วันนี้ เวลา 00:27 • ยานยนต์

ทำสีเฉพาะจุดหรือทั้งชิ้น เลือกแบบไหนดี? เคลมประกันได้หรือไม่

เมื่อรถคู่ใจมีรอยขีดข่วนหรือรอยบุบ การตัดสินใจว่าจะ "ทำสีเฉพาะจุด" หรือ "ทำสีทั้งชิ้น" มักเป็นคำถามยอดฮิตสำหรับคนรักรถ วันนี้เราจะมาสรุปข้อดี-ข้อเสียของทั้งสองแบบ พร้อมไขข้อสงสัยเรื่องการเคลมประกันกันครับ
เคลมประกันใช้กับการทำสีได้หรือไม่?
คำตอบคือเคลมได้ครับ โดยส่วนใหญ่จะใช้ได้กับ ประกันรถยนต์ชั้น 1 ซึ่งคุ้มครองครอบคลุมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเคลมแบบมีคู่กรณี หรือการเคลมแบบแห้ง (ไม่มีคู่กรณี) เช่น รอยขีดข่วนจากการถอยชนเสา หรือรอยสะเก็ดหิน อย่างไรก็ตาม หากเป็นการเคลมแบบไม่มีคู่กรณีที่ชัดเจน อาจมีค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ครับ
ทำสีเฉพาะจุด กับ ทำสีทั้งชิ้น แตกต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน?
ทำสีเฉพาะจุด (Spot Repair):
ข้อดี: ประหยัดค่าใช้จ่าย ใช้เวลาน้อย (บางที่รอรับรถได้เลย) และรักษาหน้าสีเดิมของโรงงานในส่วนที่เหลือไว้ได้
ข้อเสีย: หากช่างฝีมือไม่ถึง อาจเห็นรอยต่อของสีหรือสีเพี้ยนจากชิ้นส่วนเดิมได้ง่าย
ทำสีทั้งชิ้น (Full Part Repaint):
ข้อดี: สีเรียบเนียนสม่ำเสมอกันทั้งชิ้น ดูสวยงามเหมือนใหม่ ไร้รอยต่อ
ข้อเสีย: ราคาสูงกว่า ใช้เวลานานกว่า และหากรถใช้งานมานาน สีชิ้นที่ทำใหม่อาจจะดู "สด" กว่าชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ซีดจางไปตามกาลเวลา
ถ้าอยากเคลมสีรถได้อย่างเต็มที่ ควรเลือกประกันชั้นไหนตอบโจทย์ที่สุด?
แน่นอนว่า ประกันรถยนต์ชั้น 1 คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุดครับ เพราะเป็นประกันชั้นเดียวที่รองรับการทำสีรถในกรณีที่ไม่มีคู่กรณี หรืออุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ รอบคัน ช่วยให้คุณดูแลความสวยงามของรถได้โดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่
โฆษณา