27 ก.พ. เวลา 17:42 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ผมมีโอกาส ได้มา CV ของ ThaiVI และเป็นคนจดสรุปในครั้งนี้ด้วยครับ
1
สามารถติดตามอ่านได้ที่เว็บบอร์ด ในเร็ว ๆ นี้ครับ
อันนี้คือตัวอย่างคำถามครับ
Q4: ในระยะยาว 5 - 10 ปี หากบริษัทมีกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) มากขึ้น มีโอกาสที่ผู้บริหารจะนำเงินไปลงทุนถือหุ้นในกิจการดี ๆ ทั่วโลก คล้ายโมเดลของ Charlie Munger กับ Daily Journal หรือไม่?
A4: มีโอกาส แต่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและผ่านความเห็นชอบจากบอร์ดบริหาร
คิดถึงเรื่องการนำเงินไปลงทุนอยู่ตลอดเวลา และปัจจุบันบริษัทก็มีการนำสภาพคล่องส่วนหนึ่งไปลงทุนในตราสารทุน
อย่างไรก็ตาม การนำกระแสเงินสดไปลงทุนในอนาคตจะมีแนวทางและเงื่อนไขดังนี้
- เน้นลงทุนในกิจการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทก่อน เพื่อป้องกันการถูกผู้ถือหุ้นมองว่านำเงินไปลงทุนอย่างสะเปะสะปะ หรือไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก
- บริหารเงินทุนอย่างสมดุลและไม่ลงทุนแบบสุดโต่ง โดยจะพิจารณาการจัดสรรกระแสเงินสดร่วมกับทางเลือกอื่น ๆ ด้วย เช่น การสำรองเงินสดไว้ใช้ยามฉุกเฉิน การจ่ายเงินปันผล หรือแม้แต่นำกำไรไปซื้อหุ้นคืน
โดยการ CV รอบนี้ นับดูแล้ว มีทั้งหมด 34 คำถามครับ ถ้าอยากอ่านตัวเต็ม รอที่เว็บบอร์ดนะครับ ให้สมาคม Official ครับ
คำถามที่ผมยกมาให้ดูนี้ เป็นคำถามที่มันติดอยู่ในใจผมมาสักพักครับ
เพราะผมได้เห็นผู้บริหารที่มีฝืมือการทำธุรกิจอยู่บ้าง ในตลาดหุ้นไทย
แต่คนที่เป็นสุดยอด Capital Allocator ยอดฝีมือที่ผมชื่นชม ผมเห็นแค่เพียงหยิบมือเดียว
แต่สำหรับบริษัทอย่าง LTMH ผมเชื่อมั่นในความเป็น สุดยอด Capital Allocator ครับ
นักลงทุนที่ผมชื่นชมจากใจจริงในไทย มีน้อยเหลือเกินครับ หนึ่งในไม่กี่คนนั้น คือ CEO ของบริษัทนี้
ผมขอเล่าแบบนี้ ผมรู้จักตัวเองดี ผมเนี่ย มันเหมือนกับโจโฉมาก
ผมมีความโรคจิตอยู่อย่างหนึ่ง คือผมชื่นชอบคนเก่งมาก ๆ ครับ และคนเก่งในสายตาผม มันคือคนที่ผ่านมาตรฐานที่ตั้งไว้สูงมาก ๆ แล้ว ผมจึงจะยอมรับด้วยใจ
โจโฉ คือคนที่ชื่นชมปราชญ์ผู้มีความรู้ความสามารถมาก ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร ขอเพียงแค่ มีสติปัญญาเป็นที่เลื่องลือ โจโฉก็อยากจะรู้จัก อยากสนทนาด้วยแล้ว
เพราะการได้สนทนากับคนที่มีสติปัญญาระดับสูง มันทำให้คนแบบพวกผมรู้สึกดี 555
ผมเลยเป็นคนที่ พอได้มองเห็นบรรดายอดปราชญ์ในประเทศไทย ซึ่งไม่ว่าพวกเขาเหล่านั้น จะเลือกข้างอยู่ฝั่งการเมืองฝ่ายใดก็ตาม
ผมกลับรู้สึกชื่นชอบพวกเขาเป็นอย่างมาก แม้ว่าพวกเขาหลายคน จะทำงานรับใช้ฝั่งเผด็จการ ที่คนในประเทศส่วนใหญ่ อาจจะไม่ชอบ ก็ตาม
คือผมเป็นคนบ้าคลั่ง และชื่นชมคนเก่งมากน่ะครับ
CEO ของบริษัทนี้ เป็นอีกคนที่ทำให้ผมรู้สึกแบบนั้นครับ
และผมก็อยากจะเห็นมีสักบริษัทในประเทศไทย ที่เป็นแบบอย่างในการทำ Capital Allocation แบบฉลาด ๆ
ผมอยากเห็น แบบที่ Mark Leonard, Prem Watsa, Warren Buffett ทำได้ จากการนำกระแสเงินสดอันเหลือเฟือของบริษัท ไปลงทุน แล้วทำผลตอบแทนกลับมาได้คุ้มค่า
กรณีของ LTMH ผมเชื่อว่า ในระยะยาว บริษัทนี้มีโอกาสจะกลายเป็น The Cash Compounder ได้ดีมาก
เพราะด้วยธรรมชาติของบริษัทนี้ ไม่ต้องใช้ Capital Expenditure เยอะ (กรณีไม่ได้อยากจะขยายธุรกิจไปทำนู่นทำนี่เพิ่มนะ)
คือบริษัทสามารถเลือกได้ว่าจะรักษาขนาดให้ Lean ต่อไปหรือไม่
หากตัวธุรกิจที่เป็น Growth Driver ตัวใหม่ จุดติดจริง ๆ มันจะเป็น Cash Compounder จริง ๆ ครับ
ผมมองไว้ 5 - 10 ปีข้างหน้า
ภาพที่ผมมองคือ ในตอนนั้น บริษัทจะสร้าง FCF ออกมาได้เยอะมาก จนมีตัวเลือกในการใช้เงินอยู่เยอะแยะ
หากบริษัทจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น และผู้ถือหุ้นมีความคิดอยากจะนำเงินนี้ ไปลงทุนให้สร้างผลตอบแทนกลับคืนมา ได้ในอัตราที่สูงพอ
ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ครับ
ผมว่ามันคงจะดีต่อผู้ถือหุ้นมากกว่าครับ ที่บริษัทจะทำหน้าที่ช่วยนักลงทุน ด้วยการผันตัวเป็นนักลงทุนเสียเองเลย แล้วสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า จากเงินทุนที่มีอยู่ ให้กับเหล่าผู้ถือหุ้นครับ
หากทำแบบนั้นได้จริง ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินปันผล ให้ผู้ถือหุ้น เอาเงินไปลงทุนเอง แต่อย่างใด เพราะบริษัททำได้ดีมากอยู่แล้ว
ตรงนี้เอง ผมเริ่มคิดถึงแนวคิด การเป็น The Great Capital Allocator แล้ว
มันคงจะเท่ไม่น้อยเลย ถ้าวันนึง LTMH ที่ธุรกิจหลักอยู่ตัวแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ลงทุนหนัก ๆ ในการขยายธุรกิจภายในอีกต่อไป
สถานภาพในตอนนั้น สามารถสร้าง FCF ได้มหาศาล มีเงินสดเหลือเยอะพอ
ก็นำ FCF เหล่านี้ ไปลงทุนเป็นพอร์ตของบริษัท แบบระยะยาว ด้วยการถือหุ้นระดับเทพ ที่มีอยู่ทั่วโลก
ทำผลตอบแทนจากการลงทุนนี้ ได้ในอัตราที่สูงกว่า 15% ต่อปี หรือถึง 20% ต่อปีได้ ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่
และในทุก ๆ ปี ก็จะวนวงจรแห่งความรุ่งเรืองเหล่านี้ ต่อไปเรื่อย ๆ
อ่อ ในช่วงที่หุ้นในตลาดแพงเกินไป แต่หุ้น LTMH ถูกเกินไป ก็อาจจะซื้อหุ้นคืนแบบหนัก ๆ เพื่อเพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ก็ได้ครับ
แค่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ได้ มันก็สนุกแล้วครับ
อาจจะสงสัยว่า ทำไมผมถึงพูดมาแบบนี้ ?
เพราะมันคือสิ่งที่ผมอยากทำมากครับ ผมอินกระบวนการแบบนี้มาก แต่ผมแค่ยังไม่มีบริษัทแบบของผมเองให้ทำตามที่คิดไว้
แต่ LTMH สำหรับผม มันคือภาพที่ผมเห็นจากการอ่านหนังสือ The Outsiders มีโอกาสเป็นไปได้จริง ๆ ในไทยครับ
มี CEO ที่คิดไม่ค่อยเหมือนคนอื่น จัดสรรเงินทุนเก่งมาก และคอยสร้างผลตอบแทนทบต้นให้บริษัท เติบโตได้แบบเงียบ ๆ ครับ
ผมขอกาวประมาณนี้ก่อน ผมง่วงแล้วครับ
ปล อย่าไปเชื่อผมทั้งหมดนะครับ เพราะไอ้ Story แบบนี้ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมครับ มันแค่เป็นฉากทัศน์หนึ่ง ที่ผมอยากเห็นครับ
โฆษณา