เมื่อวาน เวลา 05:30 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

ล่าเรื่องร้อน รู้ให้ลึก EP.6 เจาะลึกความแตกต่างของ Tactical Data Link ในกองทัพอากาศไทย

"กองทัพอากาศเชื่อมั่นว่าการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (NCO)
จะทำให้การปฏิบัติภารกิจของกองทัพอากาศมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเป็นการเพิ่มความรวดเร็ว
ของวงรอบการตัดสินใจ (Observe-Orient-Decide-Act : OODA Loop) โดยการแลกเปลี่ยน
ข้อมูลข่าวสาร (Information) และความตระหนักรู้สถานการณ์ (Situation Awareness)
ร่วมกันผ่านระบบเครือข่าย (Network) ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้บังคับบัญชามีข้อมูลถูกต้อง
ครบถ้วน สามารถตัดสินตกลงใจและสั่งการไปยังผู้ปฏิบัติ/หน่วยปฏิบัติ (Shooter) ได้ถูกต้อง
และทันเวลา"
"กองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค หมายถึง กองทัพอากาศที่มีขีดความสามารถในการปฏิบัติ
ภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ มีขีดความสามารถที่เพียงพอในทุกมิติ มีการพัฒนา
เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคง เทคโนโลยี และภัยคุกคาม
ทั้งในปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตลอดจนเป็นกองทัพอากาศที่มีขีดความสามารถใน
ทุกมิติอยู่ในระดับ 1 ใน 3 ของภูมิภาคอาเซียน"
เอกสารยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ฉบับปรับปรุงปี 63
RTAF Gripen
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน กองทัพอากาศไทยไม่ได้ศักยภาพแค่การใช้เครื่องบินรบในการโจมตัเป้าหมายอย่างแม่นยำด้วยระเบิดที่มีความแม่นยำสูง แต่ยังมีการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัยและตอบโจทย์ได้ดีในการรบโดยจะเห็นได้จากการรบกับกัมพูชาในปีพ.ศ.2568
ไม่เพียงเท่านี้ในการฝึกผสมกับมิตรประเทศอย่างเช่น Cobra Gold 2026 ทั้งกองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศสหรัฐฯที่เข้าร่วมการฝึกในขณะนี้ก็ยังมีการติดต่อสื่อสารด้วยเทคโนโลยีเช่นนี้ ล่าเรื่องร้อน รู้ให้ลึก ในตอนนี้จะขอนำทุกท่านไปทำความรู้จักกับ Tactical Data Link ว่ามีมาที่มาอย่างไร แล้วมีความเป็นมาอย่างไร
ในการทำสงครามสมัยใหม่ Tactical Data Link หรือระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีเปรียบเสมือนภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างอาวุธยุทโธปกรณ์ ระบบนี้ช่วยเปลี่ยนการรบจากการใช้เสียงผ่านวิทยุที่ล่าช้าและถูกรบกวนได้ง่ายมาเป็นการรบแบบ Network Centric Operations ที่ทุกหน่วยมองเห็นภาพสนามรบเดียวกัน (Situation Awareness) อย่างไรก็ตามปัญหาใหญ่ของกองทัพอากาศไทยคือ เครื่องบินรบหลักทั้ง 2 แบบอย่าง F-16 และ Gripen ยังคงใช้ระบบ Data Link ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ในมุมมองของคุณสรศักดิ์ สุบงกช แฟนพันธุ์แท้เครื่องบินรบและผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารมองว่า สงครามยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีไอที ซึ่งต่างจากยุคสงครามเวียดนามอย่างสิ้นเชิง เดิมทีเราใช้เพียงวิทยุ (UHF/VHF) เพื่อบอกตำแหน่ง
ซึ่งไม่เห็นภาพรวม แต่ Data Link จะนำข้อมูลจากเซ็นเซอร์และเรดาร์ทั้ง 3 มิติ เช่น บก เรือ อากาศมารวมกันและแสดงผลเป็นสัญลักษณ์และเวกเตอร์หรือทิศทางบนจอภาพ ทำให้ผู้บังคับบัญชาตัดสินใจได้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น ระบบนี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานที่เป็นทั้งนักบินรบหรือทหารเหล่าทัพอื่นสามารถทราบตำแหน่งของตนเองฝ่ายเดียวกัน และฝ่ายข้าศึกอย่างชัดเจน
F-16MLU ฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี
Data Link ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องการมองเห็น แต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในเชิงเศรษฐศาสตร์ของการรบด้วย แต่ยังช่วยลดโอกาสการยิงพวกเดียวกันเอง (Friendly Fire) ได้อย่างมาก แถมป้องกันการระดมยิงอาวุธซ้ำซ้อนไปยังเป้าหมายเดิม ซึ่งเป็นการเสียทรัพยากรโดยไม่จำเป็น
คุณสรศักดิ์อธิบายเพิ่มเติมว่าเครื่องบินรบสามารถปิดเรดาร์ของตัวเองเพื่อไม่ให้ข้าศึกตรวจพบ เนื่องจากการเปิดเรดาร์จะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เป็นเป้าล่อแล้วอาศัยการรับข้อมูลเป้าหมายจากเครื่องบินแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าทางอากาศ (AWACS) ที่ตรวจการณ์ได้ไกลกว่าผ่าน Data Link แทน ในขณะเดียวกันการแชร์ข้อมูลข้ามเหล่าสามารถทำได้ เช่น เรือรบสามารถรับข้อมูลเป้าหมายข้าศึกจากเรดาร์ของเครื่องบินรบได้โดยตรง
อีกหนึ่งอย่างที่เห็นชัดเจนเครื่องบินขับไล่ F-16MLU ฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลีของกองทัพอากาศไทยใช้ระบบ Link 16 ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานของกลุ่มประเทศ NATO และสหรัฐอเมริกา จุดเด่นของ Link-16 ถูกออกแบบมาเพื่อการปฏิบัติการร่วมกับกองทัพนานาชาติได้อย่างดีเยี่ยม หากต้องไปรบร่วมกับสหรัฐฯ หรือพันธมิตรอย่างสิงคโปร์ Link-16 คือหัวใจสำคัญ นอกจากนี้ยังรองรับจำนวนผู้เข้าร่วมในเครือข่ายได้จำนวนมาก
อย่างไรก็ตามอดีตนักบิน F-16 และ Gripen อย่าง พลอากาศตรี เจริญ วัฒนศรีมงคล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกรมยุทธการทหารอากาศ มองว่ายังมีข้อจำกัด เพราะสหรัฐฯ เป็นผู้ถือรหัสผ่านและควบคุมการเข้าถึงอย่างเข้มงวด การเปิดใช้งานในแต่ละครั้งต้องขออนุมัติรหัสจาก US INDOPACOM ที่ฮาวาย และสหรัฐฯ สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของเครื่องบินรบที่ใช้ Link 16 ได้ทั้งหมด นอกจากนี้ การจะนำ Link-16 ไปติดตั้งในแพลตฟอร์มอื่นที่ไม่ใช่ของสหรัฐฯ มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก
Gripen ใช้ Link-T ซึ่งพัฒนามาจาก Link-G ของ Saab สวีเดน ในการประสานกับเครื่องบินรบหรือเหล่าทัพ
เครื่องบินขับไล่ยุคใหม่อย่าง Gripen และเครื่องบินขับไล่ยุคสงครามเย็นอย่าง F-5TH รวมถึงเครื่องบินส่วนใหญ่ในกองทัพอากาศไทย ใช้ระบบ Link-T ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจาก Link-G ของบริษัท Saab ประเทศสวีเดน เป็น National Data Link หรือเป็นภาษาทางทหารที่ไทยพัฒนาและเป็นเจ้าของเอง ทำให้เรามีอิสระในการควบคุม 100% ไม่ต้องขออนุญาตใครและไม่มีค่าธรรมเนียมการใช้งาน Link-T ถูกออกแบบมาเพื่อการป้องกันประเทศ โดยเฉพาะมีความยืดหยุ่นสูง สามารถนำไปติดตั้งกับเครื่องบินรบแบบต่างๆ ได้หลากหลาย เช่น Alpha Jet TH หรือ T-50TH
Link-T มีอัตราการอัปเดตข้อมูลที่รวดเร็วมาก แม้จะรองรับจำนวนเครื่องในเครือข่ายได้น้อยกว่า Link-16 แต่โดดเด่นในด้าน Fighter-to-Fighter Link ที่ช่วยให้เครื่องบินในฝูงแชร์เป้าหมายกันได้โดยไม่ต้องเปิดเรดาร์ทุกเครื่อง เพิ่มความได้เปรียบในการซ่อนตัว
แต่ทว่ายังมีสาเหตุสำคัญที่เครื่องบินรบต่างค่ายอย่าง F-16 และ Gripen ของกองทัพอากาศไทยไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกันได้โดยตรงนั้น ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเทคโนโลยีที่ต่างกัน แต่มีมิติด้านนโยบายความมั่นคง และอธิปไตยทางข้อมูล ที่ซับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง
เครื่องบินขับไล่ F-16 ฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลีใช้ระบบ Link-16 ซึ่งเป็นมาตรฐานของกลุ่มประเทศ NATO และสหรัฐอเมริกา ส่วนเครื่องบินขับไล่ Gripen ฝูงบิน 701 กองบิน 7 สุราษฎร์ธานีใช้ระบบ Link-T ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยี Link-G ของบริษัท Saab ประเทศสวีเดน ทำให้เครื่องบินรบทั้งสองแบบถูกออกแบบมาบนสถาปัตยกรรมที่ต่างกัน จึงเปรียบเหมือนคนหนึ่งพูดภาษาอังกฤษ (Link-16) อีกคนพูดภาษาไทย (Link-T) ทำให้ไม่สามารถเข้าใจข้อมูลของกันและกันได้โดยตรง
Link-T ที่ Gripen กองทัพอากาศไทยใช้ถือว่าเป็นชาติแรกและชาติเดียวในโลกที่ใช้ Data Liink กับอากาศยานแบบนี้
พลอากาศตรีเจริญกล่าวเพิ่มเติมว่า Link-16 ไม่ใช่ระบบที่ใครจะใช้งานอย่างไรก็ได้ เพราะ สหรัฐฯ ควบคุมการเข้าถึงรหัสผ่าน ของ Link-16 อย่างเข้มงวด หากไทยจะเปิดใช้งานในภารกิจใดก็ตาม จะต้องขออนุมัติรหัส หรือ Code จากกองบัญชาการกองทัพสหรัฐฯภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก (US INDOPACOM) ที่ฮาวายทุกครั้ง
ไม่เพียงเท่านี้ สหรัฐฯไม่อนุญาต ให้มีการเชื่อมต่อระบบอื่นในที่นี้คือ Link-T เข้ากับ Mission Computer ของ F-16 เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยและความสมบูรณ์ของข้อมูล สหรัฐฯ เกรงว่าหากยอมให้มีการปรับแต่ง Source Code อาจทำให้ข้อมูลความลับของ Link-16 รั่วไหลหรือถูกดัดแปลงได้
การจะทำให้เครื่องบินสองค่ายคุยกันรู้เรื่องเหมือนพูดภาษาเดียวกันได้โดยไม่ต้องใช้ AI แปลภาษา ในห้องนักบินของเครื่องบินแถวหน้าทั้ง 2 แบบจะมีหน้าจอหลักที่จำเป็นต้องเข้าไปแก้ซอฟต์แวร์ใน Mission Computer ของตัวเครื่องนั้นยากยิ่งด้วยข้อจำกัดที่สหรัฐฯ หวงแหนเทคโนโลยีนี้มากและไม่ยอมให้ไทยเข้าถึงซอร์สโค้ดของ F-16 เพื่อติดตั้ง Link-T ลงไป
หากจะจ้าง Lockheed Martin ดำเนินการให้จะมีค่าใช้จ่ายสูงมากเป็นหลักหลายร้อยล้านบาท เพราะต้องมีการวิจัยและตรวจสอบใหม่ทั้งหมด เนื่องจาก Link-T เป็นระบบเฉพาะที่มีเพียงกองทัพอากาศไทยใช้เพียงกองทัพอากาศเดียวในโลก
ปัจจุบันมีการติดตั้ง Link-TH ให้กับเครื่องบินขับไล่ Gripen หลังการอัพเกรด
แนวทางการแก้ปัญหาของกองทัพอากาศไทยเพื่อให้เครื่องบินรบที่ใช้ระบบ Link-16 อย่าง F-16 และ Link-T Gripen สามารถปฏิบัติการร่วมกันได้ในปัจจุบัน คุณอนาลโย กอสกุล เจ้าของเพจไทยอาร์มฟอร์ซกล่าวว่ามีหัวใจสำคัญคือการใช้ตัวกลาง และ อุปกรณ์เสริมแยกส่วนเพื่อทลายกำแพงด้านนโยบายและเทคโนโลยี โดยคุณโยมีรายละเอียดเชิงลึกดังนี้
การใช้ศูนย์ควบคุมส่วนกลางเป็นล่าม เนื่องจากระบบ Link-16 และ Link-T มีสถาปัตยกรรมข้อมูลที่ต่างกันและคุยกันโดยตรงไม่ได้ ทอ. จึงเลือกใช้ระบบบัญชาการและควบคุม (Command and Control - C2) เป็นจุดเชื่อมต่อหลัก คุณโยอธิบายเพิ่มเติมว่าข้อมูลจากเครื่องบิน F-16 ที่ใช้ Link-16 และเครื่องบิน Gripen ที่ใช้ Link-T จะถูกส่งกลับมาที่ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน
ศูนย์นี้จะมีระบบที่เรียกว่า Gateway ทำหน้าที่รับข้อมูล แล้วทำการแปลผลให้เป็นรูปแบบที่อีกระบบเข้าใจได้ ข้อมูลที่แปลแล้วจะถูกนำไปรวมกันเพื่อสร้าง Common Operation Picture (COP) หรือจอภาพสถานการณ์จำลองที่รวมทุกยูนิตเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาเห็นภาพรวมของทั้งกองทัพในหน้าจอเดียว
สำหรับนักบิน F-16 ที่ต้องการเห็นข้อมูลของฝูงบิน Gripen หรือระบบอื่นๆจากเครื่องบินต่างแบบ ที่ใช้ Link-T ในระหว่างบิน ทอ.ได้พัฒนาโซลูชันแบบ Stand-alone เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดที่สหรัฐฯ ไม่ยอมให้เข้าถึง Mission Computer ของเครื่อง ซึ่งนักบินจะใช้หน้าจอแยกส่วนมักเป็นแท็บเล็ต ติดตั้งไว้ในห้องนักบินหรือรัดไว้ที่ขา แท็บเล็ตนี้จะเชื่อมต่อกับกล่องรับสัญญาณเฉพาะที่ทอ. ติดตั้งเพิ่มเข้าไปในเครื่อง F-16 เพื่อรับข้อมูลจากโครงข่าย Link-T โดยเฉพาะ
แม้นักบิน F-16 จะมองเห็นตำแหน่งของพวกเดียวกันบนแท็บเล็ต แต่ข้อมูลนี้ ไม่เชื่อมต่อกับระบบอาวุธของเครื่อง หากนักบินต้องการโจมตีเป้าหมายที่ปรากฏบนแท็บเล็ต จะต้องใช้วิธี อ่านพิกัดจากหน้าจอแล้วป้อนค่าเข้าสู่คอมพิวเตอร์ของเครื่องบินขับไล่ F-16 ด้วยตัวเอง หรือหันหัวเครื่องไปตามทิศทางนั้นเพื่อใช้เรดาร์ของตัวเองจับเป้าซ้ำอีกครั้ง
นับตั้งแต่มี Data Link ทำให้ Gripen หรือเครื่องบินแบบใดก็ตามในกองทัพอากาศไทยมีความสามารถในการรบที่แม่นยำและ Real Time
เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติและปัญหาการคุยกันคนละภาษา ทอ. มีนโยบายขยายการใช้งาน Link T ไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ อย่างกว้างขวางจึงมีการสร้างระบบนิเวศ โดยจะเห็นได้จากในปัจจุบันทอ. ประสบความสำเร็จในการติดตั้ง Link-T ลงในเครื่องบินหลายแบบ เช่น F-5TH, T-50TH, Alpha Jet TH และเครื่องบินแจ้งเตือนภัย SAAB 340AEW
ทำให้เครื่องบินเหล่านี้คุยกันเองได้สมบูรณ์แบบเปรียบได้กับคนไทยที่พูดอังกฤษได้โดยไม่ต้องพึ่งพาล่าม ทั้งนี้การใช้ Link T ช่วยให้ไทยเป็นเจ้าของรหัสเข้ารหัสเอง 100% สามารถปรับปรุงซอฟต์แวร์ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องขออนุญาตหรือเสียค่าธรรมเนียมให้ต่างชาติ
ในขณะที่กองทัพอากาศไทยกำลังนำเครื่องบินขึ้นฝึกยิน Cobra Gold 2026 ในช่วงเวลานี้คุณสรศักดิ์มองว่า Link-16 ซึ่งเป็น Link มาตรฐานสากลที่ไทยมีใช้งานในเครื่องบินขับไล่ F-16 ฝูงบิน 403 ไม่ได้ใช้งานเต็มรูปแบบนักเนื่องจากเป็นลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯ ที่เราต้องจ่ายค่าสมาชิกและต้องขออนุญาตในการใช้งาน
อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีไว้เพื่อใช้เชื่อมโยงกับมาตรฐาน NATO เวลาซ้อมรบร่วมกับสหรัฐฯ ส่วน Link-T / Link-TH ของทอ.ไทย เขากล่าวว่าเป็นระบบที่ไทยพัฒนาร่วมกับบริษัท SAAB ประเทศสวีเดนผู้ผลิต Gripen เพื่อใช้ประสานงานภายในกองทัพของเราเอง
F-16 ฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช
เขายังกล่าวทิ้งท้ายว่าการทำงานร่วมกันของ Link กับ   F-16 Fighting Falcon ในการรบและการฝึกมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือ Link-TH ถูกออกแบบมาให้รองรับและเชื่อมโยงกับ Link 16 ได้ ทำให้การรบร่วมหรือการซ้อมรบเป็นไปอย่างราบรื่น และช่วยให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการได้รวดเร็ว ทำให้นานาชาติออกมาชื่นชมว่ากองทัพอากาศไทยใช้เครื่องบินรบต่างแบบแต่สามารถรบร่วมกันในยามสงครามได้
Tactical Data Link ไม่ใช่เรื่องใกล้ตัวหรือซับซ้อนสำหรับกองทัพอากาศไทยอีกต่อไป เพราะตลอดระยเวลาที่ผ่านมากองทัพอากาศไทย ได้เรียนรู้จากบทเรียนและพยายามทำให้ Data Link ของเครื่องบินรบเชื่อมโยงกันได้ ซึ่งการฝึก Cobra Gold 2026 ที่จัดขึ้นในปี 69 นี้ก็เป็นการใช้งาน Data Link ระหว่างเครื่องบินรบของทั้ง 2 ชาติทั้งไทยและสหรัฐฯ เพื่อให้รู้ข้อดีและข้อเสียจากการฝึกบินรวมถึงการนำประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึกนี้ ไปพัฒนา Data Link ให้ทันสมัยสำหรับการรบครั้งต่อไป สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Airlinesweek
snappyeyes_90
Whutchanunt Phutcharinya
BSTCNX
History Wolrd
คุณสรศักดิ์ สุบงกช แฟนพันธุ์แท้เครื่องบินรบและผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร
พลอากาศตรี เจริญ วัฒนศรีมงคล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกรมยุทธการทหารอากาศ
คุณอนาลโย กอสกุล
เรียบเรียงโดย : นักรบดาวแดง
โฆษณา