24 ก.พ. เวลา 11:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ

กติกาที่ถูกฉีก : เมื่ออำนาจบริหารปะทะอำนาจตุลาการบนกระดานการค้าโลก

เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างศาลสูงสุดสหรัฐฯ และทำเนียบขาวในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของ The Great Realignment เมื่อกฎหมายเดิมของโลกกำลังต่อสู้กับอำนาจการบริหารที่เน้นผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง (Transactional Power) ท่ามกลางช่องว่างของอำนาจนี้ เราได้เห็นการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินมหาศาลมุ่งหน้าสู่ "พื้นที่ปลอดภัยทางกติกา" อย่างอินเดียและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจุดที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองมีผลกระทบน้อยกว่าในฝั่งตะวันตก
1. [ Trade Act 1974 : เมื่อ 'ทางเลี่ยงกฎหมาย' กลายเป็นกติกาหลัก ]
การที่สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษี 10% ทั่วโลกโดยอาศัยกรอบกฎหมายเก่าเพื่อเลี่ยงคำตัดสินของศาล คือสัญญาณว่ายุคแห่ง "กติกาสากล" (Rules-based Order) ได้เข้าสู่ภาวะล้มละลายอย่างสิ้นเชิง ภาคธุรกิจในปัจจุบันจึงไม่ได้จัดกระบวนทัพตามแนวทางของ WTO อีกต่อไป แต่กำลังจัดแถวใหม่ตาม "เจตจำนงของผู้นำ" ซึ่งมีความผันผวนสูงแต่ส่งผลกระทบต่อกำไรขาดทุนทันที
2. [ ฐานที่มั่น 2.7 แสนล้านดอลลาร์ : ทำไม 'ความชัดเจน' จึงมีราคาแพง ]
ในขณะที่วอชิงตันกำลังติดหล่มสงครามกฎหมายภายใน เม็ดเงินลงทุนมหาศาลที่ไหลเข้าสู่กลุ่ม Pax Silica (โดยเฉพาะอินเดีย) คือร่องรอยที่บอกว่าทุนนิยมโลกกำลังมองหา "ความนิ่ง" การที่อินเดียสามารถรักษาสมดุลระหว่างอำนาจรัฐและพันธมิตรเทคโนโลยีได้ ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุดในวันที่ระเบียบโลกใบที่หนึ่งสั่นคลอน
3. [ สินทรัพย์ที่จับต้องได้ : การกลับมาของทองคำและเซมิคอนดักเตอร์ ]
ความไม่แน่นอนในโครงสร้างกฎหมายการค้าทำให้ "ความเชื่อใจในกระดาษ" ลดลง ราคาทองคำที่พุ่งสูงทำสถิติใหม่ควบคู่ไปกับความต้องการชิปขั้นสูง สะท้อนว่าโลกกำลัง Realignment เข้าสู่สินทรัพย์ที่มีค่าในตัวเอง (Intrinsic Value) และมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ (Strategic Value) นี่คือการจัดกระบวนทัพพอร์ตการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากกำแพงภาษีรอบใหม่
  • << [ The Trace (ร่องรอยความจริง) ] >>
การดีดตัวกลับของดัชนี Hang Seng และการพุ่งขึ้นของราคาทองคำเหนือ 5,160 ดอลลาร์ในทันทีหลังการประกาศภาษี 10% คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าตลาดกำลังตอบสนองต่อ "ความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้าง" (Structural Uncertainty) มากกว่าข่าวเศรษฐกิจรายวัน <<
[ บทสรุปจากมุมมองของ The D.Blog ] :
1. ความน่าจะเป็นที่กำแพงภาษี 10% จะคงอยู่เกิน 12 เดือน ผมให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น P≈75% ครับ เนื่องจากโครงสร้างกฎหมาย Trade Act 1974 ให้อำนาจฝ่ายบริหารที่กว้างขวางมาก และยากที่อำนาจตุลาการจะแทรกแซงได้ในระยะสั้น
2. โอกาสที่กลุ่ม 'Pax Silica' จะกลายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ได้รับข้อยกเว้นภาษีท ประเมินไว้ที่ 60% ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะทำให้อินเดียและญี่ปุ่นได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างมหาศาลเหนือขั้วอำนาจอื่น
3. ความเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อโลก (Global Inflation) จากนโยบายกำแพงภาษี: ในมุมมองเชิงโครงสร้าง ผมให้น้ำหนักสูงถึง 80% ซึ่งนี่จะเป็นปัจจัยบีบคั้นสำคัญที่ทำให้การจัดกระบวนทัพในครึ่งปีหลังทวีความรุนแรงขึ้น
  • ในโลกที่กติกาเปลี่ยนได้รายชั่วโมง "ความคล่องตัว" คือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดครับ การจัดแถวใหม่ในวันนี้ไม่ใช่เพื่อเอาชนะ แต่เพื่อสร้าง "เบาะรองรับ" ในวันที่กฎหมายสากลไม่สามารถปกป้องใครได้อีกต่อไป
.
.
.
[ หมายเหตุ: เนื้อหาเป็นเพียงทฤษฎีและความคิดเห็นเชิงวิเคราะห์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ]
โฆษณา