20 ก.พ. เวลา 08:26 • ธุรกิจ
ถนน พระราม 2

BPA ในบรรจุภัณฑ์อาหาร สิ่งที่ธุรกิจไทยต้องรู้ก่อนโดนกระทบ

ถ้าคุณทำธุรกิจที่เกี่ยวกับอาหาร บรรจุภัณฑ์ หรือส่งออกไปยุโรป ข่าวนี้กระทบคุณโดยตรง
สหภาพยุโรปเพิ่งประกาศ Commission Regulation (EU) 2026/250 ยกเลิกการใช้สาร Bisphenol A หรือ BPA ในวัสดุและบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสกับอาหารทุกประเภท มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2026
BPA คืออะไร และทำไมถึงถูกแบน?
BPA คือสารเคมีที่ใช้ในการผลิตพลาสติกและเรซินมาอย่างยาวนาน พบได้ในขวดน้ำ กล่องอาหาร กระป๋อง และบรรจุภัณฑ์แทบทุกชนิดที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน
ปัญหาคือ งานวิจัยสะสมมาหลายสิบปีพบว่า BPA สามารถซึมเข้าสู่อาหารและเครื่องดื่มได้ โดยเฉพาะเมื่อถูกความร้อน และเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะรบกวนระบบฮอร์โมน ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก ระบบสืบพันธุ์ และอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงของโรคเรื้อรังบางชนิด
EU จึงตัดสินใจชัดเจนว่าถึงเวลาต้องยกเลิก ไม่ใช่แค่จำกัดปริมาณอีกต่อไป
Timeline ที่ผู้ประกอบการต้องจำ
EU ไม่ได้ยกเลิกทุกอย่างพร้อมกันในคืนเดียว แต่ให้เวลาเปลี่ยนผ่านเป็นขั้นบันได ขึ้นอยู่กับประเภทของบรรจุภัณฑ์
กรกฎาคม 2026 บรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียว (single-use) ทั่วไป หยุดวางจำหน่ายในตลาด EU
มกราคม 2028 บรรจุภัณฑ์สำหรับผัก ผลไม้ สินค้าประมง และบรรจุภัณฑ์ที่เคลือบ BPA เฉพาะผิวโลหะด้านนอก
กรกฎาคม 2027 บรรจุภัณฑ์แบบใช้ซ้ำ (repeat-use) สำหรับผู้บริโภคทั่วไป
มกราคม 2029 อุปกรณ์บรรจุภัณฑ์แบบใช้ซ้ำระดับมืออาชีพในโรงงานอาหาร
นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดเรื่องวิธีการตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อน BPA ที่เข้มงวดขึ้น และการสำแดงความถูกต้อง (Declaration of Compliance) ที่ต้องระบุข้อมูลให้ครบถ้วนในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต
แล้วธุรกิจไทยต้องทำอะไร?
ตอนนี้ไทยยังไม่มีการแบน BPA ในระดับเดียวกับ EU แต่มีสองเรื่องที่ต้องคิดให้ดี
เรื่องแรกคือตลาดส่งออก ถ้าสินค้าคุณวิ่งไปยุโรป ลูกค้าจะเริ่มถามเรื่อง BPA compliance ก่อนที่เส้นตายจะมาถึงซะอีก เพราะแบรนด์ใหญ่ๆ ใน EU ปรับนโยบายซัพพลายเชนของตัวเองเร็วกว่ากฎหมายเสมอ
เรื่องที่สองคือเทรนด์ที่กำลังมา กฎเกณฑ์ด้านความปลอดภัยอาหารจาก EU มักเดินทางมาถึงภูมิภาคเอเชียในระยะเวลาไม่นาน ผู้ประกอบการที่ปรับตัวก่อนจะได้เปรียบทั้งในแง่ต้นทุนและความน่าเชื่อถือ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สั่งซื้อผ่านหน้าร้านออนไลน์
Facebook : Splus Corp
โฆษณา