Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Bnomics
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 02:57 • ธุรกิจ
🇨🇳เส้นทางการค้าใหม่ของจีน…หลังสงครามการค้า
ปี 2025 อาจถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลกว่าเป็นปีแห่งการ “จัดระเบียบเส้นทางการค้า” ครั้งสำคัญ เมื่อสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของ Donald Trump กลับมาใช้นโยบายขึ้นภาษีและมาตรการกีดกันทางการค้าอีกระลอก เป้าหมายหลักคือการลดการขาดดุลการค้ากับจีน ซึ่งอยู่ในระดับมากกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ต่อปีในช่วง 2021–2024
คำถามสำคัญคือ มาตรการดังกล่าวสามารถ “สกัด” จีนได้จริงหรือไม่
1️⃣กระทบในระดับทวิภาคี แต่ไม่ลุกลามเป็นภาพรวม
ข้อมูลปี 2025 ชี้ว่า การส่งออกของจีนไปสหรัฐฯ ลดลงจาก 5.24 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2024 เหลือ 4.20 แสนล้านดอลลาร์ ลดลงเกือบ 20% สัดส่วนตลาดสหรัฐฯ ต่อการส่งออกรวมของจีนลดเหลือเพียง 11% ต่ำสุดในรอบ 6 ปี และต่ำกว่าช่วงต้นทศวรรษ 2000 ที่เคยมีสัดส่วนมากกว่า 20%
อย่างไรก็ตาม ในระดับภาพรวม การส่งออกทั้งหมดของจีนกลับทำสถิติใหม่ที่ 3.77 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5.5% จากปีก่อน ขณะที่ดุลการค้าเกินดุลสูงถึง 1.19 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรกที่ทะลุระดับล้านล้านดอลลาร์
กล่าวได้ว่า แม้ตลาดสหรัฐฯ หดตัวลง แต่ศักยภาพการผลิตของจีนไม่ได้ลดลง หากแต่ปรับเปลี่ยนปลายทางการค้าไปยังภูมิภาคอื่นอย่างรวดเร็ว
2️⃣อาเซียน ศูนย์กลางใหม่ของการปรับสมดุลการค้า
ภูมิภาคที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นชัดเจนคืออาเซียน มูลค่าส่งออกจากจีนสู่ภูมิภาคนี้แตะระดับ 6.67 แสนล้านดอลลาร์ คิดเป็นเกือบ 18% ของการส่งออกรวม เพิ่มขึ้นอย่างมากจากประมาณ 7% ในปี 2000 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก
หนึ่ง เศรษฐกิจอาเซียนขยายตัวต่อเนื่องจากจำนวนประชากรกว่า 600 ล้านคนและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ชนชั้นกลางเติบโต เมืองขยายตัวเร็ว ทำให้ตลาดผู้บริโภคมีขนาดใหญ่และยังมีศักยภาพเติบโต
สอง ไทยและเวียดนามเป็นฐานการผลิตสำคัญของบริษัทข้ามชาติ การนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากจีนจึงเพิ่มขึ้นตามกระบวนการประกอบและส่งออกต่อ ตัวเลขปี 2025 ระบุว่า การส่งออกของจีนไปเวียดนามเติบโต 22.4% ส่วนไทยเติบโต 20.4% สูงสุดในภูมิภาค สะท้อนความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานที่ลึกขึ้น
สาม กรอบความตกลงการค้าเสรีอย่าง Regional Comprehensive Economic Partnership ช่วยลดภาษีและอุปสรรคทางการค้า เพิ่มความแน่นอนให้กับผู้ประกอบการ
3️⃣จากการพึ่งพาตลาดหลัก สู่การกระจายความเสี่ยง
โครงสร้างตลาดส่งออกของจีนในปี 2025 เปลี่ยนจากการพึ่งพาตลาดหลักไม่กี่แห่ง ไปสู่การกระจายตัวในหลายภูมิภาค ทั้งเอเชียใต้ แอฟริกา ละตินอเมริกา และยุโรป
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระยะยาวอย่าง Belt and Road Initiative ซึ่งมุ่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและเชื่อมโยงตลาดล่วงหน้ามานานกว่าทศวรรษ การมีเครือข่ายทางเลือกหลายเส้นทาง ทำให้แรงกดดันจากบางประเทศไม่ลุกลามเป็นวิกฤตเชิงระบบ
4️⃣บทเรียนจากจีน
กรณีของจีนสะท้อนประเด็นสำคัญอย่างน้อยสองข้อ
1. อย่าผูกชะตากับตลาดเดียว การพึ่งพาตลาดหลักเพียงไม่กี่ประเทศทำให้เศรษฐกิจเปราะบางต่อความผันผวนทางการเมือง การกระจายตลาดจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็น และที่สำคัญต้องรีบกระจายตลาดก่อนถูกบังคับให้ต้องทำ
2. การฝังตัวอยู่ในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบที่จำเป็น มีความสำคัญมากกว่าการเป็นผู้ส่งออกสินค้าสำเร็จรูปเพียงอย่างเดียว ดังนั้นต่อให้สินค้าสุดท้ายไหลผ่านประเทศอื่น แต่การเป็น “ชิ้นส่วนที่ขาดไม่ได้” จะทำให้มีอำนาจต่อรองสูงกว่า
สุดท้ายแล้ว สงครามการค้าอาจไม่มีผู้ชนะที่ชัดเจน แต่คำถามที่แต่ละประเทศควรถามตัวเองคือ
“เราเป็นเพียงทางผ่านของสินค้า หรือเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ของห่วงโซ่อุปทานโลก”
เรื่องและภาพ: กุสุมา ธะนะวงศ์ Economist, Bnomics
════════════════
Bnomics - Bangkok Bank Economist, Bnomics
'Be an Economist for Everyone'
วิเคราะห์ เจาะทุกประเด็นเศรษฐกิจ ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ
════════════════
#ASEAN #สงครามการค้า #จีนสหรัฐฯ #ธนาคารกรุงเทพ #Bnomics #BBL #BangkokBank
1 บันทึก
4
1
1
4
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย