1 มี.ค. เวลา 06:24 • กีฬา

🔴 Amorim’s Side: เมื่อความยึดมั่นในปรัชญา สวนทางกับโครงสร้างใหม่ของปีศาจแดง

วันนี้ผมขอพูดถึง รูเบน อโมริม หน่อยครับ แน่นอนว่าทีมกำลังเล่นดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาในตอนนี้ภายใต้ยุคของ ไมเคิล คาร์ริค แต่ในใจลึกๆ ผมก็นึกถึงอโมริมขึ้นมา (ใช้คำว่านึกถึงนะครับ ไม่ใช่คิดถึง) ผมเลยอยากมาแชร์มุมมองของผมต่ออโมริม โดยรวบรวมข้อมูลต่างๆ ว่าสถานการณ์ของเขาเคยเป็นอย่างไร เขาเคยทำอะไรทิ้งไว้บ้าง และสิ่งที่เขาทำมีผลต่อทีมในตอนนี้และอนาคตอย่างไร
🤔 Manager หรือ Head Coach? ฟางเส้นสุดท้ายที่นำไปสู่การโดนปลด
ปัญหาหลักไม่ใช่แค่เรื่องผลการแข่งขัน แต่มันคือ "กำแพงกั้นอำนาจ" หรือเปล่า? ตั้งแต่วันแรกที่เซ็นสัญญา บอร์ดบริหาร (INEOS) ระบุชัดเจนว่าเขาคือ "Head Coach" ซึ่งหน้าที่คือคุมซ้อม วางแท็กติก จัดการเรื่องในห้องแต่งตัวและในสนาม แต่อโมริมเวอร์ชัน สปอร์ติง ลิสบอน เขาคว้าแชมป์มาด้วยการทำทีมแบบ "Manager" ที่ตัดสินใจเบ็ดเสร็จ มีอำนาจเต็มที่ในเกือบทุกด้านเพื่อสร้างทีมจนประสบความสำเร็จ
แต่ที่แมนฯ ยูไนเต็ด การเป็น Head Coach กลับดูเหมือนจะโดนแทรกแซงมาเรื่อยๆ:
ต้องการกองหน้าอย่าง โอลลี่ วัตกิ้นส์ แต่บอร์ดเลือก เบนจามิน เซสโก้
ต้องการผู้รักษาประตูที่สำเร็จรูปอย่าง เอมี มาร์ติเนซ แต่ได้ดาวรุ่งอย่าง เซนเน่อ ลัมเมนส์ มาแทน
ถูกสั่งให้เปลี่ยนระบบจาก 3-4-3 ไปเป็น หลัง 4 ทั้งที่บอร์ดก็รู้อยู่แล้วก่อนเซ็นสัญญาว่าอโมริมยึดมั่นในปรัชญาหลัง 3 อย่างเหนียวแน่น
ลองคิดดูเล่นๆ นะครับว่าถ้าคุณเป็นโค้ช แต่ไม่มีสิทธิ์เลือกนักเตะเข้าระบบ แถมยังโดนขอให้เปลี่ยนตัวตนที่สร้างชื่อให้คุณจนประสบความสำเร็จมาแล้ว ในใจคงแอบถามตัวเองว่า "แล้วผมมาทำอะไรที่นี่?" จนสุดท้ายอโมริมก็ระเบิดทุกอย่างออกมาและแยกทางกับทีม
ทั้งนี้ผมไม่ได้มองว่าอโมริมผิดหรือถูก แต่เมื่อบอร์ดเลือกคนที่รู้อยู่เห็นๆ แล้วว่าระบบการเล่นของเขาเป็นอย่างไร แล้วยังไม่ซัพพอร์ตอย่างที่ควรจะเป็น แถมการแทรกแซงยังมีต่อเนื่อง บวกกับอโมริมที่เป็นคนประเภท "ยอมหักดีกว่าร้าวไปเรื่อยๆ" เรื่องมันเลยออกมาอย่างที่เห็นครับ
🎁 อโมริมทิ้งอะไรไว้ให้คาร์ริคบ้าง?
ถ้าทีมที่อโมริมทำไว้เละเทะจนไม่มีชิ้นดี คาร์ริคที่เดินเข้ามาสานต่อไม่น่าจะทำได้ดีจนถึงขั้นตบแมนฯ ซิตี้ ล้มอาร์เซน่อล และรักษาสถิติไม่แพ้ใครจนถึงปัจจุบัน แน่นอนว่าการเปลี่ยนโค้ชมันจะมีความรู้สึกที่นักเตะกระตือรือร้นมากขึ้น อยากจะพิสูจน์ตัวเอง แต่ผมอยากยกประเด็นหลักๆ ที่อโมริมทำไว้จนคาร์ริคทำงานง่ายขึ้น:
การจัดการนักเตะที่ไร้ระเบียบ: เขาเด็ดขาดกับนักเตะอย่าง การ์นาโช่ แม้จะเป็นดาวรุ่งเด็กปั้น รวมถึงการโละ แอนโทนี่, แรชฟอร์ด และ โอนาน่า
การสะสางเพดานเงินเดือน: ทั้ง 4 คนที่ออกไปคือกลุ่มที่ค่าเหนื่อยสูง ระเบียบวินัยไม่โอเค รวมไปถึงฟอร์มการเล่นที่ไม่คุ้มค่าเหนื่อย อโมริมเลือกตัดจบแบบเด็ดขาดตามแนวทางของเขา
การสร้างมาตรฐานใหม่ (ไม่มีใครใหญ่กว่าสโมสร): ประโยคที่เขาพูดใส่การ์นาโช่หลังจากแสดงพฤติกรรมแย่ๆ ว่า “You better pray that you can find a club to sign you” (แกไปสวดมนต์ขอให้มีทีมมาเซ็นแกไปซะเถอะ) สะท้อนว่าเขาพร้อมจะจัดการแบบเด็ดขาดเสมอ หากมีใครแสดงอาการไม่เหมาะสม แม้เด็กคนนั้นจะดูมีอนาคตแค่ไหนก็ตาม
🤝 ความเป็นมืออาชีพหลังโดนปลด (Professionalism)
อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากพูดถึงอโมริมคือ "ความเป็นมืออาชีพ" แม้ในช่วงท้ายเขาจะมีการปะทะคารมกับบอร์ดบริหารอย่างรุนแรง แต่หลังจากถูกปลดอย่างเป็นทางการ เขากลับเลือกที่จะเดินจากไปอย่างสงบ ไม่มีการออกมาให้สัมภาษณ์โจมตีสโมสร ไม่มีการแฉเบื้องลึกเบื้องหลังเพื่อทำลายบรรยากาศในทีมที่กำลังดีขึ้น เขาให้เกียรติสโมสรและคาร์ริคในการโฟกัสกับการทำทีมอย่างเต็มที่ ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าเขารักในอาชีพและอยากเห็นทีมสำเร็จจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องอีโก้ส่วนตัว
📜 บทสรุป
แน่นอนครับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันคือความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระหว่างบอร์ดและอโมริม แต่เราต้องไม่ลืมว่า "ระบบของบอร์ด" จะยังคงอยู่เหมือนเดิม การที่คาร์ริคเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในตอนนี้ทำได้ดีมาก และผมก็โคตรมีความสุขกับการดูทีมเล่นตอนนี้จริงๆ ครับ
แต่ทว่า... ถ้าวันหนึ่งมันกลายเป็นสัญญาถาวร รายละเอียดต่างๆ จะตามมา ทั้งเรื่องการซื้อตัวที่คาร์ริคอาจไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว หรือแผนการเล่นที่บอร์ดอาจเข้ามาแทรกแซง รวมไปถึงอีกหลายๆ อย่างที่จะโดนควบคุมจากบอร์ด และถ้ามาถึงวันนั้น ผมก็ขอให้คาร์ริคเป็นคนที่ "คลิก" กับบอร์ดได้สมบูรณ์แบบ เดินไปในทางเดียวกันได้จริงๆ เพื่อไม่ให้ต้องกลายเป็นเหยื่อของระบบการบริหารที่เห็นต่างกัน เหมือนกับ "Head Coach" คนก่อนๆ
แต่ส่วนตัวผมมองว่า คาร์ริคจะทำได้ดีกว่าอโมริมในเรื่องนี้ครับ ด้วยความที่เป็นคนอังกฤษเหมือนกันกับ เจสัน วิลค็อกซ์ (Jason Wilcox) ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร ความเข้าใจในฟุตบอลและวัฒนธรรมจึงแทบจะเป็นภาพเดียวกันทั้งหมด อีกทั้งคาร์ริคก็ได้เห็นบทบาท Head Coach ของอโมริมมาก่อนหน้านี้แล้ว
ผมคิดว่าคนแบบคาร์ริคมักจะมองช็อตต่อไปเสมอ... เหมือนสมัยที่เขาเป็นนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด เขาคือ กองกลางมันสมอง ที่มองเห็นช็อตต่อไป มองเห็นทั่วสนาม อ่านเกมได้ขาดและลึกซึ้ง ภายนอกดูนิ่งๆ แต่สร้างผลลัพธ์ที่ทรงพลังได้เสมอครับ 🧠⚽️
#Younited #ManchesterUnited #RubenAmorim #MUFC #ปีศาจแดง
โฆษณา