแต่เก็บตัวอยู่ในบ้านเพื่อความปลอดภัย ไม่อาจใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข
หรือเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ หลายครั้งผู้ใหญ่ในครอบครัวก็เลือกที่จะแกล้งทำเป็นไม่รับรู้ว่ามันเกิดขึ้น ด่าทอเหยื่อว่าแต่งเรื่องขึ้นมา เพียงเพราะตนเองไม่อาจยอมรับความจริง และตั้งใจจะปกปิดเรื่องนี้เอาไว้เพื่อรักษาภาพครอบครัวต่อไป จะเห็นว่าทุกๆเหตุผลที่ถูกนำมาอ้างเพื่อจะปล่อยให้ความรุนแรงดำเนินต่อไปนั้น ไม่มีเหตุผลใดที่คำนึงถึงสภาพจิตใจของเหยื่ออย่างแท้จริงเลยสักอัน
น่าเศร้าที่ความรุนแรงเหล่านี้จะได้รับความสนใจจากผู้คนก็ต่อเมื่อเรื่องราวมันหนักข้อจนสายเกินแก้ เช่น เหยื่อถูกกระทำจนถึงแก่ชีวิต หรือเหยื่อลุกขึ้นมาสู้จนอาชญากรเสียชีวิต ซึ่งจะนำไปสู่คำถามว่าทำไมคนในสังคมและเจ้าหน้าที่รัฐถึงได้ปล่อยให้เหตุการณ์มันลุกลามได้ถึงขนาดนี้ ทั้งที่มีความสามารถที่จะยับยั้งได้ตั้งแต่เนิ่นๆ? ทำไมเราถึงปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ต้องต่อสู้อยู่เพียงลำพัง?
การเพิกเฉยของพวกเราจึงไม่ต่างอะไรกับการผลักพวกเขาให้ไปสู่ขอบเหว ไม่เหลือทางใดให้ไปนอกจากกระโดดลงไปเบื้องล่าง และจบเรื่องทุกอย่างด้วยตัวเอง เพื่อให้หลุดพ้นจากคุกที่พวกเขาถูกจองจำเอาไว้ คุกที่ถูกสร้างด้วยอาชญากร แต่ถูกเสริมความแข็งแกร่งด้วยมือของพวกเราทุกคน
ใครยังไม่มีไปโดนกันได้เลย:
https://s.shopee.co.th/30ibuOzV6w
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย