24 ก.พ. เวลา 03:57 • อาหาร

ไขข้อข้องใจ MFG, EXP และ BBE บนฉลากสินค้าคืออะไร? เรื่องสำคัญที่ผู้บริโภคไม่ควรมองข้าม

เคยสังเกตไหมว่าเวลาเราหยิบจับสินค้า ไม่ว่าจะเป็นขนม นม เนย หรือแม้แต่เครื่องสำอาง มักจะมีตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเล็กๆ พร้อมตัวเลขกำกับอยู่เสมอ? หลายคนอาจจะดูแค่ "วันหมดอายุ" แล้วจบ แต่รู้หรือไม่ว่าตัวย่ออย่าง MFG, EXP และ BBE นั้นมีความหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และมีผลต่อความปลอดภัยรวมถึงคุณภาพของสินค้าที่เราซื้อมาด้วย
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจความหมายของตัวย่อเหล่านี้อย่างละเอียด เพื่อให้คุณเลือกซื้อและเก็บรักษาสินค้าได้อย่างคุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด
1. MFG หรือ MFD (Manufacturing Date) : จุดเริ่มต้นของสินค้า
MFG ย่อมาจาก Manufacturing Date หมายถึง "วันที่ผลิต"
ตัวเลขนี้จะบอกเราว่าสินค้านั้นถูกผลิตและบรรจุลงในหีบห่อเมื่อไหร่ ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ช่วยให้เราคำนวณอายุคร่าวๆ ของสินค้าได้ โดยเฉพาะสินค้าที่เน้นความสดใหม่ ยิ่งวันที่ผลิตใกล้วันปัจจุบันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีต่อผู้บริโภคมากเท่านั้น
ตัวอย่าง: MFG 01/03/2026 หมายความว่า สินค้านี้ผลิตเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569
2. EXP หรือ EXD (Expiration Date) : เส้นตายความปลอดภัย
EXP ย่อมาจาก Expiration Date หมายถึง "วันหมดอายุ"
นี่คือตัวเลขที่สำคัญที่สุดในเรื่องความปลอดภัย หากเลยวันที่ระบุไว้หลังคำว่า EXP แล้ว "ห้ามรับประทานหรือใช้งานเด็ดขาด" เพราะอาหารหรือสินค้านั้นอาจมีการเน่าเสีย มีเชื้อแบคทีเรีย หรือสารเคมีที่เปลี่ยนแปลงสภาพ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
ตัวอย่าง: EXP 01/03/2027 หมายความว่า หลังวันที่ 1 มีนาคม 2570 สินค้านี้จะหมดอายุและไม่ควรบริโภค
3. BBE หรือ BB (Best Before Date) : ช่วงเวลาที่ดีที่สุด
BBE ย่อมาจาก Best Before Date หมายถึง "ควรบริโภคก่อน"
คำนี้มักสร้างความสับสนกับวันหมดอายุ แต่ความจริงแล้วมันต่างกันตรงที่ BBE จะบอกถึง "คุณภาพ" ของสินค้า หากบริโภคก่อนวันที่ระบุ คุณจะได้รับรสชาติ กลิ่น และเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด แต่ถ้าเลยวันที่กำหนดไปแล้ว สินค้า "ยังสามารถทานได้" โดยไม่เป็นอันตราย เพียงแต่คุณภาพอาจลดลง เช่น กลิ่นหอมน้อยลง กรอบน้อยลง หรือสีซีดจางลง เป็นต้น
ตัวอย่าง: BBE 01/03/2026 หมายความว่า สินค้าจะคงคุณภาพดีที่สุดถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569 หลังจากนั้นยังกินได้แต่อาจไม่อร่อยเท่าเดิม
เกร็ดเพิ่มเติม: รหัสลับบนบรรจุภัณฑ์
นอกจาก 3 ตัวหลักข้างต้นแล้ว บางครั้งเราอาจเจอตัวย่ออื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น
  • Lot No. / Batch No.: เลขที่ครั้งที่ผลิต ใช้สำหรับตรวจสอบล็อตการผลิต หากสินค้ามีปัญหา ผู้ผลิตจะใช้เลขนี้ในการเรียกคืนสินค้าหรือตรวจสอบคุณภาพย้อนหลัง
ทำไมการอ่านฉลากถึงสำคัญ?
  • 1.
    ความปลอดภัย: ป้องกันการท้องเสียหรือเจ็บป่วยจากการกินของหมดอายุ
  • 2.
    ความคุ้มค่า: ช่วยให้เราวางแผนการกินได้ทันเวลา ไม่ต้องทิ้งของให้เสียเปล่า
  • 3.
    คุณภาพ: ได้รับประทานอาหารในช่วงเวลาที่อร่อยและได้คุณค่าทางโภชนาการสูงสุด
เคล็ดลับการยืดอายุอาหารง่ายๆ
  • เนื้อสัตว์: หากแช่ช่องธรรมดาอยู่ได้ 1-2 วัน แต่ถ้าแช่แข็ง (Freezer) เก็บได้นาน 3-6 เดือน
  • นม: ควรเก็บในที่เย็นจัด (ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส) จะช่วยยืดอายุได้ดีที่สุด
  • ขนมปัง: หากทานไม่ทัน ให้แช่แข็งจะเก็บได้นานกว่า 7 วัน เมื่อจะทานค่อยนำมาอุ่น
การใส่ใจอ่านฉลาก MFG, EXP และ BBE ไม่ใช่เรื่องจุกจิก แต่เป็นนิสัยของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ฉลาดเลือก เพื่อให้มั่นใจว่าทุกบาทที่จ่ายไปจะได้รับสินค้าที่ "สด ใหม่ และปลอดภัย" อย่างแท้จริง ครั้งหน้าก่อนหยิบของลงตะกร้า อย่าลืมพลิกดูฉลากสักนิด เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณและครอบครัวครับ
อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่ : https://advanceintpack.com/what-is-mfg-exp-bbe/
เบอร์โทร : 062-537-9337
ที่อยู่ : 711,713 ซอยเทียนทะเล 26 แยก20 ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล
ท่าข้าม บางขุนเทียน กทม 10150
โฆษณา