19 ก.พ. เวลา 03:46 • ธุรกิจ

R&D จะอยู่รอดยังไง ในยุคที่เราตัดสิน performance กันด้วยกำไรรายไตรมาส

ช่วงนี้เป็นช่วงที่งบบริษัทต่าง ๆ เริ่มทยอยออก และเพจต่าง ๆ ก็เริ่มเอางบมาวิเคราะห์ออกสื่อ นอกจากผู้ถือหุ้นแล้ว ก็มีประชาชนนี่แหละที่ช่วยวิเคราะห์กันอีกทาง
ยุคนี้นักวิจัย นักนวัตกรรมรุ่นใหม่อาจต้องปรับตัวให้คิดและพูดภาษาเดียวกับ finance ให้ได้บ้าง อย่าขายตัวเองแค่ว่าเป็น lab ทำของล้ำ ๆ
R&D เป็นหน่วยงานที่โดนเพ่งเล็งเรื่องงบประมาณตลอด เพราะใช้งบเยอะแต่ยังไม่เห็นกำไร
สถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ ถ้ายังไม่มีผลงานในระยะสั้นก็อาจโดนตัดงบหรือลดขนาดได้ เพราะทุกคนคาดหวังว่ารายได้ ผลกำไรของบริษัทจะเติบโตทุกปี
ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ R&D ใช้งบเยอะและยังไม่เห็นตัวเงินกลับมาเท่านั้น แต่ปัญหาอาจมาจากความคิดที่ว่าธุรกิจหลักยังทำกำไรได้ดี
ยิ่งธุรกิจเดิมยังแข็งแกร่งมากเท่าไร ก็ยิ่งไม่มีแรงจูงใจให้ลงทุนในสิ่งใหม่ จนกว่าผลประกอบการจะเริ่มแย่ลง ซึ่งตอนนั้นมักสายเกินไป เพราะเงินก็ไม่มีไปลงทุนพัฒนาแล้ว ได้แต่เกาะกระแส ปรับตัวตามคู่แข่ง ชิงส่วนแบ่งเขาต่อไปไปเรื่อย ๆ
เอาจริงวิธีนี้มันก็ไม่ได้แย่อะนะ ใคร ๆ ก็ทำกัน แต่ถ้าเราเคยยิ่งใหญ่หรือเป็นผู้นำตลาดมาก่อน เราก็ไม่ได้อยากให้ใครเอาเราไปเป็น case study ป่ะ ว่าหมดยุคเราแล้วเพราะเราปรับตัวไม่ทัน
ถ้า fail ก็แค่เสีย premium ถ้า win ก็ได้ S-curve ใหม่ เป็นผู้นำเทคโนโลยีของตัวเอง ฐานลูกค้าแรก ๆ สร้างรายได้แบบใหม่ที่ยั่งยืนกว่าในอนาคต
แต่อาจต้องทำใจว่ามันไม่สำเร็จไปทุกโปรเจค สมมติทำ 10 โปรเจค อาจล้มไป 6 อีก 3 โปรเจคพอถูไถไปได้ แต่หวังว่าจะมีโปรเจคนึงที่รุ่งจน cover loss ทั้งหมด แล้วได้ S-curve ใหม่
Netflix ก็เกิดขึ้นมาในสมัยที่บริษัทส่ง DVD ตามบ้านยังทำกำไรได้ดีอยู่ แต่กล้าลงทุนใน streaming มีจุดที่กำไรร่วงจนนักลงทุนด่า จนตอนนี้ทำกำไรได้หลายพันล้านเหรียญต่อปี
ในบริษัทใหญ่ R&D ไม่ควรเป็น cost center แต่เป็นส่วนหนึ่งของ strategic hedge ของรายได้ในอนาคต ไม่ควรมองแค่ short-term profit (แต่อาจขาย service หรือทำผลงานระหว่างทางเพื่อสร้างรายได้ไปก่อนได้)
และนักวิจัย นักนวัตกรรมควรต้องเริ่ม defend งานของตัวเอง ด้วยภาษาทางการเงิน มากกว่าขายคำว่าล้ำ เทคโนโลยี อนาคต อย่างเดียว
ปล. ภาพประกอบโชว์ผลกำไรสุทธิล่าสุดของ Netflix จากเวป https://www.macrotrends.net/stocks/charts/NFLX/netflix/net-income
โฆษณา