18 ก.พ. เวลา 00:23 • นิยาย เรื่องสั้น

เรื่องของ บุญเสริม

ชะตาที่เขียนไว้เหนือสายน้ำ และพระที่มากับดวงชะตา
ปู่ตั้งชื่อลูกชายคนแรก คือพ่อของฉันอย่างเป็นมงคลว่า “บุญเสริม”
หวังให้ชีวิตเจริญงอกงาม เสริมวาสนาวงศ์ตระกูล
วันที่พ่อถือกำเนิด
ปู่กำลังส่งทรายอยู่แถววัดระฆัง
ระหว่างเดินผ่านเตาเผาพระเครื่อง สายตาเหลือบเห็นเศษพระสมเด็จแตก ๆ กองอยู่ในเตา
ปู่จึงก้มลงขุดคุ้ย หวังเก็บไปซ่อมคล้องให้ลูกชายแรกเกิด
เอาไว้เป็นสิริมงคลติดตัว
ครั้นนั้นเจ้าอาวาสเดินผ่านมา
จึงถามว่า
“จะเอาไปทำอันใดหรือโยม”
ปู่ตอบตามจริงว่าจะเอาให้ลูกชายที่พึ่งเกิด
พระท่านนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วหยิบ พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่สมบูรณ์หนึ่งองค์ยื่นให้กับมือ
“ของดีต้องรักษาให้ดี” ท่านว่า
พระองค์นั้น
พ่อแขวนติดตัวมาตลอดชีวิต
ไม่เคยห่างคอแม้ยามหลับ
และอันตรายทั้งหลายที่ควรจะมาถึงก็มักเฉียดผ่านไปเสมอ
ภายหลังฉันจึงรู้ว่า
พระที่ยื่นให้วันนั้น คือ
พระเทพสิทธินายก (หลวงปู่นาค) เจ้าอาวาสวัดระฆัง
ผู้ครองสมณศักดิ์ในช่วง พ.ศ. 2470–2514
บางที…ชะตาของพ่อ
อาจถูกเขียนไว้ตั้งแต่วันที่พระวางลงบนฝ่ามือปู่แล้วก็ได้
ลูกเจ้าพระยา…ที่อยากดำทราย
ปู่หวังให้ลูกชายคนโตเรียนสูงๆ
เป็นเจ้าคนนายคน ไม่ต้องลำบากกลางแดดกลางน้ำเหมือนตน แต่เลือดในตัวพ่อกลับเต้นตามจังหวะเดียวกับสายน้ำ
พ่ออยากดำทราย
อยากลงแม่น้ำเหมือนปู่
ปู่จึงตั้งเงื่อนไข
“ไอ้หนูถ้าเอ็งดำลงไปถึงก้นแม่น้ำกำทรายขึ้นมาได้สักกำมือ
พ่อจะให้ทำงานด้วย”
การทดสอบกลางสายน้ำ
วิธีดำทรายในยุคนั้น
หาใช่เรื่องเล่นๆไม่
ต้องพายเรือออกไปกลางแม่น้ำเอากระป๋องทรายผูกเอวไวั
ใช้ลำไม้ไผ่แทงลงไปเป็นหลัก
กลั้นหายใจสุดปอด
แล้วดิ่งตัวลงน้ำรีบสาวไม้ไผ่ลงให้เร็ว ควักทรายใส่กระป๋อง
แล้วปล่อยตัวพุ่งกลับขึ้นเหนือผิวน้ำ
พ่อทำทุกอย่างตามที่เห็นมาตั้งแต่เด็ก แต่โลกใต้น้ำ กระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ไม่เคยปรานีใคร
แรงดันมหาศาลบีบอก หูอื้อ
ศีรษะตื้อ เลือดทะลักออกจมูก
พ่อดำไม่ถึงก้นแม่น้ำ
แม้จะเป็นลูกเจ้าพระยา
เติบโตมากับสายน้ำ ร่างกายก็ต้องยอมแพ้
คืนนั้นปู่ไม่พูดมาก
เพียงตบไหล่เบา ๆ
แล้วบอกว่า
“เอ็งไปเรียนหนังสือเถิด”
ประโยคสั้น ๆ
แต่เหมือนกำหนดทิศทางชีวิตไปทั้งชีวิต
ทางที่ไม่ได้เลือก…แต่ต้องเดิน
พ่อกลับไปเรียน
เรียนจริงๆจังๆ จนรับราชการเป็นเจ้าคนนายคนสมใจปู่
แต่ความซุกซนในสายเลือด
หาได้หายไปไม่
ครั้งหนึ่ง…พ่อทำน้ำมนต์ในมุ้ง
จุดไฟจนเกือบไหม้บ้าน
เมื่อถูกถามว่าทำไมต้องทำในมุ้ง
ย่าตอบแทนอย่างติดตลก
“เขาบอก ทำนอกมุ้งยุงมันกัด”
ย่าบ่นไป หัวเราะไป
โกรธลูกชายตัวดีไม่ลง
อีกคราวหนึ่ง
พ่ออุตริไปทำสะพานไม้เอาไปพาดระหว่างท่าน้ำกับศาลเจ้าแม่หาด หรือศาลพระนางเรือล่มข้างๆบ้าน เพราะอยากขึ้นเรือรับจ้าง ไปเรียนที่วัดปรมัยเกาะเกร็ดได้สะดวก แต่ก็ไปลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จนตัวเองโดนลงโทษ
หรือครั้งที่หนักหนาที่สุด
แอบไปเรียน คาถาปลุกหัวใจ 108 จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
เรื่องนั้นเคยเล่าไปแล้ว …และยังคงต้องเล่ากันไปอีกนาน
แม้จะดื้อ แม้จะซน
แม้จะชอบลองของจนผู้ใหญ่ปวดหัว
แต่เมื่อเติบโตขึ้น
พ่อกลับเป็นหลักของบ้าน
ดูแลน้อง ๆ รับผิดชอบทุกสิ่งในฐานะลูกชายคนโต
และอยู่เคียงข้างปู่กับย่าจนวาระสุดท้าย
ชื่อที่ถูกตั้งไว้ตั้งแต่วันแรกที่พ่อถือกำเนิดจึงไม่ผิดนัก
เขาเป็นคนที่ “เสริมบุญ” ให้บ้านจริง ๆ
บางคนเกิดมาเพื่อเลือกทางของตน
แต่บางคน…เกิดมาเพื่อเดินตามทางที่ชะตาเขียน
และพ่อ
คือคนที่ชะตาถูกเขียนไว้เหนือสายน้ำตั้งแต่ต้น
#เล่าให้ฟังเฉยๆ
#ญาติวงศ์พงศาพระยาขรณ์ดังมัจฉาในสาครวาสี
โฆษณา