4 มี.ค. เวลา 06:41 • ปรัชญา

Franz Kafka : บทเรียนของมนุษย์ที่ถูกทำให้เล็กลง

มีคำกล่าวหนึ่งว่า
“บางคนเสียชีวิตตั้งแต่อายุ 25
แต่ไม่ได้ถูกฝังจนถึงอายุ 75”
มันชี้ให้เห็นความต่างระหว่าง
การมีอยู่ (to exist)
กับ
การมีชีวิต (to live)
หลายคนไม่ได้มีชีวิต
พวกเขาเพียงแค่ดำรงอยู่
ทำตามเส้นทางที่สังคมวาดไว้
และถูกเรียกว่า “คนดี”
Franz Kafka
ดูเหมือนมนุษย์ที่น่าเวทนา
เขามีพ่อที่แข็งกร้าว
บ้านที่เต็มไปด้วยอำนาจ
มากกว่าความอบอุ่น
โลกภายนอกก็ไม่ได้ดีกว่า
มันคือสังคมอุตสาหกรรม
ที่มนุษย์เป็นเพียง
ฟันเฟือง
Kafka เป็นแค่พนักงานบริษัท
และเสียชีวิตด้วยวัณโรค
ตอนอายุเพียง 40 ปี
แต่เขาไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างไร้เดียงสา
เขาสร้าง
ปรัชญาคู่ขนานกับชีวิต
กลางวันเขาเป็นพนักงาน
กลางคืนเขาเขียนความจริงของโลก
หนึ่งในงานที่ทรงพลังที่สุดคือ
The Metamorphosis
เรื่องของ
เกรกอร์ ซัมซา
พนักงานขายที่ตื่นขึ้นมา
แล้วพบว่าตัวเองกลายเป็นแมลง
มันไม่ใช่เรื่องเหนือจริง
มันคือภาพเปรียบเทียบของชีวิตมนุษย์
ในสังคมสมัยใหม่
ความแปลกแยก (Alienation)
เกรกอร์ทำงานหนัก
เพื่อเลี้ยงครอบครัว
แต่เมื่อเขาทำไม่ได้อีก
เขาก็กลายเป็น
สิ่งไร้ค่า
ทันที
ความรักที่มีเงื่อนไข
ครอบครัวของเขา
ไม่ได้เกลียดเขา
แต่พวกเขา
ต้องการเขา
ตราบใดที่เขายังทำงานได้
เมื่อเขากลายเป็นภาระ
ความรักก็หายไป
และนั่นคืออาวุธ
ที่ฆ่าเขาอย่างเลือดเย็นที่สุด
ใครกันแน่ที่เป็นแมลง
เกรกอร์ยังมีหัวใจของมนุษย์
แต่ครอบครัว
กลับสูญเสียมนุษยธรรม
Kafka จึงตั้งคำถามเงียบ ๆ
> ใครกันแน่
ที่กลายเป็นสิ่งไร้ค่า
บทเรียนที่ Kafka ทิ้งไว้
โลกสมัยใหม่
สามารถทำให้มนุษย์
กลายเป็น “สิ่งไร้ค่า”
ได้ทุกเมื่อ
เมื่อเราไม่สามารถสร้างประโยชน์
ให้ระบบอีกต่อไป
ดังนั้น
การมี ปรัชญาคู่ขนานกับชีวิต
จึงไม่ใช่เรื่องโก้เก๋
มันคือ
> หน้ากากออกซิเจน
ที่ช่วยให้มนุษย์ยังหายใจได้
ในโลกที่กำลังดูดวิญญาณเราออกไป
โฆษณา