Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
A CREATE
•
ติดตาม
3 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ
โลกกำลังเขียนกติกาใหม่ด้วย AI และอำนาจ และไทยมีเวลาแค่นี้ที่จะเลือกว่าจะเป็นผู้เขียน หรือถูกเขียนถึง
ปี 1989 กำแพงเบอร์ลินล้มลง
คนทั้งโลกคิดว่า “ระเบียบใหม่” มาถึงแล้ว
ปี 2026 — กำแพงใหม่กำลังถูกสร้าง
แต่คราวนี้… มันถูกสร้างด้วยข้อมูล,
อัลกอริทึม และภาษีนำเข้า
ผมนั่งอ่านงานวิจัยอยู่คืนหนึ่ง
แล้วก็ได้ยินเสียง Ray Dalio ดังขึ้นในหัว
“ไม่มีระบบใดอยู่คงทนถาวร —
และเกือบทุกคนจะตกใจ
และพังพินาศเมื่อมันล้มสลาย”
ผมวางหนังสือลง แล้วถามตัวเองว่า
“เราอยู่ตรงไหนของประโยคนั้น?”
นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน ณ วันนี้
ระเบียบโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 —
“Officially Broken Down”
โลกแตกออกเป็น 3 ขั้วดิจิทัล — Technostates, Regulatory Fortresses, Digital Vassals
AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ — มันคือ
“สมการอำนาจใหม่” ที่ Putin,
Goldman Sachs และ UN ต่างยืนยันตรงกัน
และ 92 ล้านตำแหน่งงานทั่วโลก —
กำลังนับถอยหลัง
แล้วไทยล่ะ?
เราอยู่ในช่วงเวลาที่น่าสนใจที่สุด —
และน่ากังวลที่สุด — ในรอบ 3 ทศวรรษ
GDP คาดโต 1.5–1.8% ต่ำสุดในรอบ 30 ปี
63% ของส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่า $45 Billion — กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง
แต่ในเวลาเดียวกัน…
90% ของนักเรียนไทยใช้ AI แล้ว
ไทยนำหน้าอาเซียนใน Generative AI Adoption
เราอยู่บนทางแยก ไม่ใช่ทางตัน
ความแตกต่างระหว่างประเทศที่ “รอด”
กับประเทศที่ “ร่วง” ในช่วงเปลี่ยนผ่านใหญ่
ของประวัติศาสตร์
ไม่ได้อยู่ที่ “ใครโชคดีกว่า”
มันอยู่ที่ว่า — “ใครตัดสินใจก่อน”
ผมสรุปทั้งหมดนี้เป็น 17 ภาพ
(ลงได้ 10 อีก7 ลงด้านล่าง)
ไม่ใช่เพื่อให้กลัว
แต่เพื่อชวนทุกองค์กรหันมาถามตัวเองก่อนสิ้นปีนี้
1. Business Model ของเรา —
รับมือ AI disruption ได้จริงแค่ไหน?
2. เรากำลัง Reskill ทีม — “พอจริง”
หรือแค่ “พอดูดี”?
3. ข้อได้เปรียบของเรา —
ยังใช้ได้ในโลก technopolitical ไหม?
4. เรามี AI ethics และ guardrails — หรือแค่มี AI?
การไม่มีคำตอบ ไม่ใช่การ “รอดูก่อน”
มันคือการเลือกแล้ว — ว่าจะให้คนอื่นเขียนอนาคตแทนเรา
#Thailand2026 #AI #Leadership #BigCycleTransition #Reskilling #StrategyThailand
No system of government, no economic system, no currency, and no empire lasts forever, yet almost everyone is surprised and ruined when they fail.
Ray Dalio
เรามาตีความแบบเข้าใจง่ายๆ กันครับ
• ไม่มีระบบอะไรอยู่ได้ตลอดไป ไม่ว่าจะเป็น “ระบอบการปกครอง”, “ระบบเศรษฐกิจ”, “ค่าเงิน”, หรือ “มหาอำนาจ”
• แต่คนส่วนใหญ่ มักเชื่อว่ามันจะอยู่แบบเดิมต่อไป เลย “ไม่เตรียมรับมือ”
• พอระบบเริ่มพัง/เปลี่ยน คนที่ไม่เตรียมไว้จึง ช็อก และ เสียหายหนัก (การเงิน ธุรกิจ อาชีพ ชีวิต)
เขากำลังเตือนอะไร
• อย่า “ยึดติดกับความปกติเดิม” (normalcy bias)
• ให้มองโลกแบบ “วัฏจักร” (cycle) ขึ้น
→ อิ่มตัว → เปราะบาง → เปลี่ยนระเบียบใหม่
ตัวอย่างให้เห็นภาพ
• ค่าเงินที่เคยมั่นคงมาก อาจเจอหนี้สูง/เงินเฟ้อ/สงคราม/การเมือง แล้ว “ความเชื่อมั่นหาย” → เงินอ่อนเร็ว
• อุตสาหกรรมที่เคยรุ่ง (เช่นค้าปลีกแบบเดิม) เจอเทคโนโลยีเปลี่ยน → ผู้เล่นที่ไม่ปรับตัวหายไป
Takeaway ที่ใช้ได้ทันที
• คิดแบบ “เผื่อวันระบบเปลี่ยน” เสมอ
1) กระจายความเสี่ยง (รายได้/ซัพพลาย/ตลาด/สกุลเงิน)
2) มีแผนสำรอง (Plan B, C)
3) ติดตามสัญญาณเปลี่ยนของโลก ไม่ใช่รอให้เกิดก่อน
Whoever becomes the leader in this sphere [AI] will become the ruler of the world.
Vladimir Putin
ความหมายแบบง่ายๆ
• เขามองว่า AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็น “เกมอำนาจ” ระดับประเทศ
• ใครนำ AI ได้ก่อน/ได้มากกว่า จะมี ความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ เหมือนสมัยที่ประเทศใดนำ “อุตสาหกรรม/น้ำมัน/อินเทอร์เน็ต” ได้ก่อน
เขากำลังสื่ออะไร (ในเชิงอำนาจรัฐ)
• AI จะไปอยู่ในทุกอย่าง: เศรษฐกิจ กองทัพ ข่าวสาร ความมั่นคง ไซเบอร์ อุตสาหกรรม
• ถ้าใครครอง “ความสามารถ AI” ก็เหมือนมี “คันโยก” คุมเกมได้หลายด้านพร้อมกัน
ตัวอย่างให้เห็นภาพ
• ประเทศที่มี AI เก่งกว่า:
• พัฒนาอาวุธ/ระบบป้องกันได้ไวกว่า
• ทำสงครามข้อมูล (information warfare) ได้แนบเนียนกว่า
• เพิ่มผลิตภาพเศรษฐกิจ ดึงดูดทุน/คนเก่งได้มากกว่า
Takeaway (แปลเป็นภาษาคนทำธุรกิจ)
• “AI leadership” ในโลกธุรกิจ =
ใครใช้ AI ทำงานเก่งกว่า
ต้นทุนต่ำกว่า → ตัดสินใจไวกว่า →
บริการดีกว่า → ชนะตลาด
• ดังนั้นอย่ามอง AI เป็นแค่ของเล่น แต่เป็น ความสามารถหลัก (core capability) ที่ต้องลงทุนจริง
Without urgent guardrails, AI risks deepening inequality.
Volker Türk (UN High Commissioner for Human Rights)
ความหมายแบบง่ายๆ
• ถ้าไม่มี “รั้วกั้น/กติกาคุ้มครอง”
ที่ชัดเจนและเร่งด่วน AI จะทำให้โลก
เหลื่อมล้ำกว่าเดิม
• เพราะคน/องค์กรที่มีเงิน มีข้อมูล มีเทคโนโลยี จะได้ประโยชน์มาก
ส่วนคนที่เข้าไม่ถึง จะถูกทิ้งห่าง (งาน รายได้ โอกาส)
“Guardrails” ในภาษาง่ายคืออะไร
เป็น กติกาและมาตรการกันอันตราย เช่น
• ป้องกันการเลือกปฏิบัติจากอัลกอริทึม (bias)
• คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
• ความโปร่งใสว่า AI ตัดสินใจยังไงในเรื่องสำคัญ (สินเชื่อ/การจ้างงาน/สวัสดิการ)
• ทำให้คนทั่วไป “เข้าถึงทักษะ” เพื่อไม่ถูกทดแทนแบบไร้ทางเลือก
ตัวอย่างให้เห็นภาพ
• บริษัทใหญ่ใช้ AI ลดต้นทุนและชนะตลาด → SME ที่ไม่มีความรู้/เครื่องมือถูกทิ้ง
• AI คัดคนเข้าทำงาน ถ้าข้อมูลฝึกมีอคติ → คนบางกลุ่มเสียโอกาสโดยไม่รู้ตัว
Takeaway ที่ใช้ได้ทันที
• เวลาองค์กรใช้ AI ต้องมี “กรอบความรับผิดชอบ” ควบคู่เสมอ:
คนต้องได้ประโยชน์ ไม่ใช่ถูกทิ้ง
เช่น การ upskill, แนวทางใช้ข้อมูลอย่างเป็นธรรม, ตรวจ bias, มี human-in-the-loop ในงานสำคัญ
แนวคิด
ความคิดเห็น
ธุรกิจ
บันทึก
17
17
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย