Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Bigmama ชวนอ่าน
•
ติดตาม
20 ก.พ. เวลา 14:34 • ข่าวรอบโลก
ครั้งแรกในรอบ 500 ปี — กานาส่งออก “ทองคำแท่งที่กลั่นเอง” ปิดฉากยุคส่งออกทองคำดิบ
ในประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าครึ่งสหัสวรรษของดินแดนที่โลกเคยเรียกว่า “โกลด์โคสต์” วันนี้ Ghana กำลังเขียนบทใหม่ให้ตัวเองอย่างชัดเจน
เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 500 ปี ที่ประเทศผู้ผลิตทองคำอันดับ 1 ของแอฟริกา เริ่มส่งออก “ทองคำแท่งที่กลั่นในประเทศ” แทนการส่งออกทองคำดิบ
การเปิดตัวทองคำแท่งล็อตแรกเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผ่านความร่วมมือระหว่าง Ghana Gold Board (GoldBod) และ Gold Coast Refinery Limited
นี่ไม่ใช่แค่ข่าวอุตสาหกรรม
แต่มันคือ “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ของประเทศ
---
จาก “Gold Coast” สู่ผู้ผลิตทองคำแท่ง
ตลอดยุคล่าอาณานิคมจนถึงศตวรรษที่ 21 กานาส่งออกทองคำในรูปแบบดิบ (doré bars) เกือบทั้งหมด
เหตุผลสำคัญคือ ประเทศขาดโรงกลั่นที่ได้มาตรฐานสากล โดยเฉพาะมาตรฐานของ London Bullion Market Association (LBMA) ซึ่งเปรียบเสมือนใบเบิกทางสู่ตลาดทองคำโลก
ผลลัพธ์คือ “ค่ากลั่น” และมูลค่าเพิ่มจำนวนมหาศาลไหลออกนอกประเทศ
กานาได้เพียงรายได้ต้นน้ำ — แต่ปลายน้ำอยู่ที่คนอื่น
ปลายทางหลักในอดีต ได้แก่:
Switzerland — ศูนย์กลางโรงกลั่นทองคำระดับโลก
United Arab Emirates — ฮับการค้าทองคำ โดยเฉพาะดูไบ
India — ตลาดเครื่องประดับและการลงทุนขนาดใหญ่
South Africa — ศูนย์กลางการกลั่นในภูมิภาค
ข้อมูลจาก UN Comtrade และ SWISSAID ระบุว่า ระหว่างปี 2015–2023 ทองคำดิบจากกานาจำนวนมากไหลเข้าสู่สวิตเซอร์แลนด์ ก่อนถูกกลั่นและกระจายสู่ตลาดโลก
---
โรงกลั่นในประเทศ: การทวงคืนมูลค่า
การเดินเครื่องของ Gold Coast Refinery ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้นราว 1 ตันต่อสัปดาห์ (ประมาณ 52 ตันต่อปี) หมายความว่า
กานากำลัง “เก็บมูลค่าเพิ่ม” ไว้ในประเทศได้เอง
ทองคำแท่งทุกแท่งจะประทับตรารับรองจาก
Bank of Ghana
Ghana Standards Authority
GoldBod
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคการกลั่น
แต่มันคือการสร้าง “ความเชื่อมั่น” ต่อผู้ซื้อทั่วโลก
ที่สำคัญ กานาได้รับการสนับสนุนด้านเทคนิคจาก Rand Refinery โรงกลั่นในแอฟริกาใต้ที่ได้รับการรับรองจาก LBMA
ความร่วมมือนี้ช่วยยกระดับทั้งกระบวนการกลั่น การตรวจสอบแหล่งที่มา (responsible sourcing) และการบริหารคุณภาพให้เทียบมาตรฐานสากล
---
ใครได้ ใครเสีย
การเปลี่ยนเกมครั้งนี้ ย่อมสะเทือนผู้เล่นเดิมในห่วงโซ่อุปทานโลก
โรงกลั่นในสวิตเซอร์แลนด์ อาจสูญเสียวัตถุดิบบางส่วน
ดูไบอาจเสียส่วนแบ่งตลาดทองคำจากเหมืองขนาดเล็ก
อินเดียอาจต้องนำเข้าทองคำแท่งสำเร็จรูปมากขึ้น
ในอีกด้าน
แอฟริกาใต้ได้บทบาทพันธมิตรเทคโนโลยี
และกานาได้งาน ได้รายได้ ได้อำนาจต่อรองเพิ่มขึ้น
---
มากกว่าทองคำ: สัญญาณเชิงยุทธศาสตร์
นี่ไม่ใช่แค่การกลั่นโลหะมีค่า
แต่มันคือการ “ทวงคืนมูลค่า” จากโครงสร้างเศรษฐกิจที่ฝังรากมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม
จากประเทศที่เคยถูกตั้งชื่อเพราะทรัพยากรที่ถูกขนออกไป
วันนี้กานากำลังพยายามกำหนดชะตาของทรัพยากรนั้นด้วยตัวเอง
หากโมเดลนี้สำเร็จ อาจกลายเป็นต้นแบบให้ประเทศผู้ผลิตทองคำรายอื่นในแอฟริกาเดินตาม
---
บทสรุป
ครั้งแรกในรอบกว่า 500 ปี
กานาไม่ได้ส่งออกเพียง “แร่ทองคำ”
แต่ส่งออก “ทองคำแท่งที่กลั่นด้วยมือของตนเอง”
การเปลี่ยนผ่านอาจเริ่มต้นในขนาดจำกัด
แต่ในเชิงสัญลักษณ์ นี่คือการปิดฉากยุคเก่า — และเปิดยุคใหม่ของโกลด์โคสต์อย่างแท้จริง
#Ghana
#GoldCoast
#AfricanEconomy
#GoldRefining
#ValueChain
#DeColonizingEconomy
#GlobalTrade
#เศรษฐกิจโลก
#ทองคำ
#AfricaRising
โดย : คัดข่าว
https://www.facebook.com/share/1QkTAYHufe/
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย