วันนี้ เวลา 13:00 • ธุรกิจ

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมา ช่องทางลงทุนธุรกิจอาหารสัตว์ไทย

การค้าระหว่างประเทศในสินค้าเกษตรมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และการผลิตเนื้อสัตว์ เช่น ไก่ สุกร และปลา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จึงมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับห่วงโซ่อุปทานอาหารของภูมิภาค และเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาเสถียรภาพด้านราคาอาหารและต้นทุนการผลิต
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมียนมาได้ดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อส่งเสริมการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้จากต่างประเทศและยกระดับมาตรฐานการผลิตในประเทศ ภายใต้การกำกับของกรมส่งเสริมการค้าเมียนมา (MyanTrade) กระทรวงพาณิชย์เมียนมา
รัฐบาลเมียนมาได้ร่วมมือกันผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในรูปแบบ Public-Private Partnership (PPP) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตร เช่น ระบบคลังสินค้า การขนส่ง และการตรวจสอบคุณภาพสินค้า
นอกจากนี้ เมียนมายังมุ่งเน้นการปรับปรุงมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับข้อกำหนดสากล เช่น มาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) และระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability System) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อในตลาดต่างประเทศ การดำเนินการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของเมียนมาในตลาดโลก แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การลงทุนด้านโลจิสติกส์ การจัดหาวัตถุดิบ ไปจนถึงการพัฒนาระบบตรวจสอบคุณภาพร่วมกัน
เมื่อพิจารณาจากบริบททางเศรษฐกิจในภูมิภาค CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) การขยายตัวของการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเมียนมา ถือเป็นโอกาสสำคัญที่นักลงทุนไทยสามารถใช้เป็นช่องทางในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของไทยเองและเพื่อเป็นการต่อยอดไปสู่การสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS)
สถานการณ์การนำเข้าของไทย
ไทยถือเป็นตลาดหลักของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมา โดยมีข้อมูลดังนี้
ปี 2567 ไทยนำเข้าข้าวโพดจากเมียนมา 1.75 ล้านตัน มูลค่า 17,000 ล้านบาท คิดเป็น 88% ของการนำเข้าทั้งหมด
ช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2568 ไทยนำเข้าแล้ว 1.23 ล้านตัน มูลค่า 12,000 ล้านบาท หรือ 86% ของยอดนำเข้ารวม ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่มั่นคงและต่อเนื่องของตลาดไทย รวมทั้งยังชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานได้มากขึ้นอีกด้วย
ความเชื่อมโยงด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมามีความสำคัญต่อการสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารของไทย โดยบางส่วนได้รับการรับรองจากระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability System) ซึ่งยืนยันว่าเป็นข้าวโพดที่ปลอดการเผา ไม่บุกรุกพื้นที่ป่า และมีส่วนช่วยลดฝุ่นละออง PM2.5
ระบบดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสมาคมผู้ประกอบการข้าวโพดเมียนมา (MCIA) และตรวจสอบโดย Control Union ซึ่งเป็นองค์กรรับรองมาตรฐานระดับสากล การใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับจึงเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือของสินค้าและสนับสนุนการค้าที่ยั่งยืน
มาตรการใหม่ของไทย
กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศมาตรการใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 โดยกำหนดให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ ปลอดการเผา เท่านั้น
ผู้นำเข้าต้องแสดงหลักฐานว่าแหล่งปลูกไม่มีการเผาและสามารถใช้เอกสารรับรองจากหน่วยงานรัฐหรือองค์กรสากลที่ได้รับการยอมรับ มาตรการนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ไทยใช้ ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมกับการนำเข้าสินค้าเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษ PM2.5 ข้ามพรมแดน
ดังนั้น การส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของเมียนมาและการนำเข้าของไทยสะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นในภูมิภาค สำหรับนักลงทุนไทย โอกาสทางธุรกิจอยู่ที่การเข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทาน การใช้มาตรการตรวจสอบย้อนกลับ และการปรับตัวตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของไทย ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันและสนับสนุนการค้าที่ยั่งยืนในระยะยาว
ลูกค้าที่สนใจธุรกิจใน CLMV หรือประเทศเขตอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Great Mekong Subregion: GMS) ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ธนาคารไทยพาณิชย์มีสาขาต่างประเทศที่พร้อมจะดูแลและให้บริการ สนใจติดต่อ https://www.scb.co.th/en/corporate-banking/international-network
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก: ธนาคารไทยพาณิชย์เมียนมา www.scbmm.com
#ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พม่า #ลงทุนพม่า #SCBInternationalBanking #TheMostAdmiredBank #SiamCommercialBank
โฆษณา