เมื่อวาน เวลา 03:47 • ข่าวรอบโลก

⚠️ ตาสว่าง! เบื้องหลังตัวเลขลวงโลก "ภาษีทรัมป์" ขู่เก็บจีน 145% แต่จ่ายจริงแค่ 31%

แล้วทำไมไทยอาจจจะกำลังจะซวยสุดหลังเหตุการณ์โมฆะ
ปีที่แล้วหลายคนเห็นข่าวภาษีทรัมป์แล้วตกใจ "จีนโดน 145%!" "ไทยโดน 36%!" แต่พอมาดูตัวเลขจริงในตาราง Effective Tariff Rate ณ เดือนธันวาคม 2025 กลับเห็นว่า จีนจ่ายจริงแค่ 31% ไทยจ่ายจริงแค่ 8.75%
แล้วทำไมมันต่างกันขนาดนี้? วันนี้จะมาอธิบายให้ฟังแบบง่ายๆ ค่ะ
🔥” ตัวเลขประกาศ" กับ "ตัวเลขที่เก็บจริง" มันคนละเรื่องกันเลย
ลองนึกภาพแบบนี้นะคะ สมมติรัฐบาลบอกว่า "เก็บภาษีสินค้าจากประเทศ A ทุกชนิด 36%" แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่สินค้าทุกชนิดที่ถูกเก็บเท่ากัน บางอย่างได้รับยกเว้นเพราะอเมริกาเองก็ต้องใช้และหาทดแทนไม่ได้ บางอย่างมีดีลการค้าที่ทำให้เสียน้อยกว่า บางอย่างเข้ามาผ่านช่องทางพิเศษที่มีอัตราต่ำกว่า แถมบางสินค้ายังถูก "พัก" การเก็บภาษีชั่วคราวอีก พอเอาทุกอย่างมาเฉลี่ยรวมกัน ตัวเลขที่เก็บได้จริงๆ จึงต่ำกว่าตัวเลขพาดหัวข่าวมากค่ะ
ตัวเลขที่เห็นในตารางนี้เรียกว่า "Effective Tariff Rate" หรือ "อัตราภาษีศุลกากรที่มีผลจริง" ซึ่งคิดจากภาษีที่รัฐบาลสหรัฐฯ เก็บได้ทั้งหมด หารด้วยมูลค่าสินค้านำเข้าทั้งหมดจากแต่ละประเทศ มันคือตัวเลข "ถัวเฉลี่ย" ของจริงที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ตัวเลขที่ทรัมป์ถือป้ายโชว์บนเวทีปราศรัยค่ะ
👀 ลองดูตัวอย่างที่ชัดๆ
จีนที่ถูกประกาศว่าโดนสูงถึง 145% ในช่วงพีค แต่พอมีข้อตกลงลดภาษีร่วมกัน มีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อย่างสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ที่ได้ยกเว้น เพราะถ้าเก็บจริงตามนั้น iPhone แพงขึ้นเท่าตัว คนอเมริกันเองจะเดือดร้อน Effective Rate จริงจึงออกมาแค่ 31.07%
ญี่ปุ่นที่เดิมโดนประกาศ 24% แต่ทำดีลลดเหลือ 15% Effective Rate จริงอยู่ที่ 13.35% เวียดนามที่เดิมโดนหนัก 46% ทำดีลลดเหลือ 20% Effective Rate จริงอยู่ที่ 12.70% อินเดียที่โดนทั้ง reciprocal 25% บวกภาษีลงโทษอีก 25% เพราะซื้อน้ำมันรัสเซีย Effective Rate จริงอยู่ที่ 20.54%
ส่วนไทยที่ถูกประกาศตอน Liberation Day ที่ 36% ต่อมาทำดีลลดเหลือ 19% แต่ Effective Rate จริงก็แค่ 8.75% ต่ำกว่าตัวเลขดีลถึงครึ่งหนึ่ง เพราะสินค้าหลายประเภทได้รับยกเว้น
กลุ่ม EU อย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน ก็ทำดีลจาก 20% เหลือ 15% Effective Rate จริงกระจายอยู่ในช่วง 5-12% แตกต่างกันตามสัดส่วนสินค้าที่แต่ละประเทศส่งออกมาอเมริกา
สหราชอาณาจักร แคนาดา เม็กซิโก ยิ่งต่ำไปอีก อยู่แค่ 3-7% เพราะมีข้อตกลงการค้าเดิมที่ครอบคลุมสินค้าจำนวนมาก
‼️สิ่งที่อยากให้ทุกคนเข้าใจ — อย่าเข้าใจผิดว่า "เสียภาษีน้อย"
อย่าเห็นตัวเลข Effective Rate ที่ต่ำกว่าตัวเลขประกาศแล้วรีบดีใจว่า "โอ้ย ไม่เท่าไหร่หรอก" เพราะต้องเทียบกับ "ก่อนหน้า" ค่ะ ก่อนที่ทรัมป์จะเริ่มสงครามภาษีรอบนี้ในเดือนมกราคม 2025 อัตราภาษีศุลกากรเฉลี่ยของสหรัฐฯ กับทุกคู่ค้ารวมกันอยู่แค่ประมาณ 2.4% ดังนั้นตัวเลข U.S. All Partners ที่ 9.42% ในตารางที่ดูเผินๆ ไม่เยอะ จริงๆ แล้วสูงขึ้นจากเดิมเกือบ 4 เท่า ถือว่าสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1932 สมัย Great Depression เลยค่ะ
เปรียบเหมือนเดิมเราเสียค่าทางด่วน 50 บาท พอขึ้นราคาเป็น 700 บาท แต่ได้ส่วนลดเหลือ 200 บาท เราก็ไม่ควรดีใจว่า "ได้ส่วนลดตั้ง 500" เพราะจริงๆ เราจ่ายแพงขึ้นจากเดิมถึง 4 เท่า
👨🏻‍⚖️ แล้วหลังศาลสูงสุดตัดสินเมื่อวานนี้ (20 ก.พ.) ใครจะเดือดร้อน?
เรื่องนี้สำคัญมากค่ะ หลังศาลตัดสินยกเลิกภาษี IEEPA ไปเกือบทั้งหมด ทรัมป์ประกาศจะใช้ Section 122 มาเก็บภาษี 10% แบบ flat rate จากทุกประเทศ ทับซ้อนบนภาษี Section 232 ที่ยังเหลืออยู่ ถ้าทำจริงแบบไม่มีข้อยกเว้นอะไรเลย Effective Rate ของทุกประเทศก็จะกระโดดขึ้นไปอย่างน้อย 10% ทันที
ลองดูตารางแล้วคิดตามนะคะ ประเทศที่ตอนนี้จ่ายจริงน้อยกว่า 10% นี่แหละที่จะเดือดร้อนหนักสุด เพราะ Effective Rate ของเขาจะพุ่งขึ้นทันที ได้แก่ เยอรมนีที่ตอนนี้จ่ายจริง 9.27% มาเลเซีย 8.94% เกาหลีใต้ 8.88% ไทย 8.75% สหราชอาณาจักร 7.21% สวิตเซอร์แลนด์ 6.94% ฝรั่งเศส 5.81% เบลเยียม 5.52% เนเธอร์แลนด์ 5.28% เม็กซิโก 4.38% และแคนาดา 3.12%
ประเทศเหล่านี้ที่เคยทำดีลลดภาษีได้ หรือมีข้อตกลงการค้าเดิมที่ทำให้จ่ายต่ำ กลับกลายเป็นว่า "ดีลที่เจรจาไว้ไม่มีความหมาย" เพราะถูกปรับขึ้นเป็น 10% เท่ากันหมด คนที่เคยได้เปรียบกลับกลายเป็นคนที่เสียเปรียบสุด
ส่วนประเทศที่จ่ายจริงสูงกว่า 10% อยู่แล้ว อย่างจีน 31% อินเดีย 20% บราซิล 14% ญี่ปุ่น 13% เวียดนาม 12% อิตาลี 11% สเปน 11% กลุ่มนี้อาจไม่ได้เดือดร้อนเพิ่มมากนัก เพราะ Effective Rate ของเขาสูงกว่า 10% อยู่แล้ว ส่วนใหญ่มาจากภาษี Section 232 ที่ศาลไม่ได้ยกเลิกค่ะ
นี่คือเหตุผลที่เราต้องดู "ตัวเลขจริง" เทียบกับ "ก่อนหน้า" และคิดต่อว่า "อนาคตจะเป็นอย่างไร" ไม่ใช่แค่ดู "พาดหัวข่าว" ค่ะ 💡
ชอบโพสต์นี้ก็แชร์ให้เพื่อนที่ยังงงๆ เรื่องภาษีทรัมป์ได้เลยนะคะ 🫶
โดย : Beauty Investor
โฆษณา