2 มี.ค. เวลา 23:23 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

จันทรุปราคา ความเข้าใจยุคอดีต: ระหว่าง "สัญญาณแห่งธรรมชาติ" กับ "อสูรกายเหนือโลก"

ในสมัยโบราณ ความเข้าใจและความเชื่อของมนุษย์เรื่อง ‘จันทรุปราคา’ และ ‘สุริยุปราคา’ แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ
1.) กลุ่มที่เชื่อว่า เป็นเรื่องธรรมชาติไม่ได้เกี่ยวกับโชคลาง
2.) กลุ่มที่เชื่อว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับโชคชะตา ลางบอกเหตุ
ปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์สีนวลค่อย ๆ ถูกกลืนกินจนกลายเป็นสีแดงอิฐ หรือ จันทรุปราคา เป็นเหตุการณ์ที่สะกดความรู้สึกของมนุษย์มาทุกยุคสมัย ในอดีตทัศนะต่อเรื่องนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ระหว่าง "ความเข้าใจในกลไกจักรวาล" และ "ความกลัวในสิ่งลี้ลับ"
กลุ่มที่ 1: ความเชื่อที่เป็น "วิทยาศาสตร์/ธรรมชาติ"
นักปราชญ์บางกลุ่มที่มองเห็นว่ามันคือ กลไกของธรรมชาติ สอนว่ามันคือ "สัญญาณ" (Signs) ที่ผู้สร้างวางกลไกธรรมชาติได้อย่างอัศจรรย์ ไม่ใช่ "ลาง" (Omens):
• ชาวกรีกโบราณ (อะแนกซากอรัส - Anaxagoras): ประมาณ 450 ปีก่อนคริสตกาล เขาเป็นคนแรก ๆ ที่อธิบายว่าจันทรุปราคาเกิดจาก "เงาของโลก" ที่ตกลงบนดวงจันทร์
• ชาวมุสลิม: หลังจากท่านศาสดามุฮัมหมัดวางรากฐานว่ามันคือเรื่องธรรมชาติที่พระเจ้าสร้าง ไม่ต่างอะไรกับอาทิตย์ขึ้นอาทิตย์ตก นักวิทยาศาสตร์มุสลิมในยุคทองอย่าง อัล-บีรูนี (Al-Biruni) ก็ใช้ปรากฏการณ์นี้ในการคำนวณขนาดของโลกและระยะห่างระหว่างดวงดาวอย่างแม่นยำ
ข้อเท็จจริงทางธรรมชาติ ที่คนยุคปัจจุบันค้นพบ
กลุ่มที่ 2: ความเชื่อเรื่อง “โชคชะตาและลางบอกเหตุ”
สำหรับคนโบราณส่วนใหญ่ จันทรุปราคาคือการคุกคามจากสิ่งเหนือธรรมชาติ:
• ไทย (ราหูอมจันทร์): เชื่อว่าพระราหู (อสูรที่มีร่างครึ่งท่อน) โกรธแค้นพระจันทร์ที่ไปฟ้องพระนารายณ์เรื่องขโมยดื่มน้ำอมฤต จึงคอยไล่จับพระจันทร์มากิน คนสมัยก่อนจะช่วยกัน ตีเกราะเคาะไม้ ยิงปืน หรือทำให้เกิดเสียงดังเพื่อให้ราหูตกใจแล้วคายดวงจันทร์ออกมา
• จีน (สุนัขสวรรค์): เชื่อว่า "เทียนโก่ว" (สุนัขสวรรค์) พยายามกลืนกินดวงจันทร์ วิธีแก้คือการตีกลองและส่งเสียงดังเพื่อขับไล่มันเช่นกัน
• ไวกิ้ง (หมาป่า): เชื่อว่ามีหมาป่าชื่อ "ฮะติ" (Hati) ไล่กวดดวงจันทร์ไปตามท้องฟ้า เมื่อมันจับได้และงับดวงจันทร์ ก็จะเกิดจันทรุปราคา
• เมโสโปเตเมีย: มองว่าเป็นลางบอกเหตุร้ายต่อกษัตริย์ ถึงขั้นมีการตั้ง "กษัตริย์ตัวแทน" ขึ้นมาตายแทนเพื่อแก้เคล็ดในช่วงที่เกิดคราส
• ชาวอินคา (Inca): เชื่อว่ามี เสือพูม่า พยายามกินดวงจันทร์ แต่สาเหตุที่ทำให้ท้องฟ้ากลายเป็นสีเลือด (Blood Moon) เพราะมันเป็นการแสดงความโกรธเกรี้ยว
• ชาวบาตัมมาลิบา (แอฟริกาตะวันตก): เชื่อว่าดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์กำลัง "ทะเลาะกัน" มนุษย์บนโลกจึงต้องช่วยกันประนีประนอมและเลิกขัดแย้งกันเอง เพื่อเป็นตัวอย่างให้ดวงดาวหยุดทะเลาะกันแล้วกลับมาสว่างเหมือนเดิม
เรื่องชวนคิด:
ในช่วงเวลาอาทิตย์ตกดินจนถึงค่ำนี้ (3 มี.ค. 2569) จะมีจันทรุปราคาเต็มดวง และ “พระจันทร์สีเลือด“ ซึ่งกับสถานการณ์โลกเวลานี้ที่มีสงครามร้อนระอุอยู่ในหลายทวีป ถ้าเป็นในอดีตคงเข้าใจว่าปรากฏการณ์นี้คือลางบอกเหตุร้ายอย่างแน่นอน
แต่ถ้าคนเราคิดอย่างมีสติก็จะตระหนักได้ว่า มีช่วงไหนของประวัติศาสตร์บ้างที่ไม่มีสงคราม เพราะแม้แต่ในช่วงที่ไม่มีปรากฏการณ์พิเศษทางธรรมชาติ มนุษย์ทุกชนชาติก็มีเหตุการณ์รบราฆ่าฟันกันมาตลอดทุกช่วงเวลา ทุกยุคสมัย
1
: ส่องโลก
#จันทรุปราคา
โฆษณา