Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ธรรมะ คือ คุณากรณ์
•
ติดตาม
28 ก.พ. เวลา 12:35 • ปรัชญา
watthakhanun
คราวนี้ในส่วนที่ไปตามวัดต่าง ๆ นั้น วัดที่ต้องบอกว่าสร้างได้ยิ่งใหญ่และประทับใจที่สุด ก็คือวัดหลวงพ่อโตไวโรจนะ (วัดเอจิเซ็น) จังหวัดฟุกูอิ เฉพาะต้นเสาอย่างเดียวที่เป็นไม้น่าจะโตถึง ๓ โอบ..! สมัยก่อนกระผม/อาตมภาพก็ยังสงสัยอยู่ว่าเขาหาเสาไม้ใหญ่ ๆ อย่างนั้นได้อย่างไร ? แต่ว่ามาระยะหลัง ๆ ไปเจอป่าสนอายุหลายร้อยถึงพันปีของเขา ทำให้เข้าใจว่ายังสามารถที่จะหาไม้ได้ แต่ก็คงต้องขออนุญาต
ทางการกัน กว่าจะตัดได้น่าจะลำบากอยู่ทีเดียว..!
ที่วัดเอจิเซ็นนั้น นอกจากหลวงพ่อพระไวโรจนะ ยังมีพระอัครสาวกและพระโพธิสัตว์อีก แล้วส่วนที่ด้านข้างผนังมหาวิหาร ก็ยังมีรูปพระพุทธเจ้าหรือว่าพระโพธิสัตว์ หน้าตักประมาณ ๓๐ นิ้วเรียงรายไปยันหลังคา ไม่ถึง ๑ พันองค์ ก็น่าจะ ๘๐๐ - ๙๐๐ องค์..!
นอกจากในเรื่องของวัดแล้ว ในส่วนที่ประทับใจก็คือพิพิธภัณฑ์เมืองทากายามะ หรือถ้าเป็นชื่อโบราณก็คือเมืองฮิดะ เพราะว่าเขาย่อส่วนพระตำหนักของโชกุนโทกุกาวะ อิเอยาสุ ที่เมืองนิกโกะ มาประมาณ ๑:๓๐ สามารถที่จะสร้างใหม่ตามนั้นได้เลย แล้วก็เพิ่งไปรู้ความเกี่ยวเนื่องกัน ก็คือบรรดาช่างที่ไปสร้างพระตำหนักให้โชกุนนั้น เป็นคนของเมืองทากายามะนี่เอง
ตอนที่ไปดูพระตำหนักของจริง ไม่เห็นความยิ่งใหญ่ชัดเจน เนื่องเพราะว่าอาคารแต่ละหลังใหญ่โต ทำให้เก็บรายละเอียดได้ไม่หมด แต่พอไปดูที่ย่อส่วน เห็นรายละเอียดได้หมด ถึงได้เห็นความยิ่งใหญ่ของเขา และที่น่าอนุโมทนาที่สุดก็คือ การยกสถานที่ให้เป็นวัดและศาลเจ้าในปัจจุบัน ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ทำให้มีการบริหาร
จัดการและดูแลกันมาโดยต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อได้รับการยกขึ้นเป็นมรดกโลก
แต่ว่าในส่วนของหมู่บ้านหิมะที่ตั้งใจไป คราวที่แล้วท่านทั้งหลายก็เห็นว่า กระผม/อาตมภาพตั้งใจจะไปดูดอกซากุระบาน ไปเจอแต่กิ่งกับตาตูม ๆ เท่านั้น..! ทั้ง ๆ ที่ได้เวลาบานแล้ว มาครั้งนี้ไม่ได้ตั้งใจไป ปรากฏว่าเดินกันขาลาก เนื่องเพราะว่าซากุระบานสะพรั่งยาวเป็นกิโลเมตรเลย ปีนี้ตั้งใจที่จะไปหมู่บ้านหิมะชิราคาวาโกะ ดันฝน
ตกหนัก นอกจากหิมะจะไม่มีแล้ว ยังไปละลายของเก่าลงมาอีกต่างหาก..!
คราวนี้ส่วนหนึ่งที่สถานที่ของญี่ปุ่นเขาเหมือนกันหมดก็คือความสะอาด ที่กระผม/อาตมภาพเคยย้ำเสมอว่าเป็นหน้าเป็นตาของวัด ดังนั้น..พวกเราอย่าได้ทิ้งเรื่องของความสะอาดอย่างเด็ดขาด เพราะวัดท่าขนุนของเราต้นไม้เยอะ จำเป็นก็จะต้องทำการกวาดทำความสะอาดนอกเวลา ไม่ใช่ไปรอจนได้เวลาถึงจะมาทำกัน
อีกส่วนหนึ่งที่มองเห็นในครั้งนี้ ก็คือความเอาจริงเอาจังของคนญี่ปุ่น และความเป็นสังคมผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ก็มีแต่คุณลุง คุณป้า คุณตา คุณยาย ออกมาทำงานกันทั้งนั้น แล้วแต่ละคนก็ทุ่มเทอย่างสุด ๆ ถึงขนาดกระผม/อาตมภาพบ่นกับคณะที่ไปด้วยกันว่า "อยากจะให้รางวัล แต่ไม่สามารถจะทำได้" เนื่องเพราะว่าการให้ "ทิป" สำหรับคนญี่ปุ่นนั้นถือว่าเป็นการดูถูก ทุกคนทุ่มเทกับการทำงานอยู่แล้ว เขาตั้งใจทำหน้าที่ของเขาให้ดีที่สุด ไม่ใช่ตั้งใจทำหน้าที่เพื่อรอรับรางวัลจากเรา
เพียงแต่ว่าส่วนที่น่าสงสาร กลับกลายเป็นในส่วนที่เรามองไม่เห็น ก็คือบรรดาเจ้าที่เจ้าทางต่าง ๆ คนญี่ปุ่นทำบุญมากก็จริง แต่อุทิศส่วนกุศลไม่เป็น ในเมื่อเป็นเช่นนั้น บางที่เทวดาเขาทำตัวให้ดู ผอมกะหร่องมาเชียว..! ประมาณว่าแทบจะไม่ได้รับอะไร
จากญาติโยมของเขาเลย ลักษณะอย่างนั้น ถ้าไม่ใช่ญาติไม่ใช่โยม ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันมาก่อน หรือว่าไม่บอกไม่กล่าว เขาก็ไม่สามารถที่จะอนุโมทนาบุญที่เห็นตำตาตัวเองได้ แล้วคนญี่ปุ่นเวลาทำบุญก็นิยมหยอดเหรียญ ส่วนใหญ่ก็เป็นเหรียญ ๑๐๐ เยน กระผม/อาตมภาพใส่ธนบัตรใบละ ๑,๐๐๐ เยน กลายเป็นว่าผิดระเบียบ
เขา ก็คือหยอดตู้แล้วไม่ดัง เป็นอะไรที่ดูแล้วตลกดีเหมือนกัน..!
เพียงแต่ว่าญี่ปุ่นเริ่มใช้ระบบอัตโนมัติต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ แม้กระทั่งการเข้าออกประเทศ ก็เป็นการสแกนพาสปอร์ตอัตโนมัติ แล้วเป็นประเทศแรกที่สแกนพาสปอร์ตของกระผม/อาตมภาพแล้วไม่มีปัญหา ส่วนใหญ่ไปที่อื่นสแกนแล้วมีปัญหา เพราะว่าสมณศักดิ์ของพระ นอกจากจะยาวมากแล้ว ยังไม่มีเว้นวรรคนามสกุลอีก แต่ระบบของญี่ปุ่นไม่มีปัญหาผ่านได้สบาย เมื่อไรประเทศอื่นจะทำได้อย่างนั้นก็ไม่รู้ ?
อีกส่วนหนึ่งที่มองเห็นก็คือถ้าเป็นหน้าหนาวแล้ว ประเทศญี่ปุ่นหาของกินค่อนข้างยาก โดยเฉพาะพวกผักผลไม้ พวกเราที่ไปซื้อกันก็เลยกลายเป็นซื้อของแพง แล้วซื้อมากระผม/อาตมภาพก็ฉันไม่ได้ เนื่องเพราะว่าตอนช่วงเช้าเขามักจะเอามาถวาย แล้วอากาศตอนนั้นติดลบ ผลไม้ที่เอามาถวายเย็นขนาดไหนก็นึกเอาเอง ขืนฉันเข้าไปก็ไข้จับตายพอดี..! ที่สามารถรอดจากการเจ็บไข้ได้ป่วยมา นอกจากทำตามสิ่งที่มองไม่เห็นท่านบอกแล้ว อีกอย่างหนึ่งก็คือระวังตัวเองด้วย ในเมื่อรู้ว่าฉันเข้าไปแล้วจะเป็นไข้ ก็ต้องหลีกเลี่ยง..!
แต่ที่ชอบใจก็คือร้านอาหารทุกแห่งมีน้ำชาร้อนให้เติมได้ไม่อั้น ปกติครั้งก่อน ๆ ที่ไปต้องไปหยอดตู้ซื้อน้ำชาเขา ขวดหนึ่ง ๑๓๐ เยน มาปีนี้เป็นขวดละ ๑๔๐ เยน แต่ไปครั้งนี้แทบไม่ต้องเสียเงินซื้อเลย เพราะว่าเติมเอาจากร้านอาหารได้ แล้วร้านอาหารของเขาส่วนใหญ่ก็อยู่ตามจุดพักรถ บ้านเรามีห้องน้ำอยู่ตามปั๊มน้ำมัน แต่ที่ญี่ปุ่นอยู่
ในจุดพักรถ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกอยู่ที่เดียวกันหมด แต่ส่วนใหญ่เป็นของกระจุกกระจิกที่มีชื่อเสียงของบ้านเขาตรงนั้น อย่างถ้ามาทองผาภูมิ ของเราก็ต้องมาซื้อของที่ระลึกรูปปูราชินี ของเขาเองก็มีของที่ระลึกตามสถานที่ แต่ละอย่างจึงมองแล้วไม่ซ้ำกัน
ในเมื่อเห็นเขาทำอย่างนั้น ก็มานึกถึงชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ลองไปคิดทำหมอนรูปขนุนออกมาดูบ้างก็จะดี คราวก่อนให้คิดทำเรื่องของปูราชินี คราวนี้ควรที่จะเพิ่มรูปขนุนขึ้นมาบ้าง ถ้าไม่สามารถจะทำเป็นชิ้นใหญ่ เพราะว่าอาจจะราคาสูง ให้ทำเป็นพวงกุญแจเล็ก ๆ ก็ได้
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย