18 ก.พ. เวลา 00:24 • ประวัติศาสตร์

ตอนที่ 285 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์

สมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ มีพระนามเดิมว่า "นกเอี้ยง" เป็นพระราชชนนี (แม่) ในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ดังปรากฏใน "ลำดับสกุลเก่าบางสกุล ภาคที่ 4 สกุลเชื้อสายพระราชวงศ์กรุงธนบุรี" เอาไว้ว่า
"สมเด็จพระราชชนนี พระนามเดิมว่า เอี้ยง ดำรงพระราชอิศริยยศเป็น กรมพระเทพามาตย์ สวรรคตวันอังคารเดือน 4 ขึ้น 6 ค่ำ พ.ศ. 2317" (1 : ก)
พระราชประวัติของสมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพมาตย์ มีบันทึกไว้แตกต่างกันออกไป โดย ก.ศ.ร. กุหลาบ (กุหลาบ ตฤษณานนท์) ปัญญาชนสมัยรัชกาลที่ 5 บันทึกว่า ทรงเป็นคนไทยเชื้อสายจีน (แซ่โหงว) และมีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ดังปรากฏใน "มหามุขมาตยานุกูลวงศ์" เอาไว้ว่า
"เจ๊สัวหลินผู้นี้บ้านเดิมอยู่บ้านแหลม แขวงเมืองเพชรบุรี เจ๊สัวหลิน แซ่โหงว เปนแซ่เดียวกันกับกรมสมเด็จพระเทพามาตย์ (นกเอี้ยง) เปนชาวบ้านแหลม แขวงเมืองเพชรบุรี เหมือนกัน" (2 : 52)
สอดคล้องกับบันทึกของ ดร.โยฮันน์ แกร์ฮาร์ท เคอนิช นายแพทย์และนักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันที่ระบุว่า สมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ทรงเป็นคนจีน ดังปรากฏใน "บันทึกรายวันเกี่ยวกับการเดินทางจากอินเดียสู่สยามและมะละกาใน พ.ศ. 2322 (ค.ศ. 1779)” เอาไว้ว่า
“พระเจ้าแผ่นดินองค์ปัจจุบันทรงได้อาณาจักรมาด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ พระราชบิดาของพระองค์เป็นคนชั้นสูงชาวไทย และพระราชมารดาเป็นชาวจีน เมื่อครั้งที่พวกพม่ารุกรานอาณาจักรนี้ พระองค์ทรงเป็นเจ้าเมืองในภูมิภาคเล็กๆ ของประเทศ” (3 : 50)
เช่นเดียวกับบันทึกของ ฟรังซัวส์ อังรี ตุรแปง นักเขียนและนักประวัติศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่ระบุว่า ทรงเป็นคนจีน ดังปรากฏใน “ประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา ฉบับตุรแปง” เอาไว้ว่า
“สายตาของคนในชาติต่างจับจ้องไปที่ขุนนางสยามที่มีชื่อพระยาตากซึ่งมีมารดาเป็นชาวจีน การที่พระองค์เป็นทั้งนักการเมืองและนักรบ พระองค์จึงปูทางที่จะไปสู่ความยิ่งใหญ่” (4 : 221)
บันทึกของพระสังฆราชปาลเลกัวซ์ มิชชันนารีชาวฝรั่งเศสในสมัยรัชกาลที่ 3 ระบุว่า สมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ ทรงเป็นคนไทย ดังปรากฏใน "เล่าเรื่องกรุงสยาม" เอาไว้ว่า
"ในระหว่างที่พม่าล้อมอยุธยาอยู่นั้นมีชายกล้าหาญผู้หนึ่งเป็นบุตรจีน เกิดจากมารดาที่เป็นไทย ชื่อว่า พญาตาก" (5 : 368)
สอดคล้องกับบันทึกของเซอร์จอห์น เบาริง ที่ระบุว่า ทรงเป็นคนไทยเช่นกัน ดังปรากฏใน "ราชอาณาจักรและราษฎรสยาม" เอาไว้ว่า
"คริสต์ศักราช 1767 ทหารพม่ายังคงยึดครองอยุทธยาอยู่ ตอนนั้นมีผู้มีอำนาจมากผู้หนึ่ง นามว่า พระยาตาก ผู้เป็นเจ้าเมืองของหัวเมืองหนึ่งทางเหนือของประเทศสยาม บิดาเป็นชาวจีนและมารดาเป็นชาวสยาม" (3 : 50)
ในบันทึกที่แต่งขึ้นโดย ก.ศ.ร. กุหลาบ ระบุว่า สมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ ทรงสมรสกับชายชาวจีนนามว่า "ไหยฮอง" มาพำนักอยู่ในกรุงศรีอยุธยาและให้ประสูติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเมื่อปี พ.ศ. 2277 ดังปรากฏใน "อภินิหารบรรพบุรุษ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี" เอาไว้ว่า
"ในแผ่นดินนั้นเจ้าพระยาจักรีที่สมุหนายก ตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้กำแพงพระมหานครกรุงศรีอยุธยา ในกาลครั้งโน้นนั้น จีนมีชื่อไหยฮองเปนขุนพัฒน์นายอากรบ่อนเบี้ย แลกอบด้วยภรรยาทาสชายหญิงแลทรัพย์สมบัติโดยสมบูรณ์ จึ่งเข้าไปพึ่งบารมีอาศัยที่อยู่หน้าบ้านท่านเจ้าพระยาจักรีมาช้านาน จนภรรยาตั้งครรภ์กำหนดได้ 10 เดือน ก็คลอดบุตรชายคนหนึ่ง ในจุลศักราช 1096 ปีขาล ฉอศก" (6 : 384)
ต่อมาในปี พ.ศ. 2310 เมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ทรงหลบหนีพม่า (อังวะ) ไปยังเมืองเพชรบุรี ต่อมานายสุดจินดา (สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท) ได้ไปรับมาอยู่กับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่เมืองจันทบุรี ดังปรากฏใน "อภินิหารบรรพบุรุษ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์" เอาไว้ว่า
"ข้าขอให้เจ้าไปรับมารดาของพระยาตากสิน ที่หนีพม่าไปอยู่ที่บ้านแหลมแขวงเมืองเพชรบุรี ถ้าเจ้าอุตสาหะไปรับมารดาพระยาตากสินได้แล้ว นำไปส่งให้เขาเปนของกำนัลแก่พระยาตากสินๆ จะมีความยินดี" (6 : 405)
เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ที่กรุงธนบุรีแล้ว ต่อมาในปี พ.ศ. 2312 ทรงแต่งตั้งพระราชชนนีให้มีพระนามทรงกรมเป็น กรมพระเทพามาตย์ ดังปรากฏใน "พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา" เอาไว้ว่า
"ในปีนั้นทรงพระกรุณาตั้งสมเด็จพระพันปีหลวงเป็นกรมพระเทพามาตย์ตามโบราณราชประเพณี" (7 : 8)
ในปี พ.ศ. 2317 คราวศึกบางแก้ว แขวงเมืองราชบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จไปบังคับบัญชาการรบด้วยพระองค์เอง ระหว่างนั้นทรงทราบว่า สมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ ทรงพระประชวรด้วยพระยอดอัคเนสัน (ฝีขึ้นกลางสันหลัง) และเสด็จสวรรคต ดังปรากฏใน "พระราชพงษาวดารกรุงธนบุรี แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาที่ 4" เอาไว้ว่า
“หลวงมหาแพทย์ออกไปแต่กรุงธนบุรี เข้าเฝ้ากราบถวายบังคมทูลพระกรุณาว่า สมเด็จพระพันปีหลวงกรมพระเทพามาตย ทรงพระประชวรพระยอดอัคเนสันเสดจทิวงคต แต่ณวันอังคารเดือนสี่ขึ้นหกค่ำปีมเมียฉศก ในราษตรีเพลาสองยามแปดบาท” (8 : 110)
ต่อมาในปี พ.ศ. 2319 ทรงให้จัดสร้างพระเมรุมาศแล้วถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ที่วัดบางยี่เรือใต้ (วัดอินทารามวรวิหาร) ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวไปแล้วว่า
“แล้วให้ปลูกพระเมรุ ณ วัดบางยี่เรือใต้เสร็จแล้ว จึงให้เชิญพระโกศพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ใส่เรือพระที่นั่งกิ่ง แห่โดยกระบวนนาวาพยุหไปโดยทางชลมารค เชิญขึ้นสู่พระเมรุแล้ว ให้นิมนต์พระสงฆ์สดัปปกรณ์พันรูป ถวายไตรบริขารไทยทานต่างๆ และมีงานมรสพสามวัน แล้วถวายพระเพลิง” (7 : 57)
จากนั้นในปีเดียวกัน ทรงให้จัดงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิสมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ ที่วัดบางยี่เรือนอก (วัดอินทารามวรวิหาร) ดังปรากฏใน "หมายรับสั่ง เรื่องเกณฑ์ให้เจ้าพนักงานแต่งการเชิญพระอัฐิสมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ไปบำเพ็ญพระราชกุศล ณ วัดบางยี่เรือนอก จ.ศ. 1138" เอาไว้ว่า
“วันศุกร์ ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 1 จุลศักราช 1138 ปีวอก อัฐศก เสด็จฯ ออกไปบำเพ็ญพระธรรม ณ วัดบางยี่เรือใน ทรงพระกรุณาสั่ง พระยามหาเสนา พระยาจักรี ให้เจ้าพนักงานแต่งการเชิญพระอัฐิสมเด็จพระพันปีหลวงกรมพระเทพามาตย์ ออกไปบำเพ็ญพระราชกุศลบังสุกุล ณ วัดบางยี่เรือนอก” (9 : 11)
สมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ ทรงมีพระขนิษฐา (น้องสาว) คือ สมเด็จพระน้านาง กรมหลวงเทวินทรสุดา (ฮั้น/อั๋น) ดังปรากฏในหลักฐานที่กล่าวไปแล้วว่า
"สมเด็จพระน้านาง พระนามเดิมว่า อั๋น ดำรงพระราชอิศริยยศเป็น กรมหลวงเทวินทรสุดา" (1 : ก)
พระราชประวัติของสมเด็จพระพันปีหลวง กรมพระเทพามาตย์ พระราชชนนีในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ยังคงมีแง่มุมที่คลุมเครือและเป็นปริศนาในหลายประเด็น ซึ่งต้องรอการค้นพบหลักฐานใหม่ในอนาคตมาช่วยคลี่คลายและเติมเต็มหน้าประวัติศาสตร์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นนั้นเอง
เชิงอรรถ
(1) ลำดับสกุลเก่าบางสกุล ภาคที่ 4 สกุลเชื้อสายพระราชวงศ์กรุงธนบุรี (ฉะบับร่าง). พระนคร : พระจันทร์, 2480
(2) สุทธิศักดิ์ ระบอบ สุขสุวานนท์. ทฤษฎีเผือกร้อนสะเทือนโลกประวัติศาสตร์ กรณีพระชาติกำเนิดสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี "ชาวจีนโพ้นทะเล" ผู้กอบกู้เอกราชชาติไทย , ศิลปวัฒนธรรม. ปีที่ 43 ฉบับที่ 2, ธันวาคม 2564
(3) สุทธิศักดิ์ ระบอบ สุขสุวานนท์. ความย้อนแย้งทางประวัติศาสตร์ กรณีพระชาติกำเนิดสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ในจดหมายเหตุแห่งชาติ พระราชพงศาวดาร และเอกสารเชลยศักดิ์ของไทย, ศิลปวัฒนธรรม. ปีที่ 42 ฉบับที่ 9, กรกฎาคม 2564
(4) ประวัติศาสตร์แห่งพระราชอาณาจักรสยามและประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา ฉบับตุรแปง. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2559
(5) ฌัง บัปติสต์ ปาลเลกัวซ์. เล่าเรื่องกรุงสยาม. พิมพ์ครั้งที่ 4. นนทบุรี : ศรีปัญญา, 2552
(6) พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) จดหมายรายวันทัพ, อภินิหารบรรพบุรุษ, และเอกสารอื่น. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี : ศรีปัญญา, 2562
(7) พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 4 / กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. พิมพ์ครั้งที่ 11. นนทบุรี : โครงการเลือกสรรหนังสือ สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช, 2560
(8) พระราชพงษาวดารกรุงธนบุรี แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาที่ 4 (พระเจ้าตากสิน) จุลศักราช 1128 ถึง 1144. พิมพ์ครั้งที่ 3. พระนคร : กรมตำรา กระทรวงศึกษาธิการ, 2467
(9) ประชุมหมายรับสั่ง ภาคที่ 1 สมัยกรุงธนบุรี. กรุงเทพฯ : คณะกรรมการพิจารณาและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์ สำนักนายกรัฐมนตรี, 2523
โฆษณา