23 ก.พ. เวลา 06:10 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

Stryker เตรียมฝึก Cobra Gold 2026

"การฝึกครั้งนี้จะมีชาติพันธมิตร และเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กว่า 30 ประเทศเข้าร่วม และจะไม่ใช่เพียงแค่การฝึกรบ แต่เป็นการดำเนินยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงที่สำคัญในภูมิภาค เพื่อรับมือกับความท้าทายในทุกมิติทั้งทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ทางอวกาศ และทางไซเบอร์ ให้สอดรับกับภัยคุกคามในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น"
"ความไว้วางใจที่สร้างขึ้นร่วมกับประเทศต่างๆ ผ่านการฝึก Cobra Gold จะมีส่วนช่วยให้ภูมิภาคนี้สามารถผ่านพ้นวิกฤตและความท้าทายใหม่ ๆ ในอีก 10-20 ปีข้างหน้าไปได้ ซึ่งจะเป็นข้อพิสูจน์ว่า ประเทศต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายที่สูงส่ง คือ สันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค และความร่วมมือระหว่างกัน"
พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
“ไทยเป็นประเทศแรกในโลกที่สหรัฐอเมริกาขายและให้ความช่วยเหลือทางทหาร ยานรบ Strykers นี้ กองทัพสหรัฐฯ ยังคงใช้ประจำการไปอีกถึงปี 2030 หรือนานกว่านี้ จึงนับเป็นยุทโธปกรณ์ที่สหรัฐฯ ยังใช้ประจำการอยู่และขายให้ และช่วยเหลือ ทบ.ไทย เป็นยานเกราะล้อยางที่ได้รับว่าระดับ World Class ผลิตโดย บริษัท General Dynamics Land systems ผ่านมาแล้วหลายสมรภูมิ”
ไทยรัฐออนไลน์
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน อาวุธยุทโธปกรณ์ในกองทัพบกไทยมีมากมายที่น่าสนใจ ซึ่งวันนี้ผู้เขียนก็จะขอนำเสนอบทความนี้เนื่องจากในช่วงนี้มีการฝึกผสม Cobra Gold 2026 ซึ่งถือว่าเป็นการฝึกผสมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาวุธยุทโธปกรณ์ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ มีใช้งานใน 2 ประเทศที่จะเข้าร่วมการฝึกในช่วงนี้คือสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา จึงขอนำทุกท่านเข้าสู่เรื่องราวดังต่อไปนี้
การฝึก Cobra Gold 2026 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคมพ.ศ. 2569 ถือเป็นการฝึกทางทหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีกำลังพลกว่า 8,000 นาย จาก 30 ประเทศเข้าร่วม
ไฮไลท์สำคัญคือการที่กองทัพสหรัฐฯ ส่งยุทโธปกรณ์จำนวนมหาศาลผ่านเรือขนส่งทางยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่มายังท่าเรือสัตหีบหรือการขนส่งทางอากาศผ่านเครื่องบินลำเลียงมาลงที่สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งอาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้อาจรวมถึงยานเกราะล้อยางตระกูล Stryker ที่จะเป็นหัวใจสำคัญในการฝึกครั้งนี้
ยานเกราะ Stryker เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของกองทัพบกสหรัฐฯ ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ที่ต้องการ "ความสมดุลทางยุทธศาสตร์" ระหว่างหน่วยยานเกราะหนักที่เคลื่อนที่ช้ากับหน่วยยานเกราะเบาที่เปราะบาง พลเอก Eric Shinseki จึงได้ผลักดันแนวคิดกองพลน้อยน้ำหนักปานกลางที่สามารถเคลื่อนย้ายทางอากาศด้วยเครื่องบิน C-130 ไปทั่วโลกได้ภายใน 96 ชั่วโมง
ชื่อ Stryker ถูกตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารผู้ได้รับเหรียญกล้าหาญ 2 นายในสงครามโดยมีหัวใจหลักคือความคล่องตัว ระบบป้องกันที่ปรับตัวได้ และอำนาจการยิงที่ยืดหยุ่น
Stryker ใช้ระบบขับเคลื่อน 8x8 เครื่องยนต์ดีเซล 350-450 แรงม้า ทำความเร็วบนถนนได้สูงสุดถึง 100 กม./ชม. ในขณะที่ระบบช่วงล่างมีระบบปรับแรงดันลมยางอัตโนมัติ เพื่อให้เหมาะกับสภาพพื้นผิวต่างๆ ทั้งถนนทางหลวงที่ทำจากคอนกรีตและถนนหนทางธรรมชาตืที่ใช้เคลื่อนที่ผ่านป่าไม้แบบในไทย และใช้ช่วงล่างแบบอิสระไฮโดรนิวเมติก ช่วยให้วิ่งทางไกลได้นิ่งและนุ่มนวล
ยานเกราะแบบนี้มีบทเรียนจากสนามรบในสงครามอิรักและสงครามการปราบปรามการผู้ก่การร้ายอัฟกานิสถานนำไปสู่การพัฒนาตัวถังรูปตัว V คู่ เพื่อเบี่ยงเบนแรงระเบิดจากทุ่นระเบิดและ IED หรือระเบิดแสวงเครื่องออกไปด้านข้าง ช่วยปกป้องชีวิตกำลังพลภายในรถได้อย่างดีเยี่ยม
กองทัพบกไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของอาวุธยุทโธปกรณ์แบบนี้ จึงได้เริ่มจัดหาและรับมอบยานเกราะล้อยาง Stryker ชุดแรกในเดือนกันยายน พ.ศ. 2562 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนกระบวนทัศน์การปฏิบัติการของหน่วยทหารราบไทยให้มีความทันสมัยและคล่องตัวสูงขึ้น
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ Stryker ในกองทัพบกไทยคือ ประเทศไทยเป็นประเทศแรกและประเทศเดียวในโลกนอกเหนือจากผู้ผลิตอย่างสหรัฐอเมริกาที่ใช้งาน Stryker มาตรฐานเดียวกันกับกองทัพบกสหรัฐฯ สิ่งนี้มีนัยสำคัญในทางยุทธศาสตร์คือ กล่าวคือการทำงานร่วมกัน ทหารไทยสามารถปฏิบัติการร่วมกับหน่วย Stryker ของสหรัฐฯ ได้อย่างเต็มรูปแบบในการฝึกผสม Cobra Gold
ระบบเครือข่ายสามารถรองรับระบบการสั่งการในสนามรบ (BMS) และการส่งกำลังบำรุงตามมาตรฐานตะวันตก ไม่เพียงเท่านี้ยังมีคู่มือการฝึกและระบบอะไหล่ที่ชัดเจนจากสายการผลิตหลักในสหรัฐฯ และแคนาดา
ปัจจุบันกองทัพบกไทยมี Stryker ประจำการอยู่ 2 รุ่นหลัก ได้แก่ M1126ICV (Infantry Carrier Vehicle) เป็นรุ่นลำเลียงพลที่เป็นกำลังหลัก ติดตั้งป้อมปืนรีโมท RWS ที่ผู้ยิงสามารถควบคุมจากภายในรถได้อย่างปลอดภัย ถัดมาคือ M1127RV (Reconnaissance Vehicle) รุ่นลาดตระเวนสำหรับหน่วยสอดแนม ติดตั้งระบบเซ็นเซอร์และกล้องตรวจการระยะไกลเพื่อรวบรวมข่าวกรอง
เมื่อมาดูหลักนิยมการรบของ Stryker แล้วพบว่าจะไม่ใช่การรบเหมือนรถถังที่นำหน้าเข้าโจมตี แต่ทำหน้าที่ลำเลียงทหารเข้าสู่พื้นที่รบอย่างรวดเร็วและปลอดภัย จากนั้นทหารจะลงจากรถเพื่อดำเนินกลยุทธ์ โดยมียานเกราะเป็นฐานยิงสนับสนุนและที่กำบัง
การที่กองทัพบกไทยจัดหายานเกราะ Stryker มาใช้งาน ไม่เพียงแต่ทำให้ไทยเป็นประเทศเดียวในโลกนอกเหนือจากสหรัฐฯ ที่ใช้ Stryker มาตรฐานเดียวกัน แต่ยังเป็นการกระตุ้นให้เห็นถึงความสำคัญของกองทัพไทยในการสมดุลอำนาจกับชาติตะวันตก แทนที่จะเข้าข้างจีนหรือรัสเซียหลังการรัฐประหารเมื่อปี 49
แน่นอนว่าในการฝึกครั้งนี้ Stryker จะมีบทบาทหลักในการฝึกเป็นยานลำเลียงพลทหารราบที่เน้นความเร็วและความปลอดภัย หากจะกล่าวได้ว่าการฝึกลำเลียงทางอากาศนั้นมีมีความสำคัญอย่างยิ่ง ใช่ครับ ทุกท่านจะเห็นว่า Stryker ถูกออกแบบมาให้เคลื่อนย้ายทางอากาศด้วยเครื่องบินลำเลียง C-130 ไปถึงสนามบินปลายทางได้ โดยมีการใช้ C-130 ทั้งของไทยและสหรัฐฯร่วมทำการฝึก อีกทั้งยังทำความเร็วบนถนนได้ถึง 100 กม./ชม. ทำให้สามารถคุมเวลาในภารกิจได้อย่างดีเยี่ยม
เมื่อถึงจุดหมาย ทหารราบจะลงจากรถเพื่อเข้าตี โดยมี Stryker ทำหน้าที่เป็นแนวกำบังและเป็นฐานยิงสนับสนุนด้วยป้อมปืนรีโมท (RWS) เพื่อกดดันข้าศึก บทบาทของ Stryker
ในการฝึก Cobra Gold ยุคใหม่ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรบ แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการฝึกซ้อมกู้ภัยในยามเกิดภัยพิบัติ ด้วยสมรรถนะล้อยาง 8x8 และระบบช่วงล่างที่ยอดเยี่ยม Stryker สามารถลุยน้ำและโคลนเพื่อขนส่งทีมแพทย์สนามและเสบียงฉุกเฉินไปยังพื้นที่ที่เข้าถึงยากในการฝึกช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัย เช่น สึนามิ แผ่นดินไหว หรือตึกถล่ม
การฝึกครั้งนี้เป็นโอกาสในการเรียนรู้ระบบการส่งกำลังบำรุงระดับโลก ไทยจะได้ศึกษาการบริหารจัดการยุทโธปกรณ์จำนวนมหาศาลจากเรือขนส่งทางยุทธศาสตร์ รวมถึงขั้นตอนการดูแลความปลอดภัยทางชีวภาพ ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดในการป้องกันโรคระบาดและเมล็ดวัชพืชต่างถิ่นที่อาจติดมากับตัวรถ รวมทั้งความรู้ด้านการซ่อมบำรุงและคู่มือการฝึกที่เป็นสากลช่วยให้กองทัพไทยสามารถยืนระยะในการรบจริงได้ยาวนานกว่าการใช้ยุทโธปกรณ์ที่ขาดแคลนอะไหล่ในระยะยาว
นอกเหนือจากการฝึก Cobra Gold ที่ส่งเสริมให้ Stryker มีบทเด่นแล้ว ในยามสงครามจริงมันถูกออกแบบมาให้เคลื่อนที่บนถนนได้เร็วเกือบ 100 กม./ชม. ซึ่งต่างจากรถถังสายพานที่ต้องรอรถเทรลเลอร์บรรทุกรวมทั้งเข้าถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง
ย้อนกลับไปในช่วงที่เกิดสงครามไทย-กัมพูชา กองทัพไทยมีคำสั่งเคลื่อนพล Stryker สามารถเคลื่อนกำลังจากฐานที่ตั้ง ณ กรมทหารราบที่ 112 จังหวัดฉะเชิงเทราไปยังชายแดนในทันทีเมื่อเกิดเหตุปะทะ มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจของยานเกราะแบบดังกล่าว ปะทะที่บึงตะกวน บ้านหนองจาน และบ้านหนองญ้าที่จังหวัดสระแก้ว Stryker ได้พิสูจน์ผลงานโดยการขนทหารไปยึดพื้นที่คืนได้อย่างทันท่วงที ช่วยปิดรอยรั่วตามแนวชายแดนได้เร็วกว่าการเดินเท้าหลายเท่า
ด้วยความที่ตัวรถทำจากเหล็กกล้าความแข็งสูง เสริมด้วยเกาะเซรามิก ป้องกันกระสุนขนาด 7.62 มม. ได้รอบคัน และป้องกันกระสุนขนาด 14.5 มม. ได้ที่ด้านหน้า ช่วยลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตของทหารเมื่อเทียบกับการนั่งรถกระบะหรือการเดินเท้า เครื่องยนต์ของ Stryker มีเสียงเบากว่ายานเกราะสายพานมาก ทำให้สามารถพาบุรุษชุดพรางเข้าประชิดแนวปะทะได้โดยที่ข้าศึกไม่ทันรู้ตัว
มีการติดตั้งป้อมปืนรีโมท (RWS) ที่ควบคุมจากภายในรถได้อย่างปลอดภัย ช่วยยิงกดดันข้าศึกเพื่อให้ทหารราบดำเนินกลยุทธ์เข้าตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถยึดคืนพื้นที่ที่กัมพูชาเคยยึดไปก่อนหน้านี้กลับมาสู่แผ่นดินไทยเป็นผลสำเร็จ
หลังจากจบสงครามไปไม่กี่เดือน ก็มีข่าวการซื้อรถหุ้มเกราะแบบดังกล่าวมือสองสภาพดี โดยมีราคาเพียง 50-60 ล้านบาทต่อคัน รวมค่าซ่อมคืนสภาพและขนส่ง ในขณะที่รถหุ้มเกราะแบบใหม่มีราคาสูงถึง 150-160 ล้านบาท
ทำให้กองทัพสามารถจัดหาได้ในจำนวนมาก คือจำนวนเป้าหมาย 200 กว่าคัน เพื่อให้เต็มอัตราศึกตามโครงสร้างกองพล ไม่เพียงเท่านี้การใช้รถมาตรฐานเดียวกับสหรัฐฯ ทำให้ไทยเข้าถึงระบบอะไหล่ คู่มือการฝึก และการสนับสนุนทางเทคนิคในระยะยาวได้ดีกว่ายุทโธปกรณ์จากค่ายอื่น
ในยุคที่การทำสงครามมีโดรนเพิ่มเข้ามาในการรบ เกราะเหล็กของ Stryker ช่วยป้องกันสะเก็ดระเบิดได้ดีกว่ารถทั่วไป และตัวรถยังมีพื้นฐานที่รองรับการติดตั้งชุดอุปกรณ์เสริมเช่น เลเซอร์ยิงโดรน หรือปืนกลต่อต้านอากาศยานในอนาคต แม้จะแพ้โคลนเลนลึกแต่สำหรับภูมิประเทศ ที่ราบลุ่มทางตะวันออกของไทย ที่มีโครงข่ายถนนดี Stryker ล็อตใหม่ที่จะมาถึงนี้คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการวางกำลังเพื่อดักหน้าข้าศึก
ข้อมูลจำเพาะ Stryker
ประเภท : ยานเกราะล้อยางลำเลียงพล
ประเทศผู้ผลิต : แคนาดา / สหรัฐอเมริกา
ผู้ผลิต General Dynamics Land Systems - Canada
น้ำหนัก : ICV 18.16 ตัน (16.47  ตัน ) MGS 20.69 ตัน (18.77 ตัน)
ความยาว :
22 ฟุต 10 นิ้ว (6.95 เมตร)
ความกว้าง :
8 ฟุต 11 นิ้ว (2.72 เมตร)
ความสูง :
8 ฟุต 8 นิ้ว (2.64 เมตร)
พลขับ :
2 นาย
ทหารราบ :
สูงสุด 9 นาย
อาวุธหลัก :
ปืนกล M2ขนาด 0.50 นิ้ว (12.7 มม.)
หรือเครื่องยิงระเบิดมือ Mk 19ขนาด 40 มม. ติดตั้งอยู่ในสถานีอาวุธควบคุมระยะไกล Protector และปืน 30 มม. Mk44 Bushmaster II ติดตั้งบนรถหุ้มเกราะ Stryker Dragoons
ปืนใหญ่ M68A2ขนาด 105 มม. ติดตั้งบนระบบปืนเคลื่อนที่ M1128
อาวุธรอง :
ปืนกล M2 ขนาด 0.50 นิ้ว (12.7 มม.) และ ปืนกล M240 ขนาด 7.62 มม. บนระบบปืนเคลื่อนที่ M1128
เครื่องยนต์ : Caterpillar C7
ให้กำลัง 350 แรงม้า (260 กิโลวัตต์)
กำลัง/น้ำหนัก
ICV: 19.3 แรงม้า/ตัน (15.8 กิโลวัตต์/ตัน)
ระบบกันสะเทือน :
ล้อ 8x8
รัศมีปฏิบัติการ :
310 ไมล์ (500 กิโลเมตร)
ความเร็วสูงสุด :
60 ไมล์ต่อชั่วโมง (97 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
เข้าประจำการในกองทัพบกไทย : พ.ศ.2562
ต้นสังกัด : กรมทหารราบที่ 112 กองพลทหารราบที่ 11 (พล.ร.11) ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า (อดีต) จังหวัดฉะเชิงเทรา
ค่ายพนัสบดีศรีอุทัย จังหวัดชลบุรี (ปัจจุบัน)
สำหรับยานเกราะ Stryker ทั้ง 2 ชาติที่จะโคจรมาพบกันในการฝึก Cobra Gold 2026 นี้อาจเป็นครั้งหนึ่งในรอบ 1 ปี ที่เราจะได้เห็นทหารทั้ง 2 ชาติใช้อาวุธยุทโธปกรณ์แบบเดียวกันร่วมทำการฝึก อีกทั้งยังเป็นแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการใช้งานจริง นำไปสู่บทเรียนที่จะพัฒนากองทัพของกันและกันในอนาคต เรื่องราวของการฝึกผสม Cobra Gold 2026 ยังมีให้ทุกท่านติดตามกันต่อ หากเรื่องไหนในการฝึกนี้น่าสนใจ เราจะนำมาเสนอให้ทุกท่านได้อ่านกันต่อ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Nutthapoom Pupakdee
กรม สน.พล.ร.11
Thai Army
Sompong Nondhasa
SMART Soldiers Strong ARMY
Thai Weapon Channel
คุณน้า
Wikipedia
THE STANDARD
เรียบเรียงโดย : นักรบชายแดน
โฆษณา