3 มี.ค. เวลา 12:11 • การ์ตูน

EP : 879 ซีบราแมน ... repost ...

แม้ตอนเริ่มต้นเนื้อหาแนวฮีโร่แปลงร่างในการ์ตูนมังงะจะถูกนำเสนอมาแนวผู้พิทักษ์โลก หรือปกป้องโลกจากสิ่งชั่วร้ายคือถูกนำเสนอออกแนวพระเอกแสนดีก็ตาม แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเป็นฮีโร่ ก็จะเริ่มถูกนำเสนอด้วยการตีความที่แตกต่างกันไปเรื่อยๆ ดีบ้างร้ายบ้าง ตลกบ้าง เศร้าบ้าง ซึ่งช่วงหลังนี้ก็จะนิยมแนว แบดฮีโร่ อยู่ไม่ใช่น้อย
เพราะด้วยบริบทสังคมมันมีการเปลี่ยนแปลงและเริ่มยอมรับได้ว่า “ฮีโร่” ไม่จำเป็นต้องขาว “ฮีโร่” ไม่จำเป็นต้องเก่ง เพราะต่อให้ภายใต้หน้ากาก หรือชุดเท่ๆ ที่ฮีโร่เราสวมใส่ ส่วนใหญ่มันก็คือมนุษย์ทั่วไป ที่จะมีอารมณ์ รักโลภโกรธหลง เป็นเรื่องธรรมดา เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นเลยที่ฮีโร่จะเป็นสีขาวเท่านั้น .... อาจเป็นสีดำก็ได้จริงไหมครับ
จริงๆโดยส่วนตัวแล้วช่วงหลายปีที่ผ่านมาผมก็ได้อ่านการ์ตูนแนวฮีโร่แปลงร่างแบบนี้หลายเรื่องนะครับ ซึ่งก็ได้เห็นพัฒนาการ การนำเสนอเนื้อเรื่องที่มีหลากหลายตามที่บอกมากขึ้น แถมฮีโร่ที่ผมติดใจก็มักจะออกมาแนวเลิฟคอมเมดี้ หรือไม่ก็แนวเรียลฮีโร่ มากกว่าฮีโร่แสนเท่และเก่งด้วยซ้ำ และนี่ก็เป็นอีกเรื่องแนวฮีโร่ ที่ผมเพิ่งได้อ่านจบ กับฮีโร่ ขาวดำ ซึ่งเลือก “ม้าลาย” มาเป็นสัญลักษณ์กับเรื่อง “ซีบราแมน” ครับ
“อิจิคาว่า ชินอิจิ” ชายวัย 42 ปีที่คลั่งไคล้ฮีโร่ในอดีตอย่าง “ซีบร้าแมน” ผู้มีคอนเซป เป็นฮีโร่ที่ไม่มีพลังพิเศษหรืออุปกรณ์พิเศษอะไรเลย แต่กล้ายืนหยัดและต่อสู้กับเหล่าสัตว์ประหลาดและมนุษย์ดาวเกรย์ ศัตรูตัวร้ายของโลก ซึ่งเป็นฮีโร่ที่โดนตัดจบเพราะฉายในทีวีได้แค่ 7 ตอนเท่านั้น แต่ตัวเขาก็ชื่นชอบ “ซีบร้าแมน” คนนี้มาก เพราะนี่คือความสุขที่ได้เพียงหนึ่งเดียวที่คอยปลอยโยนจิตใจของเขาในตอนนี้
เพราะในชีวิตจริงเขาไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย มีครอบครัว ก็เหมือนไม่มี เพราะภรรยาแม้จะยังอยู่กับเขา แต่ก็แสดงตัวชัดเจนถึงความรู้สึกที่ไม่ได้รักเขาแล้ว และออกไปหาชู้รักหนุ่มของเขาโดยไม่ต้องหลบหรือกลัวเขารู้เลย หรือแม้แต่ลูกสองคนที่ไม่เคยให้เกียรติเขาในฐานะพ่อหรือหัวหน้าครอบครัวเลย
รวมถึงอาชีพครูของเขาที่ แม้แต่เด็กๆในห้องเรียนก็ทำตัวเหมือนเขาไม่มีตัวตน เพราะแบบนี้ ชีวิตที่มีความสุขของเขาจึงเกิดได้จากการได้ดูซีรีย์ซีบร้าแมนวนไปเรื่อยๆ และได้พูดคุยกับคนที่ชอบเรื่องนี้เหมือนกันผ่านคอมพิวเตอร์ ในห้องนอนของเขาที่มีแต่สิ่งของของเหล่าฮีโร่ที่เขาชื่นชอบ อย่างรำพังเพียงคนเดียว
จนวันหนึ่ง เขาได้ทำชุดของ “ซีบร้าแมน” ขึ้นมาได้สำเร็จ ความรู้สึกที่อยากใส่ชุดนี้ และเสียงเชียร์จาก “ดร.ซาแวนน่า” แฟนคลับซีบร้าแมนคนสนิทเขาของที่ติดต่อผ่านอินเตอร์เน็ทมาอย่างยาวนานก็บอกให้เขาสวมชุดนี้ออกไปเดินข้างนอกสิ ไหนๆ ก็ทำมันเสร็จแล้ว และที่ทำออกมาเพราะอยากจะสวมชุดซีบราแมนไม่ใช่เหรอ...... ในที่สุด เขาก็ได้ทำตามนั้น สวมชุดซีบร้าแมนออกมาเดินตามถนนยามค่ำคืน
... เพียงแต่ว่าคืนแรกที่เขาได้สวมใส่ออกมาเดิน เขาก็ได้พบกับหญิงสาวที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล วิ่งมาทางเขา โดยที่ด้านหลังเขามีสัตว์ประหลาดปู วิ่งไล่ตามเธออยู่ ซึ่งเขาจำได้ดีว่า สัตว์ประหลาดปู ตัวนั้นมันคือ “คานิแจ๊ค” หนึ่งในสัตว์ประหลาดของซีรีย์ “ซีบร้าแมน” ที่เขาคลั่งไคล้อยู่
...เกิดอะไรขึ้นทำไมสัตว์ประหลาดในซีรีย์ซีบร้าแมน ถึงมีตัวตนและออกมาวิ่งอยู่ตรงหน้าเขา และพยายามทำร้ายฆ่าเด็กสาวคนนี้ ... และนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวสุดสะเทือนอารมณ์และย้องแย้งกับความเป็นจริงที่เขากำลังจะได้เจอใน “ซีบราแมน”ครับ
“เนื้อเรื่อง”
เรื่องนี้มีปมครับ ต้องบอกอย่างนั้น เพราะเรื่องนี้แม้จะเป็นการ์ตูนแนวฮีโร่ และมีศัตรูที่ต้องการทำลายความสงบสุข แต่เอาเข้าจริงเรื่องนี้เน้นเล่าเรื่องที่มากกว่าการต่อสู้ระหว่างธรรมะและอธรรมไปไกลมากๆ ถ้ามองในภาพรวมมันมี สองประเด็นใหญ่ๆ ที่เรื่องเล่าไว้ อย่างแรก ประเด็นในเรื่องการต่อสู้ของตัว “อิจิคาว่า ชินอิจิ” ในร่างของ “ซีบร้าแมน” กับคดีที่เกิดขึ้นในเมืองที่เขาอาศัยอยู่
และคดีที่เกิดขึ้นมันมีสิ่งที่เกี่ยวข้องและดำเนินไปเหมือนกับเรื่องราวในซีรีย์ซีบร้าแมนที่เขาเคยดู และอีกประเด็นนึง คือเรื่องราวที่เกี่ยวกับปัญหาส่วนตัวของ “อิจิคาว่า ชินอิจิ” ในฐานะมนุษย์คนนึงในแง่ความรู้สึกต่างๆ อย่างรักโลภโกรธหลง และครอบครัวที่แตกสลายไปตั้งแต่ตอนต้น สองประเด็นหลักๆนี้คือสิ่งที่เรื่องหยิบมาเล่าไปพร้อมๆกันตลอดทั้งเรื่องครับ
เพราะเนื้อหาหยิบและเล่าประเด็นพวกนี้เป็นหลักทำให้เรื่องนี้โทนของเรื่องจะออกมาเป็นการ์ตูนแนวเสียดสีสังคม ตีแผ่ชีวิตครอบครัว ดราม่าหนักๆ สลับกับการสืบสวนสอบสวนเรื่องราวคดีที่เกิดขึ้น และโดยที่คอนเซปของซีบร้าแมนพระเอกของเรื่องนั้น เป็นฮีโร่ที่ไม่มีพลังพิเศษอะไรเลย ใช้พลังตัวเองลุยล้วนๆ ทำให้ทุกอย่างถูกสื่อสารและนำเสนอโดยใส่ความเป็นมนุษย์ธรรมดามาอย่างเยอะและมากที่สุดเรื่องนึงในบรรดาการ์ตูนแนวฮีโร่แปลงร่างครับ
เราแทบจะไม่ได้เห็นการต่อสู้เชิงพลังหรืออิทธิฤทธิ์หรือไฮเทคในเรื่องนี้เลย เพราะด้วยคอนเซปที่เป็นฮีโร่ไร้พลังพิเศษแบบนี้ และแม้จะมีบางจุดที่เรื่องสื่อให้เห็นว่ามีพลังบางอย่างที่ทำให้ดูไฮเทคเหนือธรรมดาอยู่บ้าง แต่เรื่องก็นำเสนอโดยทำให้ดูหมิ่นเหม่ว่าภาพที่เห็นนั้นไม่ใช่แบบที่เราคิดแต่เป็นเพราะบางสิ่งในเนื้อหานั้นต่างหาก เพื่อไม่ให้หลุดคอนเซปของตัวซีบร้าแมนครับ
ด้วยเหตุนี้จึงไม่ต้องแปลกใจ ถ้าความสนุกของมันไม่ได้มาจากการต่อสู้แบบสายพลังในทางฮีโร่ทั่วไป แต่เป็นเรื่องราวดราม่าที่สะท้อนชีวิตของมนุษย์วัยผู้ใหญ่เต็มตัวอย่าง “ชินอิจิ” ที่เต็มไปด้วยปัญหา และการสืบสวนเรื่องราวความเป็นมาว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมการฆาตกรรมหรืออาชญากรรมในเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นเป็นการกระทำที่มีความเหมือนกับเรื่องราวในซีรีย์ ซีบร้าแมน ที่ฉายไว้ 7 ตอน เพราะอะไร และเพื่ออะไร
ในแง่ของดราม่า ผมว่าเรื่องนี้ใส่เอาไว้หนักแบบที่คนชอบงานสะท้อนสังคมหรือปัญหาครอบครัวคนญี่ปุ่นน่าจะชอบได้ไม่ยาก เพราะเล่นอย่างจริงจัง จนบางจังหวะผมไม่คิดว่านี่เป็นการ์ตูนแนวฮีโร่เลยนะเอาแค่ประเด็นตัวพระเอกเราที่รายล้อมไปด้วยปัญหามากมาย จากคนในครอบครัวและสังคมภายนอก แค่นี้ก็จุกแล้วครับ และด้วยการดำเนินเรื่องที่เน้นใส่อารมณ์เข้าไปในเนื้อหาหรือเรื่องราวที่กำลังมีปัญหาทำให้เราอึดอัดในหลายๆเรื่องที่ได้อ่านครับ เรียกว่าหนืดความรู้สึกคนอ่านอย่างผมอย่างมากเลยครับ
โดยเฉพาะปัญหาเรื่องความรักที่เรื่องใส่ไว้ในตอนท้ายที่ต้องบอกว่า “จุก” และสร้างความเครียดอย่างมากตอนอ่าน ตอนที่สถานการณ์ครอบครัวเหมือนจะไปได้ดี แต่พระเอกเราต้องมาตัดสินใจบางอย่างที่ต้องถามหัวใจตัวเองว่าจะเลือกอะไรกันแน่ ซึ่งเราเห็นอยู่แล้วว่าไม่ว่าเลือกทางไหน พระเอกเราน่าจะมีความสุขแน่นอน คนที่ต้องเดือดร้อนไม่ใช่พระเอกเรา
แต่คนอื่นต่างหากที่ต้องเจ็บและลุกไม่ขึ้นกับเรื่องราวเช่นนี้แน่ๆ การหยิบปัญหาง่ายๆอย่างนี้มาใส่ในจังหวะในเรื่อง ต้องถือว่าทำได้ดีมากๆ เล่นได้ถูกจังหวะ ซึ่งตรงจุดนี้เอาไปใส่ตรงช่วงอื่นก่อนหรือหลังกว่านี้ก็ไม่ได้ครับ ผลที่ได้มันจะต่างไปมาก แม้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เล่นให้ถูกจังหวะอย่างในเรื่องก็สร้างแรงกดดันได้ดีมากๆครับ
ในขณะที่เรื่องราวในด้านซีบร้าแมนที่เล่าควบคู่กันไปก็ทำออกมาได้อย่างน่าสนใจ อย่างที่ผมบอกว่าเรื่องใส่ปริศนาชวนให้เราสนใจไปพร้อมกับพระเอกเกี่ยวกับสถานะการณ์ที่เกิดขึ้นที่เหมือนกับเนื้อหาในซีรีย์ที่พระเอกเคยดูในเรื่องซีบร้าแมน ด้วยวิธีการเล่าเรื่องแนวปริศนา ลึกลับ แบบนี้เป็นตัวนำ ทำให้เรื่องมีความน่าสนใจมากกว่าการนำเสนอฮีโร่ในแบบเก่าอย่างมากครับ แน่นอนการทำให้ตัวพระเอกเราไร้พลัง อันนี้ไม่ใช่จุดที่ปกติเรื่องอื่นในแนวนี้จะทำกันนะครับ
เพราะต้องยอมรับว่าปกติ “ฮีโร่” ต้องมาพร้อมกับ “พลัง” อะไรบางอย่าง จะมากบ้างน้อยบ้าง ฉลาดหรือไฮเทค อย่างไรก็ได้ต้องมีเข้ามา ไม่อย่างนั้นมันจะแยกความเด่นออกจากตัวพระเอกไม่ได้เลย หรืออีกนัยหนึ่งก็คือไม่มีอะไรที่น่าสนใจหรือติดตามหรือให้จดจำพระเอกคนนี้เลยครับ
เพราะแบบนั้นการที่เรื่องใส่ความเป็นคดีปริศนาและการสร้างความสงสัยในเรื่องราวต่างๆ แทนที่จะเลือกเปิดตัวเหล่าศัตรูให้ชัดเหมือนหลายๆเรื่องในแนวนี้ ทำให้เรารู้สึกส่วนหนึ่งว่านี่เป็นเรื่องราวแนวคดีลึกลับฆาตกรรมต่อเนื่อง
ซึ่งช่วยทำให้เราสนใจในความสามารถของพระเอกลดลงมาก เพราะนอกจากการเล่าเรื่องให้เป็นแนวสืบสวนสอบสวนอย่างนี้แล้ว ตัวเนื้อเรื่องก็ได้เซ็ทให้ตัวฝั่งผู้ร้ายไม่ได้มีความสามารถที่โดดกว่าตัวพระเอกในแง่ความสมจริงด้วยเช่นกัน ทำให้มีความสมดุลและสมเหตุสมผลกันระหว่างฝั่งพระเอกและผู้ร้ายได้ดีระดับนึงครับ
ผมชอบการเล่าโดยไต่ระดับของเรื่องราวไปเรื่อยๆ แบบนี้ มันดูสมเหตุสมผลและดูสมจริงมากกว่าจะดูเป็นแนวแฟนตาซีสายพลังที่การ์ตูนฮีโร่จะต้องมีอยู่ บทบาทของพระเอกในเบื้องต้นว่าทำไมต้องเป็นเขาและเขาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้อย่างไร มันจะถูกค่อยเล่าด้วยเหตุผลและปัญหาจากตัวเขาไปเรื่อยๆ ระหว่างไขคดีพวกนี้
ในขณะที่เราก็จะได้เห็นการแก้ไขปัญหาที่รายล้อมตัวพระเอกไปพร้อมๆกันทีละเล็กทีละน้อย โดยสุดท้ายการเฉลยตัวร้ายว่าเป็นใครก็ถูกทำออกมาได้อย่างดีในแง่ว่าคือคนนั้นครับ ถือว่าสร้างความแปลกใจให้กับผมไม่น้อย แม้คดีช่วงสุดท้ายมันจะออกมาดูรวดเร็วและจบไวไปหน่อยก็ตาม ภาพรวมของเรื่องจึงออกไปแนวสมดุล เน้นปัญหาดราม่าของพระเอกล้อไปกับเรื่องราวการสืบสวนที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าต่างๆครับ
แม้จะดูเป็นการ์ตูนที่ซีเรียสหนัก แต่จะบอกว่าเรื่องกลับเล่าแนวตลกสอดแทรกมาได้อย่างดีมากๆครับ จังหวะการเล่นที่เน้นเรื่องเจ็บปวดของพระเอกหรือความเห่ยของความเป็น “อิจิคาว่า ชินอิจิ” ว่าทำไมเขาถึงไม่ได้รับการยอมรับ ทำได้อย่างดีมาก ฮานะครับ อ่านแล้วดูตลกมากๆ ซึ่งถือเป็นจุดที่ทำให้อ่านสนุกมากๆในเรื่องนี
เพราะโทนเรื่องมันดาร์กอยู่แล้วครับ ถ้าไม่มีมุกตลกดีๆพวกนี้แทรกไว้ผมว่าอ่านแล้วอึดอัดกว่านี้เยอะ ในขณะเดียวกันเรื่องก็ล้อไปกับการคอสเพลย์ใส่ชุด “ซีบร้าแมน” ในวัย 42 ของพระเอกได้ดีมากๆ โดยเฉพาะตอนแรกที่พระเอกเราเริ่มใส่ชุดออกมาเดินและด้วยตัวเองไม่มีพลังอะไรเลย มันก็คือตาลุงบ้านแตกที่หนีความจริงของตัวเองมาใส่ชุดคอสเพลย์เรื่องที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่านั้น
การเล่นตลกใส่ล้อเรื่องปัญหา ปมด้อยและการใส่ชุดซีบร้าแมน ถือเป็นจุดที่ช่วยคลายให้เรารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้ตรึงเครียดตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆในเรื่องนี้ครับ
แม้โดยภาพรวมจะมีหลายๆอย่างในเรื่องนี้ที่ทำให้ผมชอบ แต่เรื่องนี้ก็มีปัญหาหลายๆอย่างที่ผมอ่านแล้วรู้สึกไม่ชอบเช่นกันนะครับ อย่างแรกคือมันยังมีเนื้อหาหลายๆส่วนและองค์ประกอบของเรื่องหลายๆสิ่งมันยังขาดๆเกินๆอยู่ในสายตาผมนะ พวกนี้มีผลต่อการเล่าเรื่อง ด้วยเรื่องนี้มันไม่มีอะไรมาช่วยทำให้การอ่านของเรื่องมันดูผ่อนคลายซักเท่าไหร่ แม้จะมีมุกตลกที่ทำออกมาได้ดี แต่องค์ประกอบอย่างอื่นนั้นพร้อมจะกดดันเราได้ตลอดเวลา
การที่ล็อคหลายๆอย่างไว้เพื่อความสมจริงในเนื้อเรื่องแนวฮีโร่ผดุงคุณธรรมแบบนี้ มันเลยกลายเป็นดาบสองคมครับ เพราะผมเชื่อว่ามีหลายคนที่อ่านเรื่องนี้แล้วคงอยากวางไม่อ่านต่อ เพราะมันไม่ได้มีจุดเด่นอย่างอื่นดึงความสนใจให้อ่านเรื่องนี้ไปได้ตลอดสำหรับทุกคนนะครับ พลัง หรืออุปกรณ์ไอเทค หรือสัตว์ประหลาดหลุดโลก ไม่มีอะไรพวกนี้เลยจริงๆ
และพอเรื่องวางเนื้อหาไว้ให้ใกล้เคียงความจริงมากๆ พอบางจุดเรื่องจะใส่ให้มันหลุดกรอบความจริงขึ้นมาบ้าง จังหวะนั้นก็อาจสร้างความสับสนให้กับคนอ่านอย่างผมได้ว่า นั่นคือหลุดจริงกับเนื้อหาหรือเผลอหลุดแบบไม่ตั้งใจ เพราะด้วยเรื่องมันเล่าติดความจริงมาตลอดพอบางจังหวะที่มันเหนือจากความเป็นจริงไปบ้าง มันก็สร้างความสับสนให้กับคนอ่านอย่างผมเช่นกันครับ พวกนี้ผมว่ามีผลต่อการอ่านเรื่องนี้ให้จบอย่างมาก และผมคิดว่ามีหลายคนที่ไม่ได้อ่านต่อเพราะเนื้อหามันหนืดและดูอึดอัดมากไปก็เป็นได้นะครับ
อีกส่วนนึงที่ผมคิดว่าไม่ดีไม่แย่แต่ติดไปทางแย่มากกว่าดี คือเรื่องลายเส้นครับ ต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้ลายเส้นที่เห็นมีผลต่อความรู้สึกว่ามันอึดอัดไปกับเนื้อเรื่องมากเป็นพิเศษ มองในแง่ดีคือเรื่องสามารถทำให้คนอ่านอึดอัดไปได้ทั้งเรื่องราวและภาพ คือภาพออกแนวโทนทึบ พอเจอเนื้อหาแนวดิบๆ แบบนี้
เรื่องมันไปด้วยกันได้แบบยกกำลังสองครับ แน่นอนครับ มันเป็นผลดีในแง่อารมณ์เรื่อง แต่ขณะเดียวกันมันก็สร้างความรู้สึกที่หนักไปสำหรับบางคนเช่นกัน โดยแม้เรื่องนี้จะไม่มีภาพน่ากลัวสยองๆ ใส่มาก็ตาม ผมถึงรู้สึกว่าหากเรื่องนี้ต้องการสร้างบรรยากาศลึกลับ สงสัย ดิบและอึดอัด บอกได้เลยว่าลายเส้นทำไว้ในทางนี้ได้ดีมาก เพราะหากเป็นคนอื่นวาด ผมว่าอารมณ์จะเปลี่ยน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีนะครับ โดยส่วนตัวจึงรู้สึกว่ากึ่งดีกึ่งร้ายครับสำหรับรายเส้นเรื่องนี้
“ซีบร้าแมน” เรื่องโดย อ.คุโด้ คันคุโร่ และ ภาพโดย อ.ยามาดะ เรจิ โดยเรื่องนี้มีทั้งหมด 5 เล่มจบ ออกมากับสนพ สยามอินเตอร์คอมมิค ในราวๆปี2548-2549 ครับถือเป็นผลงานเก่าพอสมควรและไม่ใช่เรื่องที่หลายๆคนรู้จักเท่าไหร่นัก ในปัจจุบันหากต้องการอ่านคงต้องมองหาในตลาดมือสองซึ่งคิดว่ามีอยู่ไม่เยอะ และไม่ได้เห็นเอามาขายบ่อยๆ ต้องอาศัยจังหวะดีๆครับเรื่องนี้ โดยส่วนตัวหลังอ่านจบรู้สึกได้ทันทีว่าเรื่องนี้ ไม่เป็นมิตรกับคนอ่านกลุ่มกว้างครับ
เพราะด้วยโทนเรื่องและการนำเสนอที่ออกแนวสมจริงมากกว่าแฟนตาซี และแม้จะมีการใส่มุกตลกไว้ได้ดี แต่เรื่องก็ยังหนักและสร้างความอึดอัดให้กับคนอ่านได้มาก ทำให้เรื่องนี้ต้องใช้เวลาและความพยายามในการอ่านมากกว่าปกติครับ และแม้จะเป็นแนวฮีโร่ แต่เป็นฮีโร่ที่เหมือนคนธรรมดาที่หนีโลกแห่งความเป็นจริงที่ตัวเองเป็นไอ้ขี้แพ้มาสวมชุดคอสเพลย์เพื่อปลอมโยนจิตใจไปวันๆ มันจึงออกไปแนวดราม่าหนักๆ สะท้อนเรื่องราวทางสังคม และเป็นการ์ตูนแนวลึกลับ ฆาตกรรม มากกว่าด้วยซ้ำครับ
ซึ่งโทนของเรื่องก็ทำออกมาแนวนั้นได้เป็นอย่างดี โดยส่วนตัวให้เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจในเนื้อหาและการนำเสนอ รวมถึงการผูกเรื่องราวต่างๆ หลายสิ่งไว้ได้อย่างน่าสนใจ แม้ลายเส้นจะไม่ได้โดดเด่นหรือมีความแฟนตาซีเข้ามาช่วยให้มันอ่านง่ายขึ้นอย่างที่หลายๆคนคาดหวัง สายชอบอ่านการ์ตูนหนักๆ เนื้อหาแน่นๆ การนำเสนอสมจริง หรือตัวเอกโดนกระทำเยอะๆ เรื่องนี้เหมาะกับท่านอย่างมาก
หรือชอบแนวสืบสวนสอบสวน ฆาตกรรมอำพรางเรื่องนี้ไปทางนั้นดีมาก เป็นอีกเรื่องที่อยากให้ได้อ่านกัน แม้จะรู้ว่าน่าจะมีหลายๆคนอ่านไม่จบ วางเรื่องนี้ลงระหว่างทางก็ตามครับ ... แต่อยากให้ลองครับ
ปล เล่มสุดท้ายมีเรื่องสั้นจากผู้เขียนลงไว้อีก 3-4 เรื่องนะครับ กดดันดีครับ แนวสังคมจิกกัดเช่นเคย
ภาพ 6.5/10
เรื่อง 8.9999/10
ความประทับใจ 8.99999/10
#Manga #รีวิวการ์ตูน #จบ #5เล่มจบ #SiamInterComics #การ์ตูนแนวฮีโร่ #การ์ตูนแนวลึกลับ #MangaAnimeReviews #การ์ตูนแนวต่อสู้ #8คะแนน #GetterRobotSaga #หนังสือการ์ตูน #Rate15 #สยามอินเตอร์คอมมิค #การ์ตูนแนวกดดัน #การ์ตูนแนวฆาตกรรม #การ์ตูนแนวเสียดสีสังคม #เธอๆอ่านเรื่องนี้หรือยัง ถ
โฆษณา