22 ก.พ. เวลา 09:19 • อาหาร

พระพุทธองค์โปรดคนตกปลาให้กลับใจ

ในสมัยพุทธกาลมีคนตกปลา หรือ "พรานเบ็ด" คนหนึ่งชื่อว่าอริยะ ชื่อของเขาดูจะไม่ค่อยตรงกับพฤติกรรมนัก วันหนึ่ง พระศาสดาทรงเห็นว่านายอริยะผู้นี้ มีวาสนาที่จะบรรลุโสดาปัตติมรรค จึงเสด็จไปบิณฑบาตใกล้ประตูด้านทิศเหนือของกรุงสาวัตถี พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์
ขณะนั้น พรานเบ็ดอริยะกำลังตกปลาอยู่ เมื่อเห็นภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข จึงได้ทิ้งคันเบ็ด แล้วยืนอยู่
พระศาสดาเสด็จกลับ ประทับยืนอยู่ ณ ที่ไม่ไกลพรานเบ็ดนั้น จึงตรัสถามชื่อของพระสาวกทั้งหลาย มีพระสารีบุตรเถระเป็นต้นว่า "เธอชื่อไร? เธอชื่อไร?" พระสาวกเหล่านั้น ก็กราบทูลชื่อของตนๆ ว่า "ข้าพระองค์ชื่อสารีบุตร, ข้าพระองค์ชื่อโมคคัลลานะ" เป็นต้น
พรานเบ็ดคิดว่า "พระศาสดาตรัสถามชื่อสาวกทุกองค์ คงจะตรัสถามชื่อของเราบ้างเป็นแน่"
พระศาสดาทรงทราบความปรารถนาของพรานเบ็ดนั้น จึงตรัสถามว่า "อุบาสก เธอชื่อไร?"
เขากราบทูลว่า "ข้าพระองค์ชื่ออริยะ พระเจ้าข้า"
แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่า "อุบาสก ผู้ที่ฆ่าสัตว์เช่นท่าน จะชื่อว่าอริยะไม่ได้, ผู้ที่ตั้งอยู่ในความไม่เบียดเบียนมหาชนต่างหากจึงจะชื่อว่าอริยะ" ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถาว่า
บุคคลไม่ชื่อว่าเป็นอริยะ (น เตน อริโย โหติ)
เพราะเหตุที่เบียดเบียนสัตว์, (เยน ปาณาติ หึสติ)
เพราะไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง. (อหึสา สพฺพปาณานํ)
คือบุคคลที่เราเรียกว่า "เป็นอริยะ" (อริโยติ ปวุจฺจติ.)
เมื่อทรงจบเทศนา พรานเบ็ดตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล เข้าสู่กระแสธารแห่งพระนิพพาน ไม่ตกสู่อบายภูมิอีกต่อไป ทั้งๆ ที่กำลังจะประกอบที่จะนำให้เขาสู่อบายแท้ๆ
นี่คือพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า และแสดงให้เห็นว่า ผู้ใดก็ตามที่สั่งสมบุญกุศลมามากพอ แม้จะมีสถานะหมิ่นเหม่เพียงใด หากกุศลถึงพร้อมก็อาจบรรลุธรรมได้
เรียบเรียงจาก - อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ธัมมัตถวรรคที่ ๑๙
โฆษณา