Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
คุณากร คำมุข
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 00:58 • ไลฟ์สไตล์
ย้อนเรื่องราวสีดา-ชีพ ตำนานรัก(ร่วมเพศ)โลงคู่
17 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 หรือเมื่อ 59 ปีก่อน หนังสือพิมพ์สื่อใหญ่ได้พาดหัวข่าว โศกนาฏกรรมของคู่รักคู่หนึ่ง ที่โชคชะตากำหนดให้เกิดมาอยู่ในเพศเดียวกัน
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด เกิดขึ้นจากชายผู้มีใจเป็นหญิง นามว่าประโนตย์ วิเศษแพทย์ เป็นบุตรชายของนายยงค์ และหม่อมหลวงบุญนาค วิเศษแพทย์ ซึ่งเป็นครอบครัวมีฐานะดี ด้วยความที่เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของบ้าน จากพี่น้องทั้งหมด 5 คน เขาเติบโตขึ้นท่ามกลางการถูกรุมล้อมด้วยพี่น้องที่เป็นผู้หญิงทั้งสี่ และค่อยๆ ซึบซับความอ่อนหวานเรียบร้อยแบบผู้หญิงของคนรอบข้างไว้อย่างไม่รู้ตัว
หลังเรียนจบระดับประถมที่โรงเรียนใกล้บ้าน ย่านซอยสวนพลู ด้วยความสนใจในการแสดงตั้งแต่เยาว์วัย และการสนับสนุนของผู้เป็นมารดา ประโนตย์จึงสอบเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนนาฏศิลป์ โรงเรียนนาฏศิลป(วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม) ที่นั่นยังเปิดโอกาสให้เขาสามารถแสดงบุคลิกที่เบี่ยงเบนไปจากเพศที่แท้จริงของตนเองได้อย่างอิสระเสรี
แต่เนื่องจากในขณะนั้น สภาพสังคมไทยยังไม่ยอมรับพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ ประโนตย์จึงมักลักลอบหนีออกไปแสดงโขนกับบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางโรงเรียนนาฏศิลป์ขณะนั้นไม่อนุญาตอย่างเด็ดขาด รวมทั้งเริ่มคบหากับเพื่อนต่างโรงเรียนที่มีลักษณะเดียวกัน จนถูกไล่ออกจากโรงเรียน แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเมื่อเจ้าตัวเบนเข็มเดินสายประกวดแต่ละเวที ส่วนใหญ่ได้รางวัลชนะเลิศ เรียกว่าสวยไร้คู่แข่ง
ขณะเดียวกัน ยังใช้วิชานาฏศิลป์ที่ติดตัวมารับแสดงโขนตามงานการกุศลต่างๆ ซึ่งต่อมาได้สร้างชื่อ
เป็นที่รู้จักในนามของสีดา นางในวรรณคดีไทยเรื่องรามเกียรติ์
ประโนตย์ได้พบรักกับชายหนุ่มชื่อ สมบูรณ์ ทั้งคู่คบหาและอยู่กินกันนานถึง 8 ปีเต็ม สุดท้ายก็เลิกรากันไปและนายสมบูรณ์ก็หันไปคบกับผู้หญิงอื่น จนกระทั่งเวลาผ่านไป 2-3 ปี เธอได้มาเจอกับ สมชาย แก้วจินดา หรือ ชีพ มีอาชีพขับรถรับจ้าง รูปหล่อ สุภาพ เรียบร้อย พูดจาดี ทั้งคู่ตกลงปลงใจและย้ายมาอยู่ด้วยกันที่บ้านพักย่านซอยสวนพลู แต่แล้วปัญหาเดิมก็กลับมาทำร้ายคนทั้งคู่ นั่นคือความหวาดระแวง หึงหวง จนทั้งคู่ถึงกับต้องไปสาบานต่อกันที่วัดพระแก้วและศาลหลักเมือง
แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายลงไปอีก ทั้งคู่ได้ทะเลาะกันอีกหลายครั้ง สุดท้ายจึงตัดสินใจแยกกันอยู่ ประโนตย์คิดตลอดเวลาว่าตนไม่ใช่หญิงแท้ ประกอบกับระแวงว่าชีพจะมีผู้หญิงอื่นมาติดพัน จนเป็นสาเหตุให้ทั้งคู่กลับมาทะเลาะกันอีกครั้ง เธอจบชีวิตตัวเองด้วยการดื่มยาพิษอยู่หลายครั้ง แต่ก็มีคนช่วยชีวิตไว้ได้ทัน
และในการดื่มครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 ลมหายใจสุดท้ายของประโนตย์ก็หมดลงอย่างโดดเดี่ยวในบ้านพักของตัวเอง เมื่อชีพทราบข่าวก็ได้แต่พร่ำพูดแต่ประโยคที่ว่า“ผมจะตามพี่ไป พี่รอผมด้วย” พลางร้องไห้กอดศพของคนรัก เย็นวันเดียวกันนั้นเอง ชีพได้บวชอุทิศส่วนกุศล
หลังจากสวดศพครบ 3 คืน เณรชีพตัดสินใจสึก จากนั้นได้นำสมบัติที่ซื้อร่วมกันไปจำนำ และนำเงินที่ได้ไปให้แก่คนในบ้าน และได้เขียนจดหมายสั่งเสียว่า“ขอให้นำเงินจำนวนดังกล่าวนี้เพื่อทำศพของเขา ขอให้พี่ๆ ช่วยเป็นภาระในการเลี้ยงดูแม่ ส่วนศพของเขาให้เอาไว้ที่วัดหัวลำโพงคู่กับศพของโนต” ต่อมาชีพก็กินยาฆ่าแมลงและเสียชีวิตตามคนรัก เมื่อตอนเที่ยงวันที่ 15 พฤษภาคม ปีเดียวกัน ศพของทั้งคู่ตั้งอยู่ที่วัดหัวลำโพง และได้ทำการฌาปนกิจพร้อมกัน
เรื่องราวของโศกนาฏกรรมนี้ กลับมาเป็นที่พูดถึง จากบทเพลงสีดา ร้องโดยแจ้-ดนุพล แก้วกาญจน์ ผลงานการแต่งของสุรพล โทณะวณิก และภาพยนตร์เรื่องสีดา ตำนานรักโลงคู่ กำกับโดย เอกชัย ศรีวิชัย เข้าฉายเมื่อปี พ.ศ. 2563
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย