เมื่อวาน เวลา 03:30 • ธุรกิจ

🏦Central Bank: ผู้ดูแลเสถียรภาพของเศรษฐกิจ

ในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจไม่ค่อยนึกถึง "ธนาคารกลาง (Central Bank)"
เพราะมันไม่ได้ออกบัตรเครดิต
ไม่ได้โฆษณา
ไม่มีสาขาให้เห็นตามห้างสรรพสินค้า
และไม่ได้มีโปรโมชั่น 0% 10 เดือน
แต่ทุกครั้งที่
ดอกเบี้ยกู้บ้านเปลี่ยน
ค่าเงินบาทขยับ
เงินเฟ้อขึ้นหรือลง
ทั้งหมดนี้ ล้วนเชื่อมโยงกับการตัดสินใจของธนาคารกลาง
💸ธนาคารกลาง ทำหน้าที่อะไร?
ถ้าเศรษฐกิจคือระบบหมุนเวียนเลือด
ธนาคารกลางก็เป็นเหมือน “หัวใจ”
ที่ควบคุมจังหวะการไหลของเงิน
ไม่ให้ไหลแรงเกินไปจนเกิดฟองสบู่
และไม่ให้ช้าจนระบบเศรษฐกิจหยุดทำงาน
หน้าที่ของ ธนาคารกลาง ที่สำคัญหลักๆ มี 3 เรื่อง
1️⃣ดูแลเสถียรภาพราคา → เงินเฟ้อไม่รุนแรง ค่าครองชีพไม่ผันผวนจนกระทบชีวิตประชาชน
2️⃣ดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน → ให้ธนาคารพาณิชย์ทำงานได้การฝาก-กู้ไม่สะดุด
3️⃣สนับสนุนเศรษฐกิจโดยรวม → ไม่ร้อนเกิน ไม่เย็นเกิน จนกระทบปากท้องประชาชน
เป้าหมายของ ธนาคารกลาง
ไม่ใช่การเร่งให้เศรษฐกิจโตให้เร็วที่สุด
แต่ คือการทำอย่างไรให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน
🔧เครื่องมือสำคัญของ ธนาคารกลาง
📌อัตราดอกเบี้ยนโยบาย
เป็นสัญญาณให้ทั้งระบบรู้ว่ามุมมองเศรษฐกิจเป็นแบบไหน เร่ง หรือ ผ่อน
-ดอกเบี้ยต่ำ → กระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุน
-ดอกเบี้ยสูง → ชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ
📌การดูแลสภาพคล่องในระบบการเงิน
ผ่านการซื้อ–ขายพันธบัตร
เพื่อควบคุมปริมาณเงินในระบบ
ถ้าเงินขาด → ธนาคารปล่อยกู้ไม่ได้ เศรษฐกิจชะลอ
ถ้าเงินล้น → เสี่ยงเงินเฟ้อและการเก็งกำไร
📌มาตรการพิเศษในยามวิกฤต
เช่น การอัดฉีดสภาพคล่อง แก้ปัญหาหนี้เสีย เป็นต้น
 
🌍บทเรียนจากวิกฤตการเงินโลก 2008
ปี 2008 วิกฤตการเงินโลกเริ่มจาก ปัญหาสินเชื่อที่อยู่อาศัยความเสี่ยงสูง (Subprime) ในสหรัฐ
เมื่อผู้กู้จำนวนมากผิดนัดชำระหนี้
ราคาบ้านปรับตัวลดลง
ตราสารการเงินที่อิงกับสินเชื่อเหล่านี้สูญเสียมูลค่า
และกระจายความเสียหายไปทั่วระบบการเงินโลก
 
ผลที่ตามมาคือ
ตลาดสินเชื่อหยุดชะงัก
ธนาคารไม่กล้าปล่อยกู้
สภาพคล่องหายไป
ความเชื่อมั่นในระบบการเงินสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ท่ามกลางวิกฤต ธนาคารกลางในหลายประเทศนำโดย Federal Reserve
ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษ
เพื่อลดความตื่นตระหนก อัดฉีดสภาพคล่อง และพยุงระบบไม่ให้ล้มลงพร้อมกัน
ผลลัพธ์คือ
-ระบบการเงินกลับมาทำงาน
-ความเสียหายต่อเศรษฐกิจจริงถูกจำกัดไว้ได้
 
วิกฤตนี้ตอกย้ำว่า
ธนาคารกลาง ไม่ได้เป็นแค่ ผู้ดูแลกลไลระบบการการเงิน
แต่ยังรักษาความเชื่อมั่นของทั้งระบบเอาไว้ด้วย
🦠โควิด 19: เศรษฐกิจหยุดพร้อมกันทั้งโลก
โควิดต่างจากวิกฤตอื่นๆ
โควิดทำให้อุปสงค์และอุปทานหยุดลงพร้อมกัน
ธนาคารกลางทั่วโลกใช้นโยบายผ่อนคลายอย่างรวดเร็ว
เพื่อประคองรายได้ การจ้างงาน และตลาดการเงิน
แม้เศรษฐกิจจะชะลอ
แต่ระบบการเงินยังเดินต่อได้
และกลายเป็นฐานให้การฟื้นตัวเกิดขึ้นในระยะถัดมา
🚩บทบาทของธนาคารกลางของไทย
ภายใต้บริบทของไทย
-เศรษฐกิจเปิด พึ่งพาการค้าและการท่องเที่ยว
-หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง
-ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวตามภาวะการเงินโลก
การดำเนินนโยบายการเงินของ ธนาคารแห่งประเทศไทย
จึงต้องคำนึงถึงทั้งเสถียรภาพภายในประเทศ
และความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกไปพร้อมกันๆ
🤔ประวัติศาสตร์แบบสั้นๆ: รู้หรือไม่?
- ธนาคารกลางแห่งแรกของโลกคือ ธนาคารแห่งชาติสวีเดน (Sveriges Riksbank) ก่อตั้งปี 1668
- ธนาคารกลางทั่วโลกส่วนใหญ่เกิดมาจากวิกฤต
เช่น Sveriges Riksbank ตั้งขึ้นเพื่อสร้างเสถียรภาพระบบการเงินหลังวิกฤตธนาคารเอกชนล้ม
Bank of England (BoE) ตั้งขึ้นเพื่อช่วยรัฐระดมทุนช่วงสงคราม และบริหารหนี้ภาครัฐ
- บทบาทของธนาคารกลางพัฒนาไปตามวิกฤต ไม่ได้เกิดมาพร้อมคำตอบ ทุกการตัดสินใจคือการ Learning by Doing เรียนรู้และปรับเครื่องมือไปพร้อมเศรษฐกิจในแต่ละยุค
⚖️สรุป บทบาทของธนาคารกลาง
ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่ง
แต่ต้องบริหารหลายเป้าหมายไปพร้อมกัน
ทั้งการดูแลเสถียรภาพ
และการประคองการเติบโตของเศรษฐกิจ
เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างสมดุล
ต่อเนื่อง และยั่งยืนในระยะยาว
เรื่องและภาพ: ธนโชติ นนทกะตระกูล Economist, Bnomics
════════════════
Bnomics - Be an Economist for Everyone
วิเคราะห์ เจาะทุกประเด็นเศรษฐกิจ ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ
════════════════
#ธนาคารกลาง #CentralBank #วิกฤต #ธนาคารกรุงเทพ #Bnomics #BBL #BangkokBank
โฆษณา