25 ก.พ. เวลา 23:38 • การศึกษา
ขอแยกเป็นสองประเด็นนะคะ
1) ความสามารถที่จะทำงานได้
2) ใบปริญญา
  • ความสามารถที่จะทำงานได้ — ไม่ว่าจะมีใบปริญญาหรือไม่ก็ตาม ยุคนี้ต้องมี 3 สกิลนี้เป็นขั้นต่ำ
Global Communication: ต้องสื่อสารได้มากกว่าภ.ไทย ในยุคนี้ภ.อังกฤษสำคัญสุดๆ กล้าพูด กล้าสื่อสารกับคนต่างชาติ ต้องสื่อสารรู้เรื่อง เราไม่ได้แข่งแค่กับคนในประเทศ แต่เราแข่งกับคนทั้งโลก ไม่จำเป็นต้องเก่งเท่าเจ้าของภาษา แต่ต้องกล้าพูด กล้าเสนอไอเดีย กล้าตั้งคำถาม แค่นี้ก็ได้เปรียบคนที่เงียบและไม่กล้าสื่อสาร รวมถึงการทำงานทางไกล work from everywhere ออนไลน์ ทำงานข้ามวัฒนธรรม ต่างๆเหล่านี้คือทักษะพื้นฐานของตลาดแรงงานยุคใหม่
AI-Literacy: เอไอไม่ได้มาแย่งงานคน แต่เอไอแย่งงานคนที่ใช้เอไอไม่เป็น เด็กจบใหม่ใช้เอไอในการวางแผนงาน คิดไอเดีย สรุปข้อมูล จะทำงานได้เร็วขึ้น สร้างผลงานได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ใช้เอไอในเวลาเท่ากัน บ.ไม่ได้ต้องการคนที่จำเก่ง แต่เขาจะจ้างคนที่ใช้เครื่องมือได้เก่ง
Work-Ready Mindset: ต้องรับแรงกดดันได้ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็น เรียนรู้หน้างาน มีไหวพริบ เพราะฉนั้นคนที่ผ่านการฝึกงาน ทำโพรเจ็ค ทำกิจกรรม ทำงานพิเศษระหว่างเรียน จะเข้าใจระบบงานได้เร็วกว่า จะเข้าใจคำว่าการทำงานเป็นทีมได้ดีกว่าคนที่เรียนอย่างเดียว
  • ใบปริญญา — ขอยกคำกล่าว&บทสัมฯของ 3 บุคคลนี้ มาให้อ่านเล่นๆค่ะ Jack Ma | Bill Gates | Steve Jobs
JM บอกว่าใบปริญญาเป็นเพียงแค่ใบเสร็จรับเงิน แต่ลูกชายฮีเรียนเบิร์คลีย์นะจ๊ะ แหม่!!
อีกฟากหนึ่ง..
4 ความจริงที่คนเรียนไม่จบมหา’ลัย
ไม่ได้กลับมาเล่าให้คุณฟัง
https://www.blockdit.com/posts/5cbf13fa7693c321a8d72081
1️⃣ Jobs และ Gates ไม่ได้รวยเพราะเรียนไม่จบ
บางคนเชื่อแบบนั้นจริงๆหรือไม่ก็ถูกหลอกด้วยการใช้ Logic ที่ผิด ทุกคนรู้ว่า Bill Gates ก็เรียนไม่จบ แต่ไม่ค่อยทราบกันว่า Gates สอบติด Harvard ด้วยตัวเองและ Gates ก็สอบผ่านปี 1 ด้วยเกรดสูงมาก โดยที่ไม่ได้เข้า Class เลย ก่อนจะเริ่มสร้าง Computer และก่อตั้งก้าวแรกของ Microsoft ตอนเรียนปี 2
Bill Gates เก่งในระดับที่ “เรียนจบตั้งแต่เข้ามหา’ลัย” จะได้ใบปริญญาหรือไม่ มันเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก
2️⃣ ผมเคยถูกปฏิเสธงานเพราะไม่มีวุฒิ/ใบปริญญา
หลายปีก่อน มีผู้ใหญ่ในบริษัทฝรั่งระดับ Top Ten เคยชวนผมไปสมัครงาน โดยที่เขาไม่ทราบว่าผมเรียนไม่จบ ก็ส่ง Resume ไปแต่ก็ถูกตัดทิ้งในรอบสุดท้ายด้วย 2 เหตุผล คือ แผนก HR กลัวว่าคนที่ไม่มีวุฒิกระทั่งปริญญาตรี จะคุมงานเด็กที่จบโทไม่ได้
และอีกเหตุผลหนึ่งซึ่งผมชอบมาก (แม้มันจะทำให้ไม่ได้งานนั้นก็ตาม) คือ “คุณอาจเป็นคนเก่งก็จริง แต่ทุกคนที่มาสมัครงานที่บริษัทก็เก่งเท่าๆกับคุณ โดยที่พวกเขามีใบปริญญาติดมาด้วย” มาทราบทีหลังว่า การมีใบปริญญา มันสะดวกทั้งเวลาเลื่อนตำแหน่ง/ขึ้นเงินเดือน และคนที่จะรับผมเข้าทำงาน โดยไม่มีวุฒิก็ต้องรับความเสี่ยงต่อการถูกระดับบริหารถามว่าทำไมเลือกคนนี้?
3️⃣ และผมก็เคยคัดคนมาสัมภาษณ์ แน่นอนว่าผมดูที่ใบปริญญาก่อน
มีอยู่ที่ที่ผมไปช่วย Consult ด้าน Online Marketing ให้ Brand ใหญ่และสุดท้ายต้องหาใครสักคนมาทำงานแทนในฐานะพนักงานประจำ จึงต้องช่วยทางบริษัทนั้นคัด Resume มาอ่านเพื่อเลือกคนมาสัมภาษณ์ และผมก็ดูทั้งชื่อมหา’ลัย/เกรด/กิจกรรมที่ทำสมัยเรียน
เหตุผลเหมือนข้อ 2 เกรดในมหา’ลัยอาจบอกได้ว่าคุณชอบเรียนวิชาอะไร / ทำไมถึงเข้าเรียนคณะนี้ / มีความรับผิดชอบแค่ไหน คนที่ไม่มีใบปริญญาก็อาจจะถูกเรียกมาสัมภาษณ์ก็ได้ แต่ต้อง “เหนือกว่าผู้สมัครทุกคน แบบทิ้งห่างจริงๆซึ่ง Gates และ Jobs ทำได้ … แต่จะมีสักกี่คนบนโลกที่ทำได้แบบ 2 คนนี้
4️⃣ ความขี้เกียจเป็นอภิสิทธิ์ของ Genius
ทุกวันนี้ผมไม่เข้าร้านหนังสือไทย เพราะในนั้นเต็มไปด้วย “How To รวยด้วยหุ้นใน 3 นาที” หรือไม่ก็ “นอนทั้งวันก็รวยได้ด้วย Passive Income” ซึ่งก็มั่นใจได้ว่า 8 ใน 10 เล่มจะต้องเริ่มต้นคำนำด้วยประโยคว่า “Steve Jobs กับ Bill Gates ก็เรียนไม่จบ” ย้อนกลับไปอ่านข้อ 1 อีกที เดี๋ยวนี้ผมเจอเยอะมาก คนสมัยใหม่ที่ “โง่” ไม่พอ แต่ยังเลือก “ขี้เกียจ” เพิ่มเข้าไป ด้วยข้ออ้างว่า “Steve Jobs กับ Bill Gates ก็เรียนไม่จบ”
โลกไม่เคยบอกหรอกครับ ในบรรดาคนที่ลาออกจากมหา’ลัย 10 ล้านคน มีชีวิตอย่างไรกันบ้าง
โฆษณา