Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Bigmama ชวนอ่าน
•
ติดตาม
4 มี.ค. เวลา 07:49 • ข่าวรอบโลก
🔻แดงเดือดทั้งเอเชีย! เปิดสถิติ 'สายสะดือน้ำมัน' ที่คนเชียร์ให้ซื้อไม่อยากบอกคุณ...
เตือนแล้วนะว่าไทยเจ็บหนักสุด!
สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เปิดพอร์ตมาหน้าจอสั่นกันไหมคะ แดงเดือดร่วงหนักระนาว โดยเฉพาะตลาดหุ้นเอเชียที่โดนเทขายร่วงแรงกว่าฝั่งอื่นๆ ในโลก หลายคนตกใจปาของทิ้งแทบไม่ทัน
แต่ถ้าใครติดตามแอดมาตลอดจะรู้เลยว่าดิฉันเคยเตือนเรื่องนี้ไว้แล้วว่า "พลังงาน" นี่แหละคือตัวแปรสำคัญที่จะชี้ชะตาตลาดหุ้นบ้านเราและเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้
วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันเลยว่า ทำไมเอเชียถึงอ่อนไหวกับเรื่องน้ำมันนักหนา และทำไมเวลาเกิดวิกฤตราคาพลังงานทีไร เอเชียถึงเจ็บหนักกว่าใครเพื่อน เตรียมสมุดจดไว้เลยนะคะ เพราะข้อมูลชุดนี้คือของจริง เป็นตัวเลขสถิติล้วนๆ ที่นักลงทุนระดับตัวแม่ต้องรู้ไว้ประดับสมองเพื่อทำความเข้าใจกลไกตลาดค่ะ
👉🏻 มาเริ่มกันที่เส้นทางเลือดใหญ่ของโลกอย่างช่องแคบฮอร์มุซกันก่อนเลยค่ะ
อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ช่องแคบนี้ก็เหมือนถนนเส้นหลักที่ใช้ขนส่งน้ำมันของโลก และรู้ไหมคะว่าน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบนี้ ถูกส่งไปหล่อเลี้ยงที่ไหนมากที่สุด คำตอบคือภูมิภาคเอเชียของพวกเรานี่แหละค่ะ
ข้อมูลในไตรมาสแรกของปีชี้ให้เห็นสัดส่วนชัดเจนมากว่า น้ำมันที่ออกจากฮอร์มุซมุ่งหน้าสู่ประเทศจีนสูงถึง 38% ตามมาด้วยอินเดีย 15% ภูมิภาคเอเชียอื่นๆ อีกร้อยละ 14% เกาหลีใต้ 12% และญี่ปุ่นอีก 11% ส่วนภูมิภาคอื่นๆ นอกเอเชียทั่วโลกรวมกันเพิ่งจะแค่ 11% เท่านั้นเองค่ะ
เห็นภาพหรือยังคะว่าเอเชียเราเสพติดน้ำมันจากตะวันออกกลางหนักหน่วงแค่ไหน แค่ช่องแคบนี้มีปัญหาหรือส่งออกไม่ได้ เอเชียก็พร้อมจะช็อกกันทั้งทวีปแล้วค่ะ
เพื่อให้เห็นภาพความคลั่งรักน้ำมันตะวันออกกลางของเอเชียลงลึกไปอีกสเต็ป เรามาดูสัดส่วนการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางกันแบบรายประเทศบ้างค่ะ
ฟิลิปปินส์นี่ตัวดีเลย มีมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบจากทั่วโลก 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่เป็นการนำเข้าจากตะวันออกกลางไปแล้วถึง 4 พันล้านเหรียญ คิดเป็นสัดส่วนการพึ่งพาตะวันออกกลางสูงปรี๊ดถึง 95%
ญี่ปุ่นก็ไม่น้อยหน้า มีมูลค่าการนำเข้าจากตะวันออกกลาง 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐจากยอดรวม 6.4 หมื่นล้านเหรียญ หรือคิดเป็น 94%
ส่วนพี่ไทยของเราก็ใช่ย่อยนะคะ เรามีอัตราการพึ่งพาน้ำมันโดยรวมที่ 69% โดยมีมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบจากทั่วโลก 2.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นการนำเข้าจากตะวันออกกลางถึง 1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนการพึ่งพาตะวันออกกลางเกินครึ่ง คือ 58% เลยทีเดียวค่ะ
ตัวเลขพวกนี้มันฟ้องชัดเจนว่าเศรษฐกิจเอเชียผูกติดอยู่กับสายสะดือน้ำมันตะวันออกกลางอย่างแยกไม่ออก‼️
👉🏻 ทีนี้ พอน้ำมันแพงขึ้นมาปุ๊บ ใครรวย ใครซวย มาดูกันค่ะ
สัจธรรมของโลกการเงินคือเมื่อมีคนเสียประโยชน์ย่อมมีคนได้ประโยชน์ ในยุคที่ราคาน้ำมันพุ่งทะยาน ประเทศที่เป็นผู้ส่งออกน้ำมันสุทธิ หรือพูดภาษาง่ายๆ ว่าผลิตได้มากกว่าที่ตัวเองใช้จนสามารถเอาไปขายทำกำไรได้ ก็รับทรัพย์กันไปเต็มๆ
อย่างรัสเซียและซาอุดีอาระเบียที่ฟันกำไรจากการเป็นผู้ส่งออกสุทธิสูงถึง 6.91 และ 6.90 ล้านบาร์เรลต่อวันตามลำดับ ตามมาด้วยแคนาดา อิรัก อิหร่าน และยูเออี
แต่ในทางกลับกัน ประเทศที่ต้องซื้อเขากินอย่างเอเชียคือผู้แพ้ในเกมนี้อย่างราบคาบ จีนกลายเป็นผู้ขาดทุนยับเยินที่สุดด้วยตัวเลขการส่งออกน้ำมันสุทธิติดลบถึง 12.11 ล้านบาร์เรลต่อวัน อินเดียติดลบ 4.89 ล้านบาร์เรลต่อวัน
อินโดนีเซียติดลบ 1.02 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่วนประเทศไทยของเราก็อยู่ในฝั่งผู้เสียเปรียบเช่นกัน โดยติดลบอยู่ที่ 0.9 ล้านบาร์เรลต่อวันค่ะ
ยิ่งน้ำมันแพง เรายิ่งต้องควักเนื้อจ่ายแพงขึ้น ต้นทุนทุกอย่างในประเทศก็พุ่งตาม นี่แหละค่ะเหตุผลที่ว่าทำไมตลาดหุ้นเอเชียถึงร่วงเอาๆ เวลาเกิดปัญหาราคาน้ำมันดีดตัว
แต่ความน่ากลัวยังไม่จบแค่นั้นนะคะ ถ้าเราเอาเรื่องของการนำเข้าพลังงานมาเทียบกับขนาดเศรษฐกิจหรือจีดีพีของแต่ละประเทศ จะยิ่งเห็นความเปราะบางของเอเชียชัดเจนขึ้นไปอีก
ข้อมูลดุลการค้าพลังงานสุทธิในเอเชียชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจเอเชียเกือบทั้งหมดเป็นผู้นำเข้าน้ำมัน จะมีรอดตัวอยู่แค่สองประเทศคือมาเลเซียและออสเตรเลียที่มีดุลการค้าพลังงานเป็นบวก นอกนั้นกอดคอกันจมน้ำหมดเลยค่ะ
👉🏻 ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น อินเดีย ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง เวียดนาม นิวซีแลนด์ จีน และอินโดนีเซีย ล้วนมีดุลการค้าพลังงานติดลบทั้งนั้น แต่ที่น่าตกใจและเจ็บปวดหัวใจที่สุดคือ ประเทศที่รั้งท้ายตาราง ดุลการค้าพลังงานติดลบหนักหน่วงที่สุดเมื่อเทียบกับสัดส่วนจีดีพี ก็คือประเทศไทยของเรานี่แหละค่ะ‼️
ดุลการค้าพลังงานสุทธิของไทยติดลบดิ่งลงไปลึกถึงระดับประมาณ 6% ของจีดีพี โดยสัดส่วนความเสียหายส่วนใหญ่มาจากการนำเข้าน้ำมันและปิโตรเลียม ตามมาด้วยก๊าซธรรมชาติ
ข้อมูลนี้แปลภาษาชาวบ้านง่ายๆ ว่า ประเทศไทยมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่อ่อนแอและพร้อมจะพังทลายจากวิกฤตพลังงานนำเข้ามากที่สุดในภูมิภาคเอเชียค่ะ
ทีนี้มาดูกันต่อถึงอนาคตของสงครามในตะวันออกกลางกันบ้างว่ามันจะลากเราไปลงนรกขุมไหนได้อีก ข้อมูลจาก Bloomberg Economics ประเมินฉากทัศน์ผลกระทบไว้สี่รูปแบบหลักๆ อย่างละเอียดเลยค่ะ
1️⃣ แบบแรก ถ้าสงครามทวีความรุนแรงขึ้นจนมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างหนัก โอกาสเกิดอาจจะอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง แต่ถ้าระเบิดตูมขึ้นมา ราคาน้ำมันจะพุ่งกระฉูดไปถึง 108 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเลยทีเดียวค่ะ
ซึ่งผลกระทบทางเศรษฐกิจคือเงินเฟ้อจะพุ่งทะยานอย่างรุนแรง การเติบโตทางเศรษฐกิจจะพังพินาศ และธนาคารกลางจะต้องวิ่งวุ่นรับมือตามการคาดการณ์เงินเฟ้อที่พุ่งปรี๊ด
2️⃣ แบบที่สองคือ สงครามยังดำเนินต่อไปแต่การโจมตีด้านพลังงานยังอยู่ในวงจำกัด ซึ่งโอกาสเกิดสูงอยู่ในระดับปานกลางถึงสูงเลยค่ะ ราคาน้ำมันจะทรงตัวแถวๆ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้เงินเฟ้อถูกดันให้สูงขึ้นระดับนึง เศรษฐกิจชะลอตัวลงบ้าง และธนาคารกลางอาจจะยังมีปฏิกิริยาโต้ตอบจำกัด ยังไม่ต้องออกแรงแทรกแซงอะไรมากนัก
3️⃣ ฉากทัศน์ที่สาม ถ้าสวรรค์มีตาเกิดการหยุดยิงขึ้นมา โอกาสเกิดอยู่ในระดับปานกลางถึงสูง ราคาน้ำมันจะร่วงลงมาอยู่ที่ 65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งผลกระทบทางเศรษฐกิจก็จะอยู่ในวงจำกัด ให้พวกเราได้หายใจหายคอกันบ้าง
4️⃣ และฉากทัศน์สุดท้ายที่โอกาสเกิดต่ำมากคือ สาธารณรัฐอิสลามล่มสลาย ถ้ารูปแบบนี้เกิดขึ้น ราคาน้ำมันก็จะอยู่ที่ 65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และมีผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จำกัดเช่นเดียวกันค่ะ
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเห็นภาพความจริงที่ซ่อนอยู่หลังกราฟหุ้นแดงๆ กันอย่างทะลุปรุโปร่งแล้วใช่ไหมคะ
เตือนแล้วใช่ไหม บอกแล้วใช่ไหม ว่าไทยกระทบหนัก แม่มมีคนหาว่า bias อีก คนที่ bias คือคนที่ตัวเลขเศรษฐกิจมันฟ้องอยู่ชัดๆ แต่ดันเชียร์ให้ซื้อต่างหากเว้ย
โลกการเงินไม่มีพื้นที่ให้คนหลอกตัวเองนะคะ ตัวเลขไม่เคยโกหกใครค่ะ และถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อ ชิปหายแน่นอน
โดย : Beauty Investor
https://www.facebook.com/share/14XhRGhPW43/
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย