Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
MONEY LAB
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 07:18 • หุ้น & เศรษฐกิจ
สรุปดราม่า สมาคมฌาปนกิจประกาศยกเลิกหลายแห่ง แล้วเงินที่จ่ายไปจะได้คืนไหม ?
ไม่กี่วันมานี้ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หลายแห่งทั่วประเทศ ได้มีการประกาศยกเลิกกะทันหัน จนสร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนจำนวนมาก
1
เพราะพวกเขาเหล่านั้น หวังว่าจะสร้างหลักประกันสุดท้ายของชีวิต เพื่อส่งต่อเงินก้อนไว้ใช้สำหรับจัดงานศพ และช่วยแบ่งเบาภาระลูกหลานไม่ให้ลำบาก
1
แต่วันนี้สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เหล่านั้น กำลังทยอยปิดตัวไป จนทำให้เกิดคำถามมากมายตามมา ว่าเงินที่ส่งไปจะได้คืนมาหรือไม่
1
และหากอยากรู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไร ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
1. สัญญาณเตือนจากยอดภูเขาน้ำแข็ง
สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในหลายพื้นที่ เช่น จ.นครราชสีมา จ.ศรีสะเกษ ประกาศเลิกสมาคม ขณะเดียวกันบางสมาคมใน จ.ชัยภูมิ ก็ประกาศแช่แข็งเงินทั้งหมด ในช่วงไม่นานมานี้
1
ซึ่งถ้าหากถอยออกมาดูสถิติตั้งแต่ปี 2517 ถึงปี 2569
จะพบว่า มีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ได้ทำการยกเลิกไปแล้วกว่า 1,000 แห่ง และปัจจุบันเหลือดำเนินการอยู่ 3,839 แห่งทั่วประเทศ
1
ซึ่งตัวเลขสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่หายไปกว่า 1 ใน 5 นี้สะท้อนให้เห็นว่า โมเดลเงินฌาปนกิจกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก
1
และที่น่ากังวลกว่านั้นคือ ชาวบ้านที่เป็นสมาชิก ซึ่งคาดการณ์กันว่ามีเกือบ 20 ล้านคน อาจจะไม่ทันได้รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ ว่าระบบที่ตัวเองพึ่งพาอยู่กำลังสั่นคลอน
2
2. เงินฌาปนกิจไม่ใช่เงินออม แต่คือเงินใส่ซองงานศพ
1
สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ เงินฌาปนกิจที่จ่ายไปวันนี้ เป็นเหมือนการออมที่การันตีว่า เมื่อเราจากไป ครอบครัวจะได้เงินก้อนกลับมาแน่นอน
1
แต่ความจริงแล้ว การฌาปนกิจสงเคราะห์คือ โมเดลการลงขัน
1
ที่คนกลุ่มหนึ่งตกลงกันว่า จะช่วยกันออกเงินเมื่อมีเพื่อนสมาชิกในกลุ่มเสียชีวิต เพื่อนำไปช่วยจัดงานศพและเยียวยาครอบครัวเพื่อนคนนั้น ตามแนวคิดเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข
1
1
โดยจำนวนเงินที่ต้องจ่าย และทายาทจะได้รับ ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ตายตัว แต่มาจากสูตรคำนวณง่าย ๆ คือ
จำนวนสมาชิกที่เหลืออยู่ x เงินสงเคราะห์ที่เก็บรายศพ
สมมติตกลงกันว่าจะเก็บเงิน 100 บาท เมื่อมีคนเสียชีวิต 1 คน ดังนั้น
- สมาชิก 2,000 คน ครอบครัวผู้เสียชีวิตจะได้เงินเท่ากับ
2,000 x 100 = 200,000 บาท
จะเห็นได้ว่า ยิ่งมีสมาชิกจำนวนมาก เงินช่วยเหลือก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
แต่ในทางกลับกัน ถ้าสมาชิกเหลือน้อย เงินช่วยเหลือก็จะลดลงเช่นกัน
1
- สมาชิกเหลือ 500 คน ครอบครัวผู้เสียชีวิตจะได้เงินเพียง
500 x 100 = 50,000 บาท
ซึ่งก็เท่ากับว่า ฝั่งครอบครัวผู้เสียชีวิต เงินที่จะได้รับมากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกของสมาคมในตอนนั้น
ขณะเดียวกัน ฝั่งสมาชิกที่ยังมีชีวิตอยู่ เงินที่ต้องควักกระเป๋าจ่ายในแต่ละปีก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนคนเสียชีวิตในช่วงเวลานั้น
ถึงตรงนี้ก็จะเห็นหลักการชัดเจนว่า เงินที่สมาชิกจ่ายไปจะถูกส่งต่อให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตทันที
โดยที่ทางสมาคมจะทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ในการรวบรวมและส่งต่อเงินนั้น และคิดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการบางส่วน
ดังนั้น เงินฌาปนกิจที่เราจ่ายไปจึงเปรียบเสมือนการใส่ซองงานศพ ไม่ใช่การออมเงิน และไม่มีส่วนของการนำไปลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนใด ๆ เหมือนกับฝากเงินธนาคาร หรือทำประกันชีวิต
1
นั่นก็หมายความว่า หากวันหนึ่งเราลาออก ขาดส่ง หรือสมาคมปิดตัวไป เราแทบจะไม่สามารถเรียกร้องเงินที่เคยจ่ายไปคืนได้เลย
1
ส่วนที่พอจะเรียกร้องคืนได้บ้าง ก็อาจจะเป็นเพียงส่วนของเงินสงเคราะห์ที่เก็บล่วงหน้า ซึ่งก็ต้องไปดูเงื่อนไขของแต่ละสมาคมอีกที
2
เมื่อเข้าใจโมเดลนี้แล้ว เราจะเริ่มเห็นปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อความมั่นคงของโมเดลนี้ นั่นคือ จำนวนสมาชิกและจำนวนผู้เสียชีวิตในแต่ละช่วงเวลา
3. ระเบิดเวลาพีระมิดโครงสร้างประชากรกลับหัว
1
มาที่คำถามสำคัญคือ ทำไมโมเดลที่เคยเป็นที่พึ่งของคนรุ่นปู่ย่าตายาย ถึงกำลังสั่นคลอนลงในยุคนี้ ?
คำตอบก็ซ่อนอยู่ในโครงสร้างประชากรที่กำลังกลับด้าน
1
1
ในอดีต โครงสร้างประชากรเป็นรูปพีระมิดฐานกว้าง จากการมีคนหนุ่มสาวจำนวนมาก สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ต่อเนื่อง
ทำให้ฐานสมาชิกมีขนาดใหญ่ ครอบครัวผู้เสียชีวิตในยุคนั้น จึงมักจะได้รับเงินก้อนใหญ่เป็นหลักแสนบาท
แต่วันนี้โครงสร้างประชากรไทยเปลี่ยนไป กลายเป็นพีระมิดกลับหัว..
จากการที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ ทำให้โมเดลที่อาศัยฐานคนจำนวนมาก เริ่มได้รับแรงกดดันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้านหนึ่ง สมาชิกเดิมที่ยังอยู่ส่วนใหญ่ก็เหลือแต่ผู้สูงอายุ ซึ่งมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามช่วงวัย
อีกด้านหนึ่ง คนรุ่นใหม่ก็ไม่นิยมสมัครเพิ่ม เพราะมีทางเลือกที่มากกว่า ทั้งประกันชีวิต หรือการออมรูปแบบอื่น
เมื่อแรงกดดันเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองฝั่ง นั่นคือ
จำนวนผู้เสียชีวิตถี่ขึ้น แต่จำนวนสมาชิกกลับไม่เพิ่ม
1
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ คนที่ยังอยู่ต้องควักเงินจ่ายบ่อยขึ้น จนกลายเป็นภาระที่หนักอึ้งเป็นเงาตามตัว
ทีนี้เมื่อต้องจ่ายเยอะขึ้น หลายคนก็เริ่มแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว จำใจต้องหยุดจ่ายกลางคัน
1
ทำให้จากเดิมที่สมาชิกก็น้อยอยู่แล้ว เพราะไม่มีคนรุ่นใหม่มาเติม ประกอบกับสมาชิกเก่าเริ่มส่งเงินไม่ไหว สมาชิกในสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ก็ยิ่งเหลือน้อยลงไปอีก
1
ส่งผลให้ในวันที่จากไป เงินก้อนที่ครอบครัวของสมาชิกจะได้รับ ซึ่งคำนวณจากจำนวนสมาชิกที่เหลืออยู่ ก็จะลดฮวบตามไปด้วย
พอคนรุ่นใหม่ ๆ เห็นว่าต้องจ่ายแพงแต่กลับได้รับเงินช่วยเหลือไม่มากเหมือนในอดีตที่คนรุ่นก่อนเคยบอก ก็ยิ่งไม่อยากสมัครเข้าไปอีก
1
กลายเป็นวงจรซ้ำเติม ที่ทำให้หลายสมาคมขาดสภาพคล่อง จนต้องประกาศยกเลิกอย่างที่เราเห็นกันในข่าว
1
อย่างไรก็ตาม ถึงจุดนี้หลายคนอาจตั้งคำถามว่า
ในเมื่อความเสี่ยงมันสูงและไม่แน่นอนขนาดนี้
ทำไมชาวบ้านส่วนใหญ่ถึงยังเลือกส่งเงินกับสมาคม แทนที่จะไปทำประกันชีวิตกับบริษัทที่ดูมั่นคงกว่า ?
คำตอบส่วนหนึ่ง มาจากข้อจำกัดด้านอายุและสุขภาพ
ชาวบ้านส่วนใหญ่สมัครฌาปนกิจในช่วงอายุที่ค่อนข้างมากแล้ว ขณะที่ประกันชีวิตมักจะไม่รับทำเมื่ออายุเกินเกณฑ์ หรือต่อให้รับเบี้ยประกันก็อาจสูงจนจ่ายไม่ไหว
1
อีกเหตุผลคือ การส่งเงินนี้เป็นสิ่งที่ทำต่อ ๆ กันมา
1
เป็นวิถีปฏิบัติที่คนรุ่นพ่อแม่ทำเป็นตัวอย่างให้เห็น และบอกต่อกันมาว่านี่คือวิธีเก็บเงินไว้ให้ลูกหลานที่ง่ายที่สุด
ยิ่งเห็นคนในหมู่บ้านที่เสียชีวิตไปก่อน แล้วได้รับเงินก้อนจริง ๆ ก็ยิ่งตอกย้ำว่า ถ้าเราทำตามนี้ครอบครัวเราก็จะได้รับผลลัพธ์แบบเดียวกัน
เพียงแต่ในวันนี้ เมื่อเวลาผ่านไป ประโยชน์ที่เคยได้รับจากการเป็นสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ กลับไม่ได้เป็นเหมือนในวันวานแล้ว
และด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้เองที่ทำให้โมเดลฌาปนกิจ ที่แม้จะมีความเสี่ยงซ่อนอยู่ แต่ก็ยังคงฝังรากลึกอยู่ในชุมชนมานานหลายสิบปี
ซึ่งหลังจากนี้เราก็คงทำได้เพียงติดตามต่อไป ว่าเหตุการณ์นี้จะจบลงอย่างไร หรือจะมีความช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติมจากภาครัฐบ้าง..
1
#วางแผนการเงิน
#หลักการวางแผนการเงิน
#เงินฌาปนกิจ
References
-สาระน่ารู้ เพื่อการปฏิบัติงาน ตามกฎหมายว่าด้วยการฌาปนกิจสงเคราะห์
-
https://www.dwf.go.th/contents/37730
-
https://www.facebook.com/share/v/1BKR6dbHnn/?mibextid=wwXIfr
-อิทธิชัย รักษานุวงศ์. (2565). สาระน่ารู้ เพื่อการปฏิบัติงาน ตามกฎหมายว่าด้วยการฌาปนกิจสงเคราะห์
การเงิน
วางแผนการเงิน
27 บันทึก
36
2
77
27
36
2
77
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย