Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงสัยสิ
•
ติดตาม
4 มี.ค. เวลา 01:00 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
เมื่อสิ่งที่เรามองเห็น อาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความจริง
ลองจินตนาการว่า ทุกดาว ทุกกาแล็กซี ทุกแสงที่คุณเห็นบนท้องฟ้ายามค่ำคืน — รวมกันแล้วเป็นเพียง ประมาณ 5% ของจักรวาลทั้งหมด เท่านั้น อีก 95% คือสิ่งที่เราไม่สามารถมองเห็นได้โดยตรง
นี่ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ แต่คือข้อสรุปจากการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์และฟิสิกส์จักรวาลสมัยใหม่
นักจักรวาลวิทยา แบ่งองค์ประกอบของจักรวาลออกเป็น 3 ส่วนหลัก:
●
สสารปกติ (อะตอม ดาวเคราะห์ เศษฝุ่น) ~5%
●
สสารมืด ~27%
●
พลังงานมืด ~68%
🌑 1) สสารมืด (Dark Matter) – มวลที่มองไม่เห็น
เราไม่สามารถเห็นสสารมืดได้ เพราะมัน ไม่ปล่อย ไม่สะท้อน และไม่ดูดกลืนแสง
แต่เรารู้ว่ามันมีอยู่จริง เพราะแรงโน้มถ่วงของมันส่งผลต่อวัตถุที่มองเห็นได้
ตัวอย่างหลักฐานสำคัญ:
1.
ความเร็วการหมุนของกาแล็กซี (เร็วเกินกว่าที่มวลที่มองเห็นจะอธิบายได้)
2.
ปรากฏการณ์เลนส์ความโน้มถ่วง (Gravitational lensing)
3.
การชนกันของกระจุกกาแล็กซี เช่น Bullet Cluster
หลักการแรงโน้มถ่วงที่เกี่ยวข้องอธิบายได้ด้วยกฎของนิวตัน
จากการสังเกต นักวิทยาศาสตร์พบว่าแรงโน้มถ่วงที่วัดได้มากกว่าที่มวลปกติควรสร้างได้ จึงสรุปว่าต้องมี “มวลที่มองไม่เห็น” ซ่อนอยู่
🌌 2) พลังงานมืด (Dark Energy) – ตัวเร่งการขยายตัวของจักรวาล
ในปี 1998 ทีมนักวิจัยค้นพบว่า จักรวาลไม่ได้แค่ขยายตัว แต่กำลังขยายตัวเร็วขึ้น
การค้นพบนี้มาจากการศึกษาซูเปอร์โนวาประเภท Ia
โดยผลงานที่นำโดยนักฟิสิกส์ เช่น Saul Perlmutter
ซึ่งได้รับรางวัล Nobel Prize in Physics
พลังงานมืดเป็นสมมติฐานที่ใช้อธิบายแรงผลักลึกลับนี้
ในสมการสัมพัทธภาพทั่วไปของ Albert Einstein
แนวคิดนี้เกี่ยวข้องกับค่าคงที่จักรวาลวิทยา (Cosmological Constant)
การวิเคราะห์จาก Planck ระบุว่า พลังงานมืดมีสัดส่วนประมาณ 68% ของจักรวาล
🧠 แล้วเรามั่นใจได้อย่างไร ถ้ามองไม่เห็น?
คำตอบคือ “เราไม่ได้เห็นโดยตรง แต่เห็นผลกระทบของมัน”
ในทางวิทยาศาสตร์ การมีอยู่ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งสามารถพิสูจน์ได้จากผลกระทบที่วัดได้
เช่นเดียวกับที่เรามองไม่เห็นลม แต่เห็นใบไม้ไหว
จักรวาลพื้นหลังไมโครเวฟ (CMB) ซึ่งตรวจวัดโดย Planck และ WMAP
ให้ข้อมูลที่แม่นยำมากเกี่ยวกับองค์ประกอบของจักรวาล
✨ สรุป
1.
สิ่งที่เรามองเห็น (ดาว กาแล็กซี ตัวเราเอง) มีเพียง ~5% ของจักรวาล
2.
อีก ~27% คือ “สสารมืด” ที่มีแรงโน้มถ่วงแต่ไม่เปล่งแสง
3.
อีก ~68% คือ “พลังงานมืด” ที่ทำให้จักรวาลขยายตัวเร็วขึ้น
4.
เราไม่เห็นมันโดยตรง แต่เห็นผลกระทบของมันอย่างชัดเจน
จักรวาลส่วนใหญ่ยังเป็นปริศนา — และนั่นคือความงดงามของวิทยาศาสตร์
Image Credit: ESA/NASA
https://science.nasa.gov/image-detail/starburst-galaxy-messier-94/
Referances :
1.
https://science.nasa.gov/dark-matter/
2.
https://science.nasa.gov/mission/roman-space-telescope/dark-energy/
3. Planck Collaboration (2020)
Planck 2018 results. VI. Cosmological parameters
Astronomy & Astrophysics 641, A6
DOI: 10.1051/0004-6361/201833910
4.
https://www.nobelprize.org/prizes/physics/2011/press-release/
เทคโนโลยี
ข่าวรอบโลก
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย