8 ชั่วโมงที่แล้ว • ปรัชญา

watthakhanun

สำหรับนิทรรศการต่าง ๆ ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรีนั้น มอบปัจจัยส่วนหนึ่งให้มา ถ้าจำไม่ผิดน่าจะอยู่ที่ ๒๘,๐๐๐ บาท กระผม/อาตมภาพจึงมอบหมายให้ "น้องท็อป" (นายกัลธารวัจน์ อุษาวัฒนากูล) ผู้ทรงคุณวุฒิสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ เป็นคนรับงบประมาณก้อนนี้ไป เพื่อทำหน้าที่จัดงานนิทรรศการเทิดพระเกียรติครั้งนี้
ปีนี้ "น้องท็อป" นอกจากจะจัดงานเทิดพระเกียรติบรรดาเจ้าเมืองทั้ง ๗ หัวเมืองแล้ว ยังมีการนำเอาชุดผ้าของบรรดาชาติพันธุ์ต่าง ๆ มาแสดงด้วย ซึ่งโอกาสที่จะได้เห็นชาติพันธุ์ต่าง ๆ ของทองผาภูมิอยู่กันครบหน้า ก็ต้องรองานประจำปีที่วัดท่าขนุนนี้เอง น่าเสียดายที่ว่าขบวนแห่ปีนี้นั้น ขาดพี่น้องชาวม้งไป เนื่องเพราะว่ามารับงานแสดงในวันอื่นแทน ซึ่งความจริงการเดินทางมานั้น กระผม/อาตมภาพก็ช่วยเหลือเรื่องค่ารถอยู่แล้ว แต่อาจจะเป็นเพราะว่าท่านทั้งหลายติดงานประจำ ทำให้ไม่สะดวกที่จะมาในวันนี้ก็ได้
ครั้นถึงช่วงบ่ายก็ต้องเดินทางไปยังสำนักงานเทศบาลตำบลทองผาภูมิ เพื่อตรวจดูความพร้อมของขบวน ที่แต่ละชาติพันธุ์มาถึงแล้ว ก็ต้องมาลงทะเบียน ภายใต้การรับผิดชอบของคณะครูอาจารย์โรงเรียนทองผาภูมิวิทยา แล้วบรรดาออร์แกไนซ์ก็ยังต้องมาคอยคุมขบวน โดยมีช่างภาพ ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว โดยเฉพาะในส่วนของวัดท่าขนุน คอยติดตามถ่ายขบวนทั้งหลายเหล่านี้ตลอดเวลา
ปีนี้นอกจากจะมีพิเศษในส่วนของขบวนเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีแล้ว ยังมีขบวนชุดไทยทั้ง ๘ ชุด ไม่ว่าจะเป็นไทยเรือนต้น ไทยจักรี ไทยบรมพิมาน ฯลฯ เหล่านี้
เป็นต้น
ทางโรงเรียนทองผาภูมิวิทยาเคยให้นางรำสวมใส่ชุดไทยทั้ง ๘ ชุดนี้ ไปแข่งขันท่ารำมาตรฐานและคว้ารางวัลชนะเลิศมาแล้ว เพราะนอกจากจะเป็นการรักษาในเรื่องของท่ารำมาตรฐานแล้ว ยังเป็นการแสดงออกซึ่งเอกลักษณ์ของชุดประจำชาติไทยอีกด้วย
ครั้นเมื่อขบวนแห่พร้อมแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ต้องย้อนกลับมาที่บริเวณหน้าวัด เพื่อรอรับขบวนต่าง ๆ ที่ใช้เวลาเดินเกือบชั่วโมงครึ่ง อากาศก็ค่อนข้างจะร้อน เมื่อมาถึงแล้วต้องขอให้แต่ละชุดเข้าที่แล้วก็ถ่ายรูปกันเสียก่อน ซึ่งถ้าให้คนอื่นไปจัดการ อาจจะมีการแตกแถวแน่นอน..! เพราะว่าทั้งหิวทั้งเหนื่อยมาด้วยกันทั้งนั้น แต่ด้วยความเกรงใจหลวงพ่อวัดท่าขนุน ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนก็ต้องฝืนยิ้มเอาไว้ก่อน กว่าที่จะถ่ายรูปกันเสร็จก็เสียเวลาไปอีกครึ่งค่อนชั่วโมง..!
แล้วชุดสุดท้ายนั้น สวยจนกระทั่ง วธจ. กาญจนบุรีของเรา ก็คือนางพรพรรณ กลิ่นเกษร ขออนุญาตถ่ายรูปร่วมด้วย ก็คือชุดของพี่น้องชาวเนปาลีนั่นเอง แต่ละชุดสีสันสดใสเหลือเกิน ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องทึ่ง แล้วปีนี้ก็มีเด็กใหม่วัยรุ่นมาด้วย ๓ คน เนื่องเพราะว่าปีก่อนโดยแซวว่ามีแต่คนค่อนข้างสูงอายุ เต้นเสร็จลงมาก็หอบแฮ่ก ๆ แล้ว ให้หาเด็ก ๆ มารับช่วงบ้าง ปีนี้จึงมีเด็กมารับช่วง น่าจะแสดงในคืนนี้ ๒ ชุด และคืน
พรุ่งนี้อีก ๒ ชุด ต้องเจริญพรขอบคุณทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วย
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จึงปล่อยให้ไปรับประทานข้าวปลาอาหาร หรือว่าน้ำดื่มที่เตรียมเอาไว้ อีกส่วนหนึ่งก็ต้องเตรียมต้อนรับบรรดาหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ไม่ว่าจะในจังหวัด หรือในอำเภอทองผาภูมิ ที่จะเดินทางมาร่วมงานพิธีเปิดตอน ๑ ทุ่ม กระผม/อาตมภาพจึงต้องขออนุญาตทุกท่าน กลับมาเข้ารายการเสียงธรรมจากมหาจุฬาอาศรมก่อน แจ้งในรายการเขาว่า ขอทำพิธีเปิดงานประจำปีให้เรียบร้อย แล้วจะ
มาร่วมรายการช่วงท้ายเอง
อีกส่วนหนึ่งก็จะต้องกลับมาเพื่อบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ไม่เช่นนั้นแล้วท่านทั้งหลายอาจจะได้ฟังดึกจนเกินไป ส่วนใหญ่พวกเราถ้าได้ฟังเร็วก็จะดีใจ แต่ถ้าหากว่าได้ฟังช้าอาจจะมีอารมณ์เสียขึ้นมาก็ได้..!
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๙
โฆษณา