3 มี.ค. เวลา 07:58 • ความคิดเห็น
คำถามนี้ท้าทายความคิดความเข้าใจเรื่องการใช้ชีวิตของคนทั่วไปมากเลย และตั้งคำถามได้กระแทกใจและกระแทกความคิดอย่างมาก
ก่อนอื่นขอนำคำกล่าวที่มีความหมายเดียวกับคำถามนี้ เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นความสำคัญของคำถามนี้
*Some people die at 25 and aren't buried until 75.
(Benjamin Franklin)
"บางคนเสียชีวิตตอนอายุ 25 ปี แต่ไม่ได้ฝังศพจนกระทั่งอายุ 75 ปี"
*To live is the rarest thing in the world. Most people exist, that is all.
(Oscar Wilde)
" การมีชีวิตจริงๆ คือสิ่งที่หาได้ยากที่สุด คนส่วนใหญ่แค่ประคองตัวให้ผ่านไปวันๆ เท่านั้น"
*Most men lead lives of quiet desperation and go to the grave with the song still in them.
( Henry David Thoreau)
" คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตด้วยความสิ้นหวังที่เงียบเชียบ และตายไปพร้อมกับเสียงเพลง (ความฝัน) ที่ยังไม่ได้ถูกร้องออกมา"
*The opposite of life is not death, it's indifference.
(Elie Wiesel)
"ขั้วตรงข้ามของชีวิตไม่ใช่ความตาย แต่คือความเฉยเมยต่อทุกสิ่งรอบตัว"
จากQuotesที่ยกมาวางเคียงคำถามนี้ จะเห็นว่า มีสภาวะบางอย่างของมนุษย์ขณะยังไม่ตาย เป็นสภาวะที่ไม่ใช่การใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย มันเป็นสภาวะแค่หายใจทิ้งไปวันๆ ซึ่งไม่ใช่สภาวะของการเกียจคร้านและไม่ทำอะไรเลย เป็นสภาวะที่เต็มไปด้วยกิจกรรมและเหน็ดเหนื่อยด้วยซ้ำ แต่มันไม่ใช่การใช้ชีวิต
*to exist* กับ *to live* มันจึงแตกต่างกันเหมือนสองด้านของเหรียญเดียวกัน
ทำไมเราถึง "แค่มีอยู่"(to exist) นักปรัชญากลุ่มอัตถิภาวนิยม (Existentialism) อย่าง Jean-Paul Sartre มองว่ามนุษย์มักตกอยู่ในภาวะ "Bad Faith" (ความหลอกลวงตนเอง) คือการปฏิเสธเสรีภาพของตัวเองแล้วยอมทำตามบทบาทที่สังคมกำหนด เราต้องเรียนแบบนี้นะ เราต้องทำงานแบบนี้นะ เราต้องมีครอบครัวแบบนี้นะ เราก็ใช้วันคืนผ่านไปตามนั้น เราถึงจะได้รับคำชมจากสังคมว่าเป็นคนดี แต่นั่นไม่เรียกว่ามีชีวิต(to live)
*to live*ทำอย่างไร เราต้องสสมาทาน *Embrace Freedom* ยอมรับว่าเรามีสิทธิ์เลือก 100% ในการให้ความหมายกับชีวิต เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราออกแบบชีวิตของเราได้ * Create Your Own Meaning* หากโลกนี้ไม่มีความหมายสำเร็จรูป เราต้องสร้างมันขึ้นมาเอง นี่จึงจะเรียกว่าการมีชีวิตที่แท้จริง(Living Authentically)
การยกตัวอย่างปรัชญาอัตถิภาวนิยม เพียงแค่บอกเล่าว่าคำถามนี้มีความสำคัญที่ควรให้ความสนใจและความใส่ใจในยุคที่social media ทรงอิทธิพลอย่างยิ่ง และไม่ใช่นักปรัชญาเท่านั้นมีคำตอบ นักจิตวิทยา และนักสังคมวิทยาพูดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง
แค่มีอยู่ไม่ได้หมายถึงมีหรือใช้ชีวิตแล้ว บางคนไม่รู้ตัวจนตายไปแล้ว บางคนไม่รู้ว่าจิตใจตายมานานแล้วแต่ ได้จัดงานศพจนถึงเวลาตายทางร่างกาย
โฆษณา