4 มี.ค. เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก

เหตุทิ้งระเบิดโรงเรียนในมินาบ: ลำดับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในสงครามอิหร่าน

- 3 ก.พ. 2026 -
เหตุโจมตีโรงเรียน Shajareh Tayyebeh ระหว่างการระดมทิ้งระเบิดโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 168 ราย ทางสำนักข่าว The Guardian ได้รวบรวมลำดับเหตุการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยวิเคราะห์จากฟุตเทจที่ผ่านการตรวจสอบแล้วและภาพถ่ายจากพื้นที่เกิดเหตุ
ภาพถ่ายและวิดีโอที่ได้รับการตรวจสอบยืนยันจากพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งทาง The Guardian ตัดสินใจไม่นำมาเผยแพร่เนื่องจากมีภาพที่รุนแรงเกินไป แสดงให้เห็นร่างของเด็ก ๆ ที่นอนจมอยู่ใต้ซากปรักหักพังเพียงบางส่วน
ในวิดีโอชุดหนึ่ง ปรากฏภาพแขนที่ขาดของเด็กตัวเล็ก ๆ ถูกดึงออกมาจากเศษอิเศษปูน ท่ามกลางซากปรักหักพังนั้นมีกระเป๋าเป้สีสันสดใสที่ชุ่มไปด้วยเลือดและฝุ่นคอนกรีตวางอยู่ เด็กหญิงคนหนึ่งสวมชุดเดรสสีเขียวที่มีผ้าลายตารางประดับตรงกระเป๋าและปกเสื้อ ร่างของเธอถูกคลุมทับไว้บางส่วนด้วยถุงใส่ศพสีดำ พร้อมกับมีเสียงกรีดร้องดังระงมเป็นฉากหลัง
ชายผู้โศกเศร้าคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางซากของโรงเรียน เขาชูหนังสือเรียนและใบงานขึ้นโบกไปมาในขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังใช้มือเปล่าขุดคุ้ยซากปรักหักพัง "นี่คือหนังสือเรียนของเด็ก ๆ ที่ติดอยู่ใต้ซากพวกนี้ ใต้เศษอิฐเศษปูนตรงนี้!" เขาตะโกน "พวกคุณเห็นเลือดของเด็ก ๆ บนหนังสือเหล่านี้ไหม พวกเขาเป็นพลเรือน ไม่ใช่ทหาร นี่คือโรงเรียน และพวกเขามาที่นี่เพื่อเรียนหนังสือ"
เจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวเมืองกำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพัง | ภาพถ่ายโดย: AP
สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 168 ราย และบาดเจ็บ 95 รายจากการโจมตีครั้งนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ The Guardian ยังไม่สามารถยืนยันความถูกต้องได้ เนื่องจากข้อจำกัดอย่างเข้มงวดในการรายงานข่าวที่เป็นอิสระในอิหร่าน ประกอบกับพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศยังคงเผชิญกับภาวะอินเทอร์เน็ตล่ม
ทาง The Guardian จึงได้ใช้ฟุตเทจวิดีโอที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว, การระบุพิกัดจากภาพถ่าย (Geolocation), ภาพถ่ายดาวเทียม และการสัมภาษณ์ เพื่อรวบรวมรายละเอียดของเหตุทิ้งระเบิดโรงเรียนหญิงล้วนในเมืองมินาบ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากที่สุด (Mass casualty event) ในการโจมตีที่นำโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลจนถึงขณะนี้ และเป็นเหตุการณ์ที่ UNESCO นิยามว่าเป็นการ "ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง"
ยอดผู้เสียชีวิตยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่บางรายงานระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 168 ราย และบาดเจ็บ 95 ราย | ภาพถ่ายโดย: Xinhua/Alamy
สำนักข่าว The Guardian ทำการตรวจสอบข้อมูลไขว้ (cross-referenced) ระหว่างวิดีโอจากที่เกิดเหตุที่ได้รับการยืนยันแล้ว กับภาพถ่ายจากดาวเทียม เพื่อระบุพิกัดที่ตั้งของโรงเรียนประถมศึกษาแห่งนี้ พบว่าโรงเรียน Shajareh Tayyebeh ตั้งอยู่ติดกับกลุ่มอาคารที่เป็นค่ายทหารและอาคารสนับสนุนของ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประจำท้องถิ่น
โดยพื้นที่ที่ติดกับโรงเรียนประกอบด้วยคลินิกการแพทย์และร้านขายยา ซึ่งมีป้ายสัญลักษณ์ของ IRGC พร้อมข้อความระบุว่า "หน่วยบัญชาการแพทย์กองทัพเรือ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม"
นอกจากนี้ ในอาณาบริเวณที่กว้างออกไป ยังพบอาคารที่ดูเหมือนจะเป็นโรงยิมหรือพื้นที่จัดแสดงคอนเสิร์ต ซึ่งมีชื่อระบุว่า "ศูนย์วัฒนธรรมซัยยิด อัล-ชูฮาดา แห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ" ทั้งนี้ พิกัดของโรงเรียนได้รับการยืนยันตรงกันโดยเหล่านักวิจัย Osint (การสืบหาข่าวจากแหล่งข้อมูลเปิด), เครือข่ายนักเรียนอิหร่าน และ Factnameh ซึ่งเป็นบริการตรวจสอบข้อเท็จจริงภาษาฟาร์ซีที่เป็นอิสระ
อย่างไรก็ตาม ไม่มีข้อบ่งชี้ใดๆ ที่แสดงว่าโรงเรียนแห่งนี้ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร เนื่องจากอาคารเรียนและสนามเด็กเล่นมีกำแพงกั้นแยกออกจากพื้นที่ส่วนอื่นของค่าย IRGC อย่างชัดเจน นอกจากนี้ ภาพถ่ายดาวเทียมบางภาพยังสามารถมองเห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังสีสันสดใสบนกำแพงโรงเรียนได้อย่างชัดแจ้ง
ชิวา อะเมลีรัด (Shiva Amelirad) ตัวแทนจากสภาประสานงานสมาคมวิชาชีพครูอิหร่าน (เครือข่ายสหภาพครูในอิหร่าน) ซึ่งพำนักอยู่ในแคนาดา ให้สัมภาษณ์กับ The Guardian ว่า การเรียนการสอนที่นี่ไม่ได้สงวนไว้เฉพาะบุตรหลานของครอบครัวทหารเท่านั้น แต่โรงเรียนยังรับนักเรียนจำนวนมากจากชุมชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ครอบครัวไม่สามารถแบกรับค่าธรรมเนียมของโรงเรียนเอกชนได้
"เนื่องจากค่าเล่าเรียนที่นี่ถูกกว่าโรงเรียนเอกชนแห่งอื่นหลายแห่ง ประกอบกับปัญหาความแออัดในโรงเรียนรัฐบาล ทำให้ครอบครัวธรรมดาๆ จำเป็นต้องส่งบุตรหลานมาเรียนที่นี่" อะเมลีรัดกล่าว นอกจากนี้ วิดีโอช่วงแรกๆ จากจุดเกิดเหตุการทิ้งระเบิดโรงเรียน ยังเผยให้เห็นกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นจากอาคารอย่างน้อยหนึ่งแห่งในบริเวณใกล้เคียงด้วย
พิกัดที่ตั้งของโรงเรียน, กลุ่มควันในบริเวณใกล้เคียง และช่วงเวลาของการทิ้งระเบิด ซึ่งเกิดขึ้นใน การโจมตีระลอกแรก โดยกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอล ทั้งหมดนี้ล้วน เพิ่มน้ำหนักให้กับการยืนยัน ที่ว่า โรงเรียนแห่งนี้ถูกโจมตีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดการโจมตีโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่มุ่งเป้าไปยังหรือบริเวณรอบๆ ค่ายทหาร IRGC ด้านกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่ากำลัง "ตรวจสอบ" เหตุทิ้งระเบิดดังกล่าว
นาวาโท ทิม ฮอว์กินส์ (Capt Tim Hawkins)
โฆษกศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command) กล่าวว่า ทางสหรัฐฯ "รับทราบรายงานเกี่ยวกับความสูญเสียของพลเรือนที่เกิดจากการปฏิบัติการทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่ เราให้ความสำคัญกับรายงานเหล่านี้อย่างจริงจังและกำลังดำเนินการตรวจสอบ"
ขณะที่ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า กระทรวงสงคราม "จะทำการสอบสวนหากพบว่าเป็นผลจากการโจมตีของฝ่ายเรา" และย้ำว่าสหรัฐฯ "จะไม่ตั้งเป้าโจมตีโรงเรียนโดยเจตนา"
ทางการอิหร่านเริ่มออกคำสั่งให้โรงเรียนต่าง ๆ ปิดทำการทันทีหลังจากที่การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 09.40 น. อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าระเบิดพุ่งชนโรงเรียนก่อนที่คำแจ้งเตือนจะส่งไปถึงเมืองมินาบ หรือเกิดขึ้นหลังจากนั้นเพียงไม่นานจนพ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเวลาโต้ตอบ โดย อะเมลีรัด จากสภาครูระบุว่า พวกเขาได้รับแจ้งว่า "ช่วงเวลาระหว่างการประกาศปิดโรงเรียนกับวินาทีที่เกิดระเบิดนั้นสั้นมาก" ส่งผลให้ "ครอบครัวของเหล่านักเรียนยังไม่ทันเดินทางมาถึงเพื่อรับตัวลูกหลานกลับบ้าน"
เหล่าผู้ร่วมไว้อาลัยในพิธีศพของเด็ก ๆ ที่เสียชีวิตจากการโจมตี | ภาพถ่ายโดย: Anadolu/Getty Images
ขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าในบรรดาผู้เสียชีวิตทั้งหมดนั้นเป็นครูหรือบุคลากรในโรงเรียนจำนวนเท่าใด แม้ว่า Isna (สำนักข่าวสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลอิหร่าน) จะรายงานว่า ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตด้วยเช่นกัน
ขณะที่ Hengaw องค์กรสิทธิมนุษยชน ระบุว่าโดยปกติแล้วการเรียนการสอนรอบเช้าของโรงเรียนแห่งนี้จะมีเด็กนักเรียนอยู่ประมาณ 170 คน ด้านเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้ข้อมูลกับสำนักข่าว AP ว่า ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการโจมตีเมื่อวันเสาร์นั้นมีทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรของโรงเรียน
อะเมลีรัด ให้ข้อมูลกับ The Guardian เพิ่มเติมว่า จำนวนผู้เสียชีวิตนั้นมีมากเกินกว่าที่ห้องเย็นเก็บศพในท้องถิ่นจะรองรับได้ โดยระบุว่า "เนื่องจากความจุของห้องเย็นในโรงพยาบาลมีจำกัด มีรายงานว่ามีการนำ รถห้องเย็น มาใช้เพื่อเก็บรักษาร่างของผู้เสียชีวิตแทน"
หลังจากเกิดเหตุได้ไม่นาน ข้อมูลบิดเบือน (Misinformation) เริ่มแพร่สะพัดบนโลกออนไลน์ โดยบัญชีโซเชียลมีเดียบางแห่งอ้างว่าฟุตเทจของโรงเรียนนั้นเป็นวิดีโอเก่าที่ถ่ายในปากีสถาน ซึ่งข้ออ้างนี้ได้รับการ พิสูจน์แล้วว่าไม่จริง (Debunked) นอกจากนี้ บัญชีใน X หลายรายยังพยายามสร้างกระแสว่าโรงเรียนถูกถล่มโดยขีปนาวุธที่ทำงานผิดพลาดของกองกำลัง IRGC เอง แต่ภาพถ่ายของขีปนาวุธที่พวกเขานำมาอ้างเป็นหลักฐานนั้น ถูกถ่ายไว้ที่เมืองซานจาน (Zanjan) ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองมินาบถึง 1,600 กิโลเมตร
สงครามต่ออิหร่านที่นำโดยสหรัฐฯ ได้ส่งผลให้มี ยอดผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนสูงมาก โดยสมาคมสภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านระบุเมื่อวันจันทร์ว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 555 รายทั่วประเทศ ขณะที่สำนักข่าวผู้ทำกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน (HRANA) ในสหรัฐฯ ระบุว่ามีรายงานพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 742 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ได้รับการยืนยันและตรวจสอบแล้ว 85 ราย และมียอดเด็กที่เสียชีวิตรวมอยู่ถึง 176 ราย
ในแถลงการณ์ของ UNESCO ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันปกป้องโรงเรียน นักเรียน และครู พร้อมระบุว่า "การสังหารนักเรียนในสถานที่ซึ่งอุทิศให้กับการเรียนรู้นั้น ถือเป็นการละเมิดการคุ้มครองสถานศึกษาภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง"
สำหรับเมือง มินาบ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ใกล้ทะเลโอมาน ที่มีอุตสาหกรรมหลักคือเกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกอินทผลัมและสวนส้ม การสูญเสียเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ไปถึง 168 คนถือเป็นเรื่องที่ สร้างความบอบช้ำอย่างสาหัส (Devastating) "ในบรรดาเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายนั้นเป็นเด็กจากหลากหลายครอบครัว" อะเมลีรัดกล่าว "ในบางกรณี มีเด็กมากกว่าหนึ่งคนจากครอบครัวเดียวกันที่ต้องมาเสียชีวิตพร้อมกัน"
: The Guardian
โฆษณา