2 มี.ค. เวลา 05:49 • ความคิดเห็น

"Don’t let the noise of others’ opinions drown out your own inner voice."

"Don’t let the noise of others’ opinions drown out your own inner voice." "อย่าปล่อยให้เสียงความคิดเห็นของคนอื่น มากลบเสียงภายในใจของคุณ"
ประโยคนี้เป็นหนึ่งในวาทะอมตะของ Steve Jobs (สตีฟ จอบส์) ที่กล่าวไว้ในพิธีจบการศึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งสื่อความหมายที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการค้นหาตัวตนที่แท้จริง
เสียงรบกวน (The Noise) vs. เสียงภายใน (The Inner Voice)
  • เสียงของคนอื่นคือ "มลภาวะทางความคิด": ในชีวิตจริง เรามักถูกรายล้อมด้วยความคาดหวังของสังคม พ่อแม่ เพื่อน หรือค่านิยมกระแสหลัก เสียงเหล่านี้มักจะบอกว่า "คุณควรทำอะไร" "อะไรคือความมั่นคง" หรือ "อะไรคือความสำเร็จ" ซึ่งมักจะดังและวุ่นวายจนทำให้เราสับสน
  • เสียงภายในคือ "เข็มทิศ": เสียงในใจ (Intuition) มักจะเป็นเสียงที่แผ่วเบาแต่หนักแน่น มันคือความรู้สึกลึกๆ ว่าเราชอบอะไร เราถนัดอะไร หรืออะไรที่ทำให้เรามีความสุขจริงๆ เสียงนี้ไม่ได้ใช้ตรรกะเหตุผลของคนอื่นมาตัดสิน แต่มาจากสัญชาตญาณและความปรารถนาของตัวเราเอง
กับดักของการใช้ชีวิตซ้ำรอยคนอื่น (Dogma)
การยอมให้เสียงของคนอื่นดังกว่าเสียงตัวเอง เท่ากับว่าเรากำลัง "ใช้ชีวิตบนความฝันของคนอื่น" ไม่ใช่ชีวิตของเราเอง
  • เราอาจจะเลือกเรียนในสิ่งที่พ่อแม่ชอบ ทำงานที่สังคมมองว่าดี หรือแต่งตัวตามแฟชั่นเพียงเพื่อให้ได้รับการยอมรับ
  • ผลลัพธ์คือ เมื่อเวลาผ่านไป เราอาจประสบความสำเร็จในสายตาคนอื่น แต่กลับรู้สึกว่างเปล่าและไม่มีความสุข เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ
ความกล้าหาญที่จะทำตามสัญชาตญาณ (Courage to Follow Intuition) จอบส์ไม่ได้บอกให้เราปิดหูไม่ฟังใครเลย แต่เขาเน้นย้ำเรื่อง "ความกล้าหาญ"
  • การฟังเสียงตัวเองต้องใช้ความกล้า เพราะมันอาจหมายถึงการเดินสวนทางกับคนส่วนใหญ่ หรือการเสี่ยงทำในสิ่งที่คนอื่นไม่เข้าใจ
  • เสียงภายในรู้ดีที่สุดว่าเราอยากเป็นอะไร แม้ในตอนแรกสมองและเหตุผลอาจจะยังหาคำตอบมารองรับไม่ได้ทั้งหมด แต่สัญชาตญาณมักจะพาเราไปถูกทางเสมอ
เป็นการเตือนสติว่า เวลาในชีวิตของเรามีจำกัด อย่าเสียเวลาไปกับการใช้ชีวิตในแบบที่คนอื่นอยากให้เป็น จงกล้าที่จะซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่จะต้องรับผิดชอบความสุขและความทุกข์ในชีวิต ก็คือตัวคุณเอง ไม่ใช่คนเหล่านั้นที่ออกความเห็น
ก็เหมือนกับการขับรถ:
คนอื่นอาจจะเป็นผู้โดยสารที่คอยบอกทางข้างๆ หู แต่คุณคือคนเดียวที่กุมพวงมาลัยและเหยียบคันเร่ง หากคุณเลี้ยวตามที่ทุกคนบอก คุณอาจจะไปถึงที่หมายปลอดภัย แต่ที่นั่นอาจจะไม่ใช่ที่ที่คุณอยากไปเลยก็ได้...
โฆษณา