15 มี.ค. เวลา 02:00 • ไลฟ์สไตล์

TUR GUB CHAN NEIGHBORHOOD พื้นที่ปล่อยของของคนรุ่นใหม่ คอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์กลางย่านสาทร

“สาทร” ย่านที่ทุกตารางเมตรถูกจับจองด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และตึกสูงระฟ้าที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ จนแทบไม่คาดคิดว่าจะมีสถานที่หนึ่งที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้มานั่งพูดคุย แลกเปลี่ยนไอเดียสร้างสรรค์ และร่วมมือกันขับเคลื่อนสิ่งเล็ก ๆ เพื่อให้เมืองนี้น่าอยู่
คุณบิลลี่ สาวิชัย ผู้เป็นทั้งเจ้าของโครงการ TUR GUB CHAN และช่างตัดผมประจำ TUR Hair Salon
สถานที่อันเป็นคำตอบนั้น คือ TUR GUB CHAN (เธอกับฉัน) NEIGHBORHOOD คอมมูนิตี้ที่เป็นมากกว่าอาคารรวมร้านค้า แต่คือสถานที่ที่ผู้คนมาปล่อยไอเดีย เปลี่ยนให้ย่านเศรษฐกิจอย่างสาทรมีพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ ผู้ร่วมขับเคลื่อนย่านด้วยความคิดสร้างสรรรค์
ที่นี่ตั้งอยู่ในอาคารเก่าบนถนนเชื้อเพลิง เกิดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ของคนรักงานสร้างสรรค์ ที่สามารถมารวมตัวกันเพื่อเปลี่ยนมุมหนึ่งของสาทรให้ไม่เพียงแต่เป็นสเปซรวมพื้นที่ธุรกิจเล็ก ๆ ที่น่าจับตามอง แต่ยังเป็นพื้นที่ที่คนรักแฟชั่นและงานออกแบบได้มาจอยกัน ผุดไอเดียใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นในย่านเศรษฐกิจของเมือง
ชั้น 3 คือพื้นที่สำหรับแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ที่คุณบิลลี่ตั้งใจให้เป็นเหมือนนลานปล่อยของสำหรับแฟชั่นดีไซน์เนอร์ไทยรุ่นใหม่ที่อยากมีหน้าร้านของตัวเอง
Rudo ร้านเบเกอรี่โฮมเมดที่โดดเด่นด้านการตกแต่งภายในร้าน ด้วยโทนสีแดงสร้างอารมณ์คลาสสิกคู่กับเฟอร์นิเจอร์สไตล์มิดเซนจูรี่ที่มีลูกเล่นเป็นบล็อกแก้ว ก่อเป็นผนังบดบังสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ
Earth to Juice Bar ร้านน้ำผลไม้สดปั่นที่สะดุดตาด้วยการจัดวางเคาน์เตอร์ให้ไม่เป็นไปตามแนวกริด และเพิ่มความดิบเท่ด้วยการหยิบวัสดุอิฐสีเทาดำมาใช้ สร้างเอกลักษณ์ให้กับร้าน และลบภาพจำร้านน้ำผลไม้ปั่นที่เราคุ้นเคยกัน
ก่อนจะกลายมาเป็นย่าน CBD (Central Business District) ที่เราเรียกกันคุ้นเคย ‘สาทร’ เคยเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชุมชนชาวทวายที่เข้ามาตั้งรกรากในสมัยรัชกาลที่ 1 ดังปรากฏชื่อเดิมที่เรียกว่า ‘บ้านทวาย’ ชุมชนที่มีเพียงพื้นที่ที่มีป่ารกและสวน
จุดที่ทำให้สาทรเข้าใกล้ภาพปัจจุบัน คือการตัดถนนในสมัยรัชกาลที่ 5 ทำให้ความเจริญได้ขยายเข้ามาผ่านการกว้านซื้อที่ดินและสร้างบ้านให้ชาวต่างชาติและเจ้าสัวผู้มีฐานะได้พักอาศัย เนื่องจากเป็นย่านที่มีความสงบและคนไม่พลุกพล่าน
ย่านนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นการพัฒนาให้สาทรกลายเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญ จนตกทอดมาสู่คนรุ่นปัจจุบันเห็นได้จากเหล่าอาคารสถาปัตยกรรมตะวันตกที่ตั้งเรียงรายอยู่ในย่านหลายหลัง กระทั่งได้รับการยกระดับให้เป็นเขตศูนย์กลางธุรกิจจวบจนทุกวันนี้
ถึงแม้ว่าสาทรจะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพเชิงเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ แต่ขณะเดียวกันก็ยังเหลือพื้นที่เล็ก ๆ ให้ผู้คนสามารถมาแบ่งปันเรื่องราวและความสนใจในสิ่งเดียวกันได้ โดยเฉพาะศิลปะ แฟชั่น และงานดีไซน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนในย่านกำลังมองหา
Talay Time ร้านอาหารทะเลจานด่วนที่ผสมผสานอาหารไทยเข้ากับเทคนิคการปรุงแบบฝรั่งเศส
Van Coffee .bkk คาเฟ่สเปเชียลตี้ที่ได้รับแรงบันดาลของการตั้งชื่อร้านมาจากสถาปนิกที่ชื่อ Mies van der Rohe และคอนเซ็ปต์ Less is More ของเขา เกิดเป็นคอนเซ็ปต์ของการออกแบบร้านที่มีความเรียบง่าย ใช้หินและเฟอร์นิเจอร์ที่เน้นฟังก์ชันเป็นหลัก
Grapey ไวน์บาร์ที่เสิร์ฟกับอาหารเอเชียนฟิวชัน รสเข้มข้น ถูกปากคนไทย ภายในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีสันจัดจ้า ให้กลิ่นอาย Mid Century ผสมกับความเป็น Scandinavian
“ถ้าพูดถึงเรื่องสาทร ผมว่าสาทร คือ Business Area ของกรุงเทพฯ แฝงไปด้วยร้านอาหารเก๋ ๆ เยอะแยะมากมาย ในขณะเดียวกันก็มีชุมชน มีคนอยู่อาศัย ที่มีความสนใจหลากหลายด้วย”
นี่คือคาแร็กเตอร์ของย่านสาทรที่ คุณบิลลี่ สาวิชัย ผู้เป็นทั้งเจ้าของโครงการ TUR GUB CHAN และช่างตัดผมประจำ TUR Hair Salon ถ่ายทอดให้เราฟัง ชวนย้อนกลับไปยังที่มาและจุดเริ่มต้นของคอมมูนิตี้ในอาคารเก่ารีโนเวตริมถนนเชื้อเพลิงแห่งนี้
โดยคุณบิลลี่เล่าว่า โครงการ TUR GUB CHAN มีที่มาจากความตั้งใจอยากพาให้ TUR Hair Salon เติบโตไปอีกขั้น จากสาขาแรกในซอยสุขุมวิท 26 ขยับมาสู่สาขาที่ 2 ในย่านสาทร โดยเขาได้มาพบอาคารออฟฟิศเก่าขนาด 3 ชั้น ที่ทิ้งร้างมา 5 ปี โดยบังเอิญ ความตั้งใจที่อยากขยายสาขาร้านตัดผม ผนวกกับการมองเห็นศักยภาพของอาคารเก่า จึงผลักดันให้เกิดโครงการ TUR GUB CHAN ขึ้น
ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่รวมกันของร้านค้า แต่คือชุมชนของผู้คนที่เข้ามาร่วมกันสร้างความหมายให้กับสถานที่นี้ใหม่ ผ่านจุดร่วมบนรันเวย์ของคนที่ชื่นชอบศิลปะและแฟชั่นตั้งแต่เสื้อผ้ายันทรงผม
“ร้านทําผมอยู่ในส่วนของแฟชั่นอยู่แล้ว เวลาเรามาเปิดสาขาใหม่ในตึกนี้ เรารู้สึกว่าอยากจะทำให้ที่นี่เป็นพื้นที่ของคนที่มีความสนใจเดียวกันได้เข้ามาอยู่รวมกัน” คุณบิลลี่พูดถึงที่มาที่ไป
บนชั้น 2 เป็นร้านตัดผม TUR Hair Salon สาขาที่ 2 ยังคงคอนเซ็ปต์การตกแต่งร้านให้มีความดิบเท่เหมือนกับสาขาแรกในย่านสุขุมวิท แต่มีพื้นที่ที่กว้างขวางขึ้น เพื่อรองรับลูกค้าที่เพิ่มขึ้นต่างจากสาขาแรก
ALTERED TAILOR ร้านสูทที่ยึดถือในความพิถีถันของการตัดเย็บ เหมือนกับคอนเซ็ปต์ของร้านที่ว่า Permanent Fashion หมายถึงการมอบสไตล์ที่มั่นคงให้แก่ผู้สวมใส่ สะท้อนตัวตน และสร้างความมั่นใจ โดยไม่หวั่นไหวต่อกระแสแฟชั่น
ความชอบเรื่องแฟชั่น ได้ปูทางให้คอนเซ็ปต์และการออกแบบพื้นที่ใช้สอยของทั้ง 3 ชั้น มีพื้นที่ธุรกิจที่หลากหลายภายใต้แนวคิดที่มีทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่คาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์ชั้น 1 ที่แต่ละร้านต่างออกแบบตกแต่งให้สะท้อนตัวตนของแบรนด์อย่างมีเอกลักษณ์ ต่อมาที่ชั้น 2 เป็นพื้นที่ของร้านตัดผม TUR Hair Salon ทั้งชั้น โดดเด่นในตัวเองอย่างเห็นได้ชัด จนสามารดึงให้คนที่มาใช้บริการตัดผมไหลขึ้นไปยังชั้น 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ทดลองของคุณบิลลี่เองได้ด้วย
TUR Hair Salon ออกแบบให้มีความดิบเท่กลมกลืนไปกับร่องรอยของอาคารเก่า มีบันไดผ่านตรงกลางระหว่างโซนร้านตัดผม ฝั่งซ้ายและขวาออกแบบภายในเปิดโล่ง รองรับลูกค้าได้มากกว่าสาขาแรก โดยยังทิ้งร่อยรอยของปูนเปลือยไว้เพื่อเล่าอดีตของอาคาร สลับกับการใช้เฟอร์นิเจอร์วินเทจเพิ่มอารมณ์คลาสสิก กรุผนังบางส่วนด้วยอิฐสีส้ม สื่อถึงตัวตนของ TUR Hair Salon ที่มักใช้วัสดุอิฐตกแต่งในสาขาแรกร่วมด้วย
ร้านตัดผมนี้ช่วยเน้นย้ำคอนเซ็ปต์เรื่องแฟชั่น ก่อนส่งผู้คนไปสู่ชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นชั้นรวมร้านเสื้อผ้าจากดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มพื้นที่ว่าง สร้างสีสันด้วยการตกแต่งให้แต่ละร้านมีคาแร็กเตอร์เป็นตัวเองตามแต่ดีเอ็นเอของแบรนด์อย่างเด่นชัด
Babblue ร้านที่รวบรวมสินค้าแฟชั่นแบรนด์ไทย ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประกับ และอื่น ๆ โดยเน้นการทำงานร่วมกับแฟชั่นดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ที่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง
สิ่งที่นิยามความเป็นคอมมูนิตี้ของ TUR GUB CHAN ได้ชัดเจนที่สุด คือสเปซชั้น 3 ที่ไม่ได้ออกแบบให้เป็นแค่พื้นที่ให้เช่า แต่คือสนามทดลองของดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ที่ยังไม่มีพื้นที่ให้มาปล่อยของ ได้มีพื้นที่แสดงออกอย่างเต็มที่ทั้งแหวกแนว นอกกรอบ และสร้างความสดใหม่ให้แก่วงการดีไซน์
“จุดประสงค์ของชั้น 3 ผมรู้สึกว่าวงการแฟชั่นไทย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่กําลังเดินช้าอยู่ ผมเลยมีไอเดียว่า เมืองไทยยังไม่ได้มีแหล่งที่รวบรวมแฟชั่นไทยของดีไซเนอร์รุ่นใหม่เลย
“เราก็รู้สึกว่าอยากให้ชั้น 3 เป็นพื้นที่ที่รวบรวมแบรนด์เสื้อผ้าไทย และของแฟชั่นดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ ให้ได้มีพื้นที่แสดงผลงานของตัวเองมากยิ่งขึ้น”
สิ่งที่สะท้อนกลับมาคือคอมมูนิตี้ของคนรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นจริง ผ่านการจัดตลาดนัดงานคราฟต์และเสื้อผ้าที่มีชื่อว่า ‘มาหาเธอ’ ในพื้นที่ของโครงการ
โดยพบว่าประสบความสำเร็จมาแล้วถึง 2 ครั้ง สิ่งตอบแทนที่มากกว่าเม็ดเงินคือทำให้คนรุ่นใหม่หลั่งไหลเข้ามารู้จักพื้นที่นี้อย่างที่ตั้งใจ เป็นพื้นที่ให้กลุ่มคนที่พูดคุยภาษาเดียวกัน หรือสนใจในเรื่องแฟชั่นเหมือน ๆ กัน ได้มาพบปะพูดคุยสร้างคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ให้เกิดขึ้น
บันไดเชื่อมพื้นที่ทั้ง 3 ชั้น ได้มีการเพิ่มต้นไม้เล็ก ๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับโครงการ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งความพิเศษที่เจ้าของให้ความสำคัญ
พื้นที่ชั้น 1 ของโครงการเป็นที่ตั้งของธุรกิจประเภท F&B (Food & Beverage) โดยเจ้าของโครงการได้ออกแบบให้แต่ละร้านจัดอยู่ในประเภทของธุรกิจที่ไม่ซ้ำกัน เช่น ร้านกาแฟ เบเกอรี่ ไวน์บาร์ และร้านอาหารทะเล
นอกจากจะกลายเป็นจุดเช็คอินที่ผู้คนต่างหลงเสน่ห์และเข้ามาถ่ายภาพตึกเก่าแต่ปรับลุคใหม่ให้เก๋แล้ว คือความเป็นคอมมูนิตี้สร้างสรรค์ที่ผุดขึ้นท่ามกลางการเคลื่อนไหวของย่านเศรษฐกิจของเมือง สำหรับคุณบิลลี่ เขามีมุมมองที่อยากจะผลักดันตัวเองให้ก้าวไปพร้อม TUR GUB CHAN ให้ไกลกว่าเดิม เพียงแค่ได้เริ่มเปิดพื้นที่ให้กับคนรุ่นใหม่ได้มาจอยกันในพื้นที่แห่งนี้ ก็รู้สึกว่าเขาได้ผลักดันพลังของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ ไปพร้อม ๆ กับการผลักดันพลังของย่านได้ในเวลาเดียวกัน
“ผมรู้สึกว่าคอมมูนิตี้มอลล์ ไม่ว่าจะเป็นคอมมูนิตี้เล็ก ๆ หรือคอมมูนิตี้ใหญ่ ถ้าไป Fit in กับ Local ได้ ผมว่ามันจะเป็นเรื่องดี
“แล้วจำเป็นว่าต้องเป็นพื้นที่ของเราที่เดียวเลยไหม ไม่เลย ผมรู้สึกว่าสามารถเป็นได้ทุก ๆ พื้นที่ ถ้ามีคอมมอนสเปซที่คนท้องถิ่นของที่นั่นสามารถมาแชร์ไอเดียกันได้ มาทําอะไรที่สามารถพัฒนาชุมชนได้ ผมคิดว่าสิ่งนั้นคือความสำเร็จของการสร้างย่านในรูปแบบหนึ่ง” คุณบิลลี่ทิ้งท้าย
TUR GUB CHAN ในวันนี้อาจไม่ได้มีพลังเทียบเท่านโยบายการพัฒนาเมืองที่ถกกันในระดับภาครัฐ แต่ทว่าคุณค่าของสถานที่อย่างที่นี่คือสถานที่ที่ให้คนรักแฟชั่นและงานสร้างสรรค์ได้เข้ามาใช้งานพื้นที่ จากอาคารที่เคยรกร้างได้รับการพลิกฟื้นกลับมาใหม่โดยกลุ่มคนเล็ก ๆ นับเป็นการสร้างสีสันใหม่ ๆ ท่ามกลางย่านที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเข้มข้นของกรุงเทพฯ
“สำหรับผม TUR GUB CHAN อาจเป็นจุดเล็ก ๆ จุดหนึ่งที่หวังว่า จะมาช่วยผลักดันและพัฒนาชุมชนสาทรให้ดูน่ารัก ดูอบอุ่นขึ้น จากสิ่งที่เราและหลายคนรักและชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน”
คำพูดเรียบง่ายและถ่อมตน แต่เต็มไปด้วยพลังจากคุณบิลลี่นี้ ช่วยย้ำว่า TUR GUB CHAN มีคุณค่าต่อความเคลื่อนไหวของย่านสาทร แม้เพียงเล็กน้อย แต่ทว่าชวนให้เราตั้งคำถามกลับว่า แล้วคุณล่ะต้องการพื้นที่แบบไหนในสาทรอีกบ้าง?
อ้างอิง
การศึกษาประวัติและอายุสมัยของอาคารเก่าบนถนนสาทร กรุงเทพมหานคร โดย ฐพล ตรงจิตตเกษม ภาควิชาโบราณคดี
ที่ตั้ง
ถนนเชื้อเพลิง แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
เปิดทุกวัน 08.00 – 20.00 น. (ปิดเฉพาะวันอังคาร )
เรื่อง: Kangsadan K.
ภาพ: Soopakorn Srisakul
คลังสาระความรู้เรื่องบ้านและพรรณไม้ยังมีอีกมากมาย อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ https://room.baanlaesuan.com/
โฆษณา