28 ก.พ. เวลา 12:00 • ประวัติศาสตร์

หม่อมคัทริน ณ พิษณุโลก

เรื่องราวความรักของเจ้าฟ้าสยาม
กับหม่อมห้ามจากรัสเซีย
บทบาทของชาวตะวันตกในไทยช่วงต้น ไม่ได้ผูกขาดแค่กับบุรุษซึ่งเข้ามาในฐานะของช่าง นักการทูต นักกฎหมาย หรือนักวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังมีผู้หญิงชาวตะวันตกอีกมากมายหลายคนที่ได้เข้ามามีบทบาทในยุคสมัยใหม่ของไทย พวกเธอมีทั้งที่เข้ามาในฐานะของคุณครู และภรรยาหรือครอบครัวของบุรุษชาวตะวันตกที่เดินทางเข้ามา อย่างไรก็ดี ก็มีหญิงตะวันตกจำนวนหนึ่งที่เดินทางเข้ามายังสยามในฐานะของ “ภรรยาของชายชาวสยาม” ด้วยเหมือนกัน
การสมรสระหว่างหญิงตะวันตกกับชายชาวสยาม มีตั้งแต่ในระดับของลูกขุนนางผู้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาต่อยังตะวันตก ขึ้นไปจนถึงเจ้าฟ้าและพระบรมวงศานุวงศ์ หนึ่งในนั้นก็คือหญิงสาวเชื้อสายรัสเซีย-ยูเครนที่โชคชะตาจับพลัดจับพลูให้เธอกลายมาเป็นหม่อมห้ามของเจ้าฟ้าชายสยามอย่าง “คัทริน เดนิตสกายา”
⭐จากลุตซ์กสู่เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก
เยกาเจรีนา เดสนิตสกายา (Ekaterina Ivanovna Desnitskaya) หรือ แคทยา (Katya - กาเทีย) เกิดเมื่อวันที่ 27 เมษายน ปีคริสต์ศักราช 1886 ที่แคว้นลุตซ์ก ซึ่งปัจจุบันอยู่ในประเทศยูเครน โดยแคทยาเป็นบุตรคนสุดท้องของผู้พิพากษา อิวาน สเตฟาโนวิช เดสนิตสกี้ (Ivan Staphanovich Desnitsky) โดยมีพี่ชายร่วมบิดามารดา 1 คนชื่อ อิวาน (Ivan) บิดาของแคทยาเสียชีวิตลงหลังจากที่แคทยาลืมตาดูโลกได้เพียงสองปี
เธอจึงย้ายไปอาศัยอยู่ที่เคียฟพร้อมกับมารดาและพี่ชาย และได้ศึกษาอยู่ในโรงเรียนมัธยมหญิงล้วนแห่งแรก ๆ ในจักรวรรดิรัสเซียอย่างโรงเรียนมัธยมหญิงฟูนดูเคียฟสกายา (รัสเซีย:Фундукле́евская же́нская гимна́зия)
หลังการเสียชีวิตของแม่ แคทยาได้ย้ายไปอาศัยอยู่กับพี่ชายที่เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก พร้อม ๆ กับเข้าเรียนหลักสูตรพยาบาล ซึ่งการย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเซนต์ปีเตอร์เบิร์กนี้เองทำให้แคทยาได้พบกับชายผู้ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล
⭐เจ้าฟ้าชายแห่งสยาม และสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น
สมเด็จพระเชษฐาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระองค์ได้ทรงเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนนายร้อยรัสเซียปาเชสกี้ กอร์ปุส (Пажеский корпус) ตามพระราชประสงค์ของซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งจักรวรรดิรัสเซีย โดยทรงสำเร็จการศึกษาในปีคริสต์ศักราช 1902
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถได้พบกับแคทยาในงานเลี้ยง โดยอิวาน พี่ชายของแคทยาเป็นหนึ่งในพระสหายของพระองค์ ทั้งสองได้ชอบพอและตกลงคบหาดูใจกันในปีคริสต์ศักราช 1904 แต่หลังจากนั้นไม่นานสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่นก็ได้อุบัติขึ้น แคทยาซึ่งเป็นพยาบาลอาสาต้องระหกระเหินเดินทางไกลไปถึงไซบีเรีย
ระยะทางจากกรุงเซนต์ปีเตอร์เบิร์กถึงไซบีเรียก็นับว่าไกลโข การแยกจากกันในช่วงแรกรักนับว่าเป็นอุปสรรคที่คอยพิสูจน์ความรักของคนทั้งสองว่า จะขาดสะบั้นลงหรือจะกระชับแน่นกว่าเดิม เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถทรงโทรเลขหาแคทยาเพื่อต่อเติมเสริมความรักทุกวัน
⭐จากเซนต์ปีเตอร์เบิร์กถึงบางกอก
หลังจากที่สงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่นจบลงในปีคริสต์ศักราช 1905 แคทยาได้เดินทางกลับถึงกรุงเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถได้ตัดสินใจที่จะขอแต่งงานกับแคทยา ทั้งคู่ได้ทำศีลสมรสอย่างลับ ๆ ณ โบสถ์ออร์โธดอกซ์แห่งหนึ่งในกรุงคอนสแตนติโนเปิล ก่อนที่จะกลับมายังสยาม ในส่วนของแคทยามีเรื่องมากมายที่ต้องกังวลเกี่ยวกับการแต่งงานในครั้งนี้ ทั้งเรื่องของสภาพอากาศของกรุงสยาม เรื่องราชวงศ์ รวมไปถึง “วัฒนธรรมหลายเมียของชาวสยาม”
ในส่วนของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ด้วยความที่เป็นเจ้าฟ้าชายแห่งสยาม การแต่งงานกับสตรีชาวต่างชาตินั้นขัดกับขนบธรรมเนียมของสยาม หากเรื่องไปถึงพระเนตรพระกรรณของสมเด็จพระบรมชนกนาถคงไม่ดีแน่ จึงทรงให้แคทยา (ซึ่งต่อจากนี้จะเรียกแคทยาว่า หม่อมคัทริน) ไปพำนักอยู่ที่สิงคโปร์เป็นการชั่วคราว แล้วพระองค์ทรงกลับไปยังสยามแต่เพียงพระองค์เดียว
อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าจะพยายามปิดบังเพียงใด ทว่าความลับนั้นไม่มีในโลก เรื่องราวของหม่อมแหม่มกลายเป็นเรื่องดังเลื่องลือไปถึงพระเนตรพระกรรณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชบิดาของพระองค์ ทรงกริ้วมากเมื่อทราบความ ครั้นเมื่อหม่อมคัทรินเสด็จมายังสยามก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในหมู่ราชวงศ์ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ การเป็นเป้าต่อการวิพากษ์วิจารณ์ย่อมเป็นที่อึดอัดใจต่อหม่อมคัทรินอยู่ไม่น้อย
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ กับหม่อมคัทรินได้ครองคู่อยู่ด้วยกันที่วังปารุสกวัน กระทั่งในปีคริสต์ศักราช 1907 หม่อมคัทรินได้ให้ประสูติพระโอรสซึ่งก็คือ “พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์” การประสูตินี้เองทำให้หม่อมคัทรินเริ่มมีตัวตนในราชสำนักสยามมากขึ้น
ด้วยสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถทรงโปรดและเอ็นดูหลานลูกครึ่งหน้าตาน่ารักเป็นอย่างมากและพลอยเอ็นดูในตัวพระสุณิสาผู้นี้มากขึ้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเองก็ทรงเริ่มพระทัยอ่อน โทษทัณฑ์ใด ๆ ที่ทรงเคยคาดโทษเอาไว้ต่าง ๆ กับสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ก็ถูกละโทษไปด้วย
หม่อมคัทรินนั้นพยายามที่จะปรับตัวให้เข้ากับราชสำนักและวัฒนธรรมไทยอยู่เสมอด้วยความกระตือรือร้น ทั้งเรียนรู้ธรรมเนียมชาววัง ตลอดจนหัดพูดหัดอ่านเขียนภาษาไทยจนคล่องแคล่ว เป็นที่เอ็นดูในราชสำนักสยามเรื่อยมา
⭐ยามแรกรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน ยามรักจางแม้น้ำตาลก็ว่าขม
ครั้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 อุบัติขึ้น ทำให้หม่อมคัทรินไม่สามารถที่จะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดของตนได้เลย ประจวบเหมาะกับการที่ตัวสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ทรงมีหน้าที่รับผิดชอบในการเข้ากับฝ่ายพันธมิตร ความกดดันในชีวิตคู่ของทั้งสองค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทีละนิดทีละน้อย สุขภาพของหม่อมคัทรินก็แย่ลงเรื่อย ๆ ด้วยความที่แท้งครรภ์ถึงสองครั้ง ชีวิตคู่ที่ยาวนานกว่า 12 ปีก็เริ่มขมกว่าที่เคยเป็น
หม่อมคัทรินได้ตัดสินใจไปพักรักษาร่างกายอยู่ที่ปักกิ่งกับอิวาน พี่ชายของเธออยู่เป็นระยะหนึ่งในช่วงปีคริสต์ศักราช 1919 ก่อนที่จะเดินทางไปยังแคนาดา ในขณะที่หม่อมคัทรินพำนักอยู่ที่ปักกิ่งนั้น สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ได้พบปะกับผู้คนมากหน้าหลายตา หนึ่งในนั้นคือ หม่อมเจ้าหญิงชวลิตโอภาส รพีพัฒน์ ซึ่งเป็นพระธิดาของพระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ผู้ซึ่งเป็นพี่ชายต่างมารดาของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์
ด้วยความที่หม่อมเจ้าหญิงชวลิตโอภาสมาพบปะกับสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ที่วังปารุสก์อยู่บ่อย ๆ ก็บังเกิดต้นรักใหม่ขึ้นมา ซึ่งทำให้หม่อมคัทรินที่กังวลใจกับวัฒนธรรมหลายเมียของสยามก็เศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก ถึงกับเขียนจดหมายถึงสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ความว่า
“ฉันขอถามคุณเกี่ยวกับหนึ่งสิ่ง — เกี่ยวกับความเห็นอกเห็นใจกัน. คิดเสียว่าฉันเป็นคนไข้ซึ่งยารักษาใจหนึ่งเดียวนั้นคือเธอ … ฉันยังคงรักคุณอยู่” แต่อย่างไรก็ตาม หม่อมคัทรินกับสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ก็ได้หย่าขาดกันในปีนั้นเอง
หม่อมคัทรินได้ย้ายไปอยู่ที่อเมริกาและทำงานด้านการกุศลเพื่อผู้อพยพชาวรัสเซียในอเมริกา ซึ่งที่นั่นเองทำให้หม่อมคัทรินได้พบกับวิศวกรชาวอเมริกันนาม แฮร์รี่ คลินตัน สโตน และถูกเขาขอแต่งงาน แต่หม่อมคัทรินยังไม่ได้ตอบรับ
เนื่องด้วยยังคงห่วงหาอาลัยในเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ อยู่ เมื่อสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ได้เสด็จทิวงคต หม่อมคัทรินจึงได้ตอบตกลงแต่งงานใหม่กับคลินตัน ก่อนที่จะย้ายไปพำนักอยู่ในกรุงปารีสจนกระทั่งเสียชีวิต
ถึงแม้ว่าเรื่องราวของหม่อมคัทรินจะผ่านมานานแล้ว แต่ชีวิตที่พลิกผันดุจดั่งนิยายของเธอยังคงเป็นตำนานอยู่ เรื่องราวของหญิงสาวชาวรัสเซียที่ได้แต่งงานกับเจ้าฟ้าชายแห่งสยามถูกเรียงร้อยขึ้นมาเป็นหนังสือชื่อว่า “แคทยากับเจ้าฟ้าแห่งสยาม” โดยหม่อมราชวงศ์นริศรา จักรพงษ์ ผู้ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของหม่อมคัทริน และไอรีน ฮันเตอร์
ผู้ซึ่งเป็นพี่สาวของหม่อมอลิซาเบธ จักรพงษ์ ได้ช่วยกันเขียนขึ้นมา นอกจากนี้เรื่องราวของหม่อมคัทรินในหนังสือ “แคทยากับเจ้าฟ้าแห่งสยาม” เพื่อรักษาเรื่องราวรักของทั้งคู่เอาไว้ ประทับไว้ในความทรงจำและประวัติศาสตร์ตราบนานเท่านาน
#สุดโปรด #บุคคล #ชีวประวัติ #ไทย #รัสเซีย #ความรัก #วาเลนไทน์ #BBL #BangkokBank #ธนาคารกรุงเทพ
โฆษณา