26 ก.พ. เวลา 14:29 • ประวัติศาสตร์

โศกนาฏกรรมช่องเขาเดียตลอฟ: ปริศนา 9 ศพกลางพายุหิมะ

เหตุการณ์ที่โลกจดจำในชื่อ
Dyatlov Pass incident
ไม่ใช่เพียงเพราะการเสียชีวิตของนักปีนเขา 9 คน
แต่เพราะ “สภาพศพ” ที่ถูกพบ
มันผิดปกติ… และชวนสะพรึงเกินกว่าจะลืม
การค้นพบครั้งแรก
หลังจากคณะนักปีนเขาขาดการติดต่อหลายสัปดาห์
ทีมค้นหาจึงออกตามหา
พวกเขาพบเต็นท์ถูกกรีดจากด้านใน
ของใช้ยังอยู่ครบ
แต่เจ้าของกลับหายไปในคืนอุณหภูมิติดลบกว่า -30°C
รอยเท้าเปล่า
รอยเท้าถุงเท้า
ทอดยาวลงสู่ป่า
ไม่มีร่องรอยการต่อสู้
ไม่มีเลือดกระจาย
มีเพียงความเงียบงันของหิมะ
ศพสองรายใต้ต้นสน
ศพแรกที่พบ
อยู่ใต้ต้นสนใหญ่
ทั้งสองสวมเพียงชุดชั้นใน
เท้าเปล่า
ผิวหนังบริเวณมือมีรอยไหม้จากความร้อน
สันนิษฐานว่าพยายามก่อกองไฟ
นิ้วมือบางนิ้ว
มีร่องรอยถลอกลึก
คล้ายการปีนต้นไม้ด้วยความสิ้นหวัง
สภาพร่างกายแสดงชัดเจนถึง
ภาวะอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ (hypothermia)
ร่างของหัวหน้าทีม
ไม่ไกลจากจุดนั้น
พบร่างของ
Igor Dyatlov
เขานอนหงาย
มือกำแน่น
ใบหน้าหันไปทางเต็นท์
ราวกับกำลังพยายามกลับไป
ไม่มีบาดแผลรุนแรงภายนอก
แต่ผิวหนังซีดคล้ำ
และมีคราบน้ำแข็งเกาะทั่วเสื้อผ้า
อีกสองร่างที่พบใกล้กัน
มีลักษณะคล้ายกัน
เสียชีวิตจากความหนาวจัด
สี่ร่างสุดท้ายในหุบลึก
สองเดือนหลังจากนั้น
เมื่อหิมะเริ่มละลาย
จึงพบอีกสี่ร่างในหุบลึกใต้ชั้นหิมะหนา
และนี่คือจุดที่เรื่องราวเริ่มน่ากลัว
หนึ่งในผู้เสียชีวิต
มีซี่โครงหักหลายซี่
แรงกระแทกรุนแรงระดับที่ปกติควรเกิดจากอุบัติเหตุรถยนต์
แต่ภายนอกแทบไม่มีรอยฟกช้ำ
อีกคน
กะโหลกศีรษะร้าว
แต่หนังศีรษะยังสมบูรณ์
ผู้หญิงหนึ่งในกลุ่ม
ใบหน้าได้รับความเสียหายรุนแรง
ลิ้นหายไป
ลูกตาขาดหาย
และเนื้อเยื่อบริเวณริมฝีปากถูกกัดกร่อน
อย่างไรก็ตาม
ผู้เชี่ยวชาญภายหลังอธิบายว่า
สภาพดังกล่าวอาจเกิดจาก
การย่อยสลายตามธรรมชาติ
สัตว์ขนาดเล็ก
และการไหลของน้ำใต้หิมะเป็นเวลานาน
รายละเอียดที่ทำให้สังคมสั่นสะเทือน
• เสื้อผ้าบางชิ้นตรวจพบสารกัมมันตรังสีระดับสูงกว่าปกติ
• ผิวหนังบางส่วนมีสีออกน้ำตาลส้มผิดธรรมชาติ (อาจจากการถูกแสงแดดและการแช่แข็งนาน)
• บางรายสวมเสื้อผ้าของเพื่อนร่วมทีมที่เสียชีวิตไปก่อนหน้า แสดงถึงพฤติกรรม “paradoxical undressing” และการเอาตัวรอดขั้นสุดท้าย
ที่สำคัญ
ไม่มีหลักฐานการต่อสู้กับบุคคลอื่น
ไม่มีรอยอาวุธ
ไม่มีร่องรอยสัตว์นักล่าโจมตี
บทสรุปที่ยังไม่สมบูรณ์
ผลชันสูตรดั้งเดิมระบุว่า
สาเหตุการเสียชีวิตคือ
“พลังธรรมชาติที่ไม่อาจต้านทานได้”
หลายสิบปีต่อมา
การสอบสวนใหม่สรุปว่า
หิมะถล่มขนาดเล็ก
ประกอบกับสภาพอากาศรุนแรง
อาจทำให้พวกเขาตื่นตระหนก
กรีดเต็นท์หนี
ก่อนจะเสียชีวิตจากความหนาว
แต่คำถามยังคงอยู่
แรงกระแทกมหาศาลนั้นมาจากอะไร?
เหตุใดต้องออกจากเต็นท์โดยไม่แต่งกายให้ครบ?
และเหตุใดเสื้อผ้าบางชิ้นจึงมีรังสี?
บางทีคำตอบอาจง่ายกว่าที่คิด
หรือบางที
มันอาจซับซ้อนเกินกว่าจะคลี่คลาย
ท่ามกลางพายุหิมะในคืนนั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นจริง
อาจเหลือเพียงความทรงจำของทั้ง 9 คน
ที่ถูกฝังไว้ใต้หิมะแห่งเทือกเขาอูราลตลอดกาล
โฆษณา