24 ก.พ. เวลา 04:16 • ไลฟ์สไตล์

เพียงเข้าใจความหมาย

ลายคลื่นบนผืนทรายที่ถูก
คราดฟันละเอียดอ่อนคราด
เลื่อนเคลื่อนอย่างประณีต
โอบล้อมก้อนหินก้อนขรึม
นิ่งงันอยู่กลางผืนทรายที่
ว่างเปล่า
เปรียบเหมือนชีวิตคนเราที่พยายามจัดระเบียบความ
สับสนของโลกด้วยสติอัน
ละเอียดอ่อน
ทรายคือกาลเวลาไหลเลื่อน เปลี่ยนรูปไปตามแรงลมริ้ว
ส่วนหินคือตัวตนที่เรายึดมั่น
ว่ามั่นคง
เข้มแข็งเยี่ยงไรก่ะต้องอ่อนไหว
แต่ทว่าต่อให้แข็งเพียงใดนั้น
วันหนึ่งก็ต้องถูกคลื่นลมกัด
กร่อนไม่มีสิ่งใดพ้นจากกฎ
แห่งความแก่ความเจ็บไข้
และมรณัง(ตุย)ไปในที่สุด
การพิจารณาความจริงเช่น
นี้มิใช่เพื่อหวาดกลัวแต่เพื่อ
เจริญสติให้ใจตื่นรู้ว่าทุกลม
หายใจคือของชั่วคราวชั่วคืน
ก้อนหินใหญ่กลางสายน้ำใน
อีกมุมหนึ่งตั้งตระหง่านราวกับ
ไม่หวั่นไหวติงแต่แท้จริงแล้ว
ครึ่งหนึ่งของมันจมหายอยู่
ใต้น้ำดุจชีวิตคนที่ภายนอก
ดูเข้มแข็ง
วันนึงก่ะต้องถูกกัดกร่อนเซาะสูญสลายไป
ทว่าภายในอาจเต็มไปด้วย
ภาระและความทุกข์น้ำที่ไหล
ผ่านคือวันคืนที่ไม่เคยหยุด
รอใครสักคนเหมือนกำลัง
บอกว่าความไม่ประมาท
เป็นดั่งการรู้เท่าทันกระแสน้ำ
ไม่หลงคิดว่าหินจะอยู่ยืนยง
คงเดิมตลอดไป
นกที่ยืนเดียวดายบนโขดหิน
กลางสระกว้างสะท้อนให้เห็น
ถึงคำว่าพลัดพากได้ชัดเจนที่สุด
ก่อนเคยมีแต่วันนี้ พลัดพรากมาทำให้ชีวิตสุดเหงา
มันอาจเคยโบยบินเคียงคู่ฝูง
แต่ยามนี้กลับยืนสงบอยู่ลำพัง ความพลัดพรากเป็นธรรมดา
ของสังขารคนที่เรารักอาจจำ
ต้องจากไป
หรือแม้แต่ตัวเราเองก็ต้องจากโลกนี้ในสักวันหนึ่งการเจริญ
มรณานุสติทำให้ความรักไม่
กลายเป็นความยึดติด
จึงจำต้องดำรงอยู่ให้ได้ให้ผ่านกาลเวลาไป
หากกลายเป็นความอ่อนโยน
ที่รู้คุณค่าของเวลาปัจจุบัน
เฉกเช่นเดียวกับหญิงสาวที่
ปั่นจักรยานในกรอบภาพบน
ผนังคล้ายความทรงจำที่อยู่
ในใจเรา
ความงามในวันวานนั้นอาจ
ไม่หวนกลับเช่นเดียวกับวัย
เยาว์ที่เลือนหาย
ทุกช่วงชีวิตล้วนเคลื่อนผ่านเหมือนล้อจักรยานที่หมุนไป
ข้างหน้าไม่มีวันหมุนย้อนกลับความแก่จึงไม่ใช่ศัตรู
วงล้อชีวิตเคลื่อนไปข้างหน้าไม่เคยหยุดรอใครดอก
หากเป็นครูที่สอนสื่อให้เรา
ปล่อยวางความเจ็บไข้ไม่ใช่
คำสาปหากเป็นสัญญาณที่
เตือนให้เราดูแลกายใจให้มั่น
ท้ายที่สุดปะต้าคิดนะ!
ความตายจักไม่ใช่จุดจบหาก
เป็นความจริงที่ทำให้ทุกขณะ
มีความหมาย
เมื่อพิจารณาทั้งหมดร่วมกัน
เราได้เห็นสายใยเดียวกันคือ ความไม่เที่ยงความพลัดพาก
และการตื่นรู้ที่ตน
ตื่นขึ้นมาเถอะ เงยหน้าขึ้นยันกายแล้วเดินต่อไปเถอะนะ ที่รักของใครนะนั่น ช่างอ่อนล้าเหลือกำลัง
หากเราดำเนินชีวิตด้วยความ
ไม่ประมาทใช้สติเป็นดั่งคราด
ที่ค่อยๆจัดลายทรายในใจให้
สงบแม้คลื่นแห่งความสูญเสีย
จะซัดเข้ามาใจก็ยังตั้งมั่นได้
ดั่งหินกลางธารพร้อมปล่อย
วางให้นกแห่งความทรงจำ
โบยบินไปตามทางของมัน
เริ่มมจากข้างในใจ มองออกไปให้ไกลตาชีวิตยังมีอนาคตรออยู่ข้างหน้าอีกมากมายเลยละ
เพราะสุดท้ายที่สุดแล้ว!
การเข้าใจความพลัดพากจึง
มิได้ทำให้เราต้องมัวเมากับ
คลื่นความเศร้าเหงาใจหาก
แต่ทำให้เรารักทุกสิ่งอันอย่าง
มีสติและอยู่กับปัจจุบันขณะ
ได้อย่างสุขเต็มหัวใจ
โฆษณา