25 ก.พ. เวลา 10:04 • ไลฟ์สไตล์

ลมแห่งฤดูร้อน

ช่วงนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหน สนามหญ้าในสวน ทางเดินบนถนน แม้แต่ในบึงน้ำ สิ่งที่เห็นได้
เด่นชัดที่สุดคือสีน้ำตาลของใบไม้แห้ง พวกมันพากันร่วงทั้งวันทุกวัน เมื่อกวาดมารวมกันแทบ
จะเรียกได้ว่าภูเขากองย่อมๆ สายลมร้อนที่โบกสบัดทำให้ใบไม้แห้งร่วงหล่นเหมือนเม็ดฝน
ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการเพียงสองสามวันที่ผ่านมา กระแสความร้อนก็มา
ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน สวนสาธารณะช่วงเช้าตรู่เต็มไปด้วยผู้คนเดินบ้างวิ่งบ้าง เหมือนว่าทุก
คนจะรีบทำภาระกิจให้เสร็จก่อนพระอาทิตย์จะโผล่มาให้เห็น ทุกคนเหมือนไปอาบน้ำมา
หน้าตาเนื้อตัวเปียกโชกไปด้วยเหงื่อทั้งๆที่มีแค่สายลมร้อนกับอุณหภูมิช่วงเช้าที่ตัวเลขบอก
ว่า28องศาเซลเซียส ฉันนั่งพักอยู่ริมทางเดินในสวนมองผู้คนกับใบไม้แห้งที่ปลิดปลิวจากต้น
ลงสู่พื้น นี่ให้ความรู้สึกห่อเหี่ยวได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว มันแห้งๆเฉาๆอย่างไรชอบกล เอาเข้า
จริงหากมองดีๆนอกจากสีน้ำตาลของใบไม้แห้งที่มีมากมายแล้วเราจะเห็นความสดใสของสีสัน
จากดอกไม้หน้าร้อนหลากหลายชนิดที่บานในช่วงนี้ได้เหมือนกัน สีเหลืองของดอกเหลืองปรีดี
ยาธร สีชมพูของดอกชงโค สีแสดของดอกคอร์เดีย สีขาวของดอกปีบและแคนา สีสันเหล่านี้ตัด
กับสีฟ้าสดใสของท้องฟ้าชวนให้รื่นรมณ์จริงๆ ทั้งหมดนี้อยู่ที่ว่าเราจะเลือกมองมุมไหน สิ่งตรง
ข้ามกันนี้ในทางพุทธศาสนาเรียกว่า”โลกธรรม”หรือ”ธรรมคู่” ซึ่งคือคู่ตรงข้ามเช่น บุญ-บาป
ดี-ชั่ว หรือคู่ตรงข้ามที่โลกต้องเจอเช่นสุข-ทุกข์ สรรเสริญ-นินทา ได้ลาภ-เสื่อมลาภ ได้ยศ-
เสื่อมยศ เป็นต้น อากาศร้อนเป็นความรู้สึกทางกายแก้ไขได้เช่นหลบเข้าที่ร่ม อาบน้ำ เปิดแอร์
ส่วนความร้อนรุ่มทางใจนั้นพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ท่านสอนว่าสิ่งที่จะดับหรือลดทอนได้คือ
ธรรมะ อากาศร้อนมักทำให้หงุดหงิด จิตใจว้าวุ่น อารมณ์เสียง่ายๆ ช่วงฤดูร้อนนี้เราคงต้อง
พึ่งพาธรรมะกันมากกว่าปกติ ดับร้อนทางกายแล้วอย่าลืมดับร้อนทางใจด้วยนะ
โฆษณา