Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Is Life
•
ติดตาม
26 ก.พ. เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก
วิกฤตภูมิอากาศ สะเทือนกระเป๋าสตางค์ ความไม่แน่นอนของดินฟ้าอากาศ ทำราคาอาหารทั่วโลกสูงขึ้น
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกของเราเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในยุคสมัยของมนุษย์
อุณหภูมิแปรปรวนอย่างรุนแรง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล เกิดคลื่นความร้อนที่ยาวนานผิดธรรมชาติ
และจากสภาพอากาศเช่นนั้น ได้ก่อตัวเป็นภัยเงียบ แทรกตัวอยู่ในสิ่งใกล้ตัวที่เราขาดไม่ได้
นั่นคือ ‘อาหาร’
นักวิจัยจากหลายสถาบันทั่วโลก ร่วมกันจัดทำข้อมูล เปิดโปงความจริงที่ไม่น่าพิศมัย ความร้อนจัด ความแล้งหนัก และพายุฝนที่แปลกประหลาด มันกำลังกัดกินจานข้าวของเราอย่างคาดไม่ถึง
ราคาผักในรัฐแคลิฟอร์เนียและแอริโซนาในสหรัฐอเมริกาพุ่งขึ้นเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ หลังฤดูร้อนที่แห้งแล้ง
กะหล่ำปลี ในซูเปอร์มาร์เก็ตโซลมีราคาเพิ่มขึ้น 70 เปอร์เซ็นต์ หลังคลื่นความร้อนที่ยาวนานในเอเชียตะวันออก
ราคาน้ำมันมะกอกพุ่งสูงขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ในยุโรป หลังจากเกิดภัยแล้งยาวนานในอิตาลีและสเปน ต่อเนื่องสองปีติดกัน
ภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งที่เม็กซิโกเผชิญในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาผลไม้และผักเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์
ราคาข้าวในญี่ปุ่นก็พุ่งเกิน 48 เปอร์เซ็นต์ เพราะคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดของภูมิภาคเกิดขึ้นในปี 2024
และสินค้าที่เราคิดว่าเป็นของว่างธรรมดาอย่าง โกโก้ เมื่อสภาพอากาศในกานาและไอวอรีโคสต์ร้อนผิดปกติ ราคาของมันก็ทะยานสูงกว่าเดิมถึงเกือบสามเท่า
ราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศ อาจนำไปสู่ผลกระทบทางสังคมที่ต่อเนื่องกันหลายด้าน ทั้งด้านโภชนาการ เศรษฐกิจ และการเมือง เนื่องจากผู้คนต้องดิ้นรนมากขึ้นในการจ่ายค่าอาหาร
ในด้านโภชนาการ เพราะอาหารเพื่อสุขภาพมักมีราคาสูงกว่าอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
ดังนั้น หากราคาอาหารพุ่งสูงขึ้น ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยต้องลดการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น ผลไม้และผักลง
หรือในด้านสังคม เมื่อราคาอาหารสูงขึ้น จนรัฐบาลไม่สามารถควบคุมหรือจัดการให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีเข้าถึงอาหารราคาถูกได้ เหตุการณ์มักนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงทางสังคม
ทิม เบนตัน ศาสตราจารย์ด้านนิเวศวิทยาประชากรแห่งมหาวิทยาลัยลีดส์ อภิปรายในประเด็นนี้ไว้ว่า
“เมื่อมองไปข้างหน้า เรากำลังเผชิญกับโลกที่ความผันผวนกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดวิกฤตค่าครองชีพถาวร”
“ยิ่งเราปล่อยปละละเลยการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเร่งด่วนมากเท่าไหร่ ผลกระทบต่อพวกเราทุกคนก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น”
เรื่องราวที่กล่าวไปมาจากงานวิจัยฉบับล่าสุดเรื่อง Climate extremes, food price spikes, and their wider societal risks
แต่นอกเหนือจากงานวิจัยดังกล่าว ยังมีเรื่องราวทำนองเดียวกันในการศึกษาอื่นๆ
ตัวอย่างเช่น มีการวิเคราะห์ว่า ‘กล้วย’ ก็อยู่ในรายชื่อพืชที่มีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
เพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงและความชื้นที่สูงขึ้นเอื้อให้โรคและศัตรูพืชแพร่ระบาดง่ายกว่าเดิม
ซึ่งแน่นอนว่าจะสะเทือนถึงปริมาณผลผลิตและอาจสะท้อนออกมาในราคาขายปลีกในอนาคต
รัฐบาลต่างๆ ทั่วโลกเคยตกลงกันภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC)
โดยรับปากในคำมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2019 ถึงปี 2030
อย่างไรก็ตาม ความมุ่งมั่นเหล่านี้ยังห่างไกลจากปริมาณการลดที่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าจำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของข้อตกลงปารีส
เพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส
โอกาสสำเร็จกำลังเหลือน้อย พอๆ กับเงินในกระเป๋า
ศึกษาเรื่องนี้จากงานวิจัยต้นฉบับได้ที่ Climate extremes, food price spikes, and their wider societal risks
https://iopscience.iop.org/article/10.1088/1748-9326/ade45f#erlade45ff1
อ่านเรื่องกล้วยแพงเพราะโลกร้อนที่
https://time.com/7310462/banana-supply-climate-change/
ข่าวรอบโลก
เรื่องเล่า
เศรษฐกิจ
บันทึก
1
2
1
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย