8 ชั่วโมงที่แล้ว • ปรัชญา

watthakhanun

วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ก่อนอื่นขอแจ้งให้ญาติโยมทั้งหลายซึ่งบูชาวัตถุมงคลในเว็บไซต์วัดท่าขนุน ในกระทู้ร่วมบุญทุนการศึกษา ระยะนี้ถ้าหากเห็นวัตถุมงคลของหลวงพ่อกวยลงไป กรุณาอย่าเหมาหมดเพื่อที่จะเอาไปจำหน่ายต่อ..!
กรุณาแบ่งปันให้กับบุคคลที่มีความเคารพในตัวหลวงพ่อ เก็บไว้เป็นมิ่งขวัญและกำลังใจบ้าง เพราะว่าส่วนมากแล้วจะเป็นลายมือที่หลวงพ่อท่านเมตตาจารให้ด้วยตนเอง ซึ่งกระผม/อาตมภาพเองนั้น ไม่จำเป็นต้องมีตรงนี้ก็ได้ เพราะว่าสามารถที่จะกราบขอบารมีหลวงพ่อท่านได้โดยตรง แต่ว่าลูกศิษย์ลูกหาที่ยังต้องอาศัยวัตถุเพื่อเป็นเครื่องยึดโยงถึงครูบาอาจารย์ กรุณาแบ่งปันกันบ้าง ไม่ใช่ว่าเหมาไปขายต่อเอากำไรเสียจนหมด พูดง่าย ๆ ว่าขอร้องกันแค่นี้ ส่วนจะได้รับความร่วมมือหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง..!
สำหรับวันนี้ ต้องบอกว่ากระผม/อาตมภาพวุ่นวายกับชีวิตค่อนข้างจะมาก เนื่องเพราะว่ามีขบวนแห่เทิดพระเกียรติอดีตเจ้าเมืองหน้าด่าน ๗ หัวเมืองของจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งทางวัดของเราต้องเตรียมข้าวปลาอาหารและน้ำดื่มรอเอาไว้ แล้วยังต้องไปติดตามบรรดาเต็นท์นิทรรศการต่าง ๆ ซึ่งหน่วยงาน ตลอดจนกระทั่งโรงเรียนมาร่วมออกบูธ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว กระผม/อาตมภาพเองก็ไปเพื่อมอบรางวัลให้กับเด็กนักเรียนที่มาร่วมงาน
เห็นเด็ก ๆ ดีอกดีใจที่มาแล้วได้สตางค์ ยังรู้สึกชื่นใจว่า เงินทองที่บางทีเราไม่เห็นคุณค่า เนื่องเพราะว่าอยู่ในลักษณะของผู้ที่ต้องสละละวางทุกสิ่งนั้น ยังมีคุณค่าอย่างมหาศาลต่อบุคคลอื่น
ในส่วนนี้นั้น ท่านทั้งหลายที่ทำพระคาถาเงินล้านอยู่ ถ้าสามารถปลดใจปล่อยวางจากเรื่องของเงินทองได้โดยเด็ดขาด ตั้งใจภาวนาเพื่อบูชาคุณพระรัตนตรัย และรักษาสมบัติที่ครูบาอาจารย์ให้ไว้ โดยไม่คำนึงถึงผลของคาถาว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าสามารถทำอย่างนี้ได้ เงินทองก็จะไหลมาเทมาโดยอัตโนมัติเอง..!
ส่วนในเรื่องของการตั้งขบวนแห่นั้น ปีนี้ยังคงได้รับความเมตตาจากทางโรงเรียนทองผาภูมิวิทยา ซึ่งท่านว่าที่ร้อยตรี ดร. ชิดชัย ทองโบราณ ผู้อำนวยการใหม่ถอดด้าม ที่เพิ่งมาร่วมงานในปีนี้ ก็สามารถที่จะกลมกลืนกับชุมชนได้อย่างรวดเร็ว มอบหมายให้คณะครูบาอาจารย์ ตั้งแต่ท่านรองวัฒน์ (นายธนวัฒน์ ภูมิพวัฒนโชติ) รองผู้อำนวยการโรงเรียนทองผาภูมิวิทยา และคณะครูอาจารย์ แต่งตัวเป็นอดีตเจ้าเมืองหน้าด่านทั้ง ๗ หัวเมือง แต่น่าเสียดายว่า..น่าจะเป็นอดีตเจ้าเมืองหน้าด่าน ที่กำลังจะ
เข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวในเมืองหลวง เพราะว่าแต่งตัวเป็นไทยไปเสียหมด..!
ความจริงเจ้าเมืองหน้าด่านทั้ง ๗ หัวเมืองนั้นท่านเป็นเชื้อชาติมอญ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ควรที่จะแต่งตัวเป็นมอญมากกว่า แต่น่าเสียดายที่ว่ามงกุฎของเจ้าเมืองมอญ โดยเฉพาะเจ้าเมืองท่าขนุนนั้นชำรุดอยู่ โดยที่กระผม/อาตมภาพเองไปค้นเจอในกุฏิเก่าของหลวงปู่สาย อคฺควํโส (พระครูสุวรรณเสลาภรณ์) อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าขนุน อดีตเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ
ก็ยังหนักใจอยู่ว่าจะหาผู้หนึ่งผู้ใดมาซ่อมแซมให้ดีเหมือนเดิมได้หรือไม่ ? ตอนนี้ก็ได้แต่เก็บชิ้นส่วนเอาไว้ ว่าจะประกอบกลับเข้าไปอย่างไรดี ? ไม่นึกเหมือนกันว่าอดีตเจ้าเมืองหน้าด่านซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็นคุณพระนั้น จะมีมงกุฎอยู่ในลักษณะของเจ้าประเทศราชด้วย แต่ก็ต้องถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระมหากษัตริย์ไทย ที่ให้เกียรติท่านทั้งหลายในฐานะผู้เสียสละ ช่วยดูแลผืนแผ่นดินไทย โดยเฉพาะทางชายแดนไทย - พม่าของจังหวัดกาญจนบุรี
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๙
โฆษณา