4 มี.ค. เวลา 16:28 • ข่าว

โขนคืนถิ่นโยนก: บันทึกหน้าใหม่ของเชียงแสน และความหมายของคำว่า "รากเหง้า"

ในพื้นที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ที่หลายคนรู้จักในฐานะเมืองประวัติศาสตร์ที่มีร่องรอยของอาณาจักรโยนกนคร เมื่อวันที่ 2-3 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้เกิดปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนพื้นที่โบราณสถานให้กลายเป็นเวทีนาฏศิลป์ชั้นสูงที่ไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือการแสดง "โขน" ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเมือง
1. มากกว่าการแสดง คือการ "ถ่ายทอดวิญญาณศิลป์"
โครงการนี้ไม่ใช่แค่การยกคณะโขนมาโชว์ แต่คือการสร้าง "ยุวศิลปิน" ภายใต้การเคี่ยวกรำของ "ศิลปินแห่งชาติ" อย่างนางรัจนา พวงประยงค์ เยาวชนจากโรงเรียนเชียงแสนวิทยาคมและเครือข่าย ได้ผ่านการฝึกซ้อมที่เข้มข้น ทั้งบทพระ บทนาง ยักษ์ และลิง ซึ่งเป็นการฝึกระเบียบวินัยและจิตวิญญาณของนาฏศิลป์ไทยที่ต้องส่งต่อแบบตัวต่อตัว
2. เวทีที่ทรงคุณค่าที่สุด: โบราณสถานวัดป่าสัก
การใช้ "วัดป่าสัก" เป็นฉากหลังไม่ใช่แค่ความงดงามทางภาพ แต่เป็นการเชื่อมโยงอดีตและปัจจุบัน ปูนปั้นศิลปะล้านนาที่วัดป่าสักกับท่วงท่ารำโขนที่ส่งผ่านจากครูสู่ศิษย์ คือบทสนทนาทางวัฒนธรรมที่ทรงพลังที่สุด ช่วยสร้าง "ภาพจำใหม่" ให้กับเชียงแสนว่าที่นี่คือเมืองที่ไม่ได้มีเพียงอดีต แต่มีปัจจุบันที่กำลังงดงาม
3. พลังของเครือข่าย: จาก 20 หน่วยงานสู่หัวใจเยาวชน
ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากพลังบูรณาการมากกว่า 20 หน่วยงาน ซึ่งสะท้อนว่าการจะรักษาวัฒนธรรมในระดับท้องถิ่น ไม่สามารถทำได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัย "ชุมชน" ตั้งแต่โรงเรียน ไปจนถึงกลุ่มช่างฟ้อน และกลองสะบัดชัยในพื้นที่
สรุปถึงคนรักศิลปะ:
โขนวันนี้ในเชียงแสน จึงเป็นมากกว่าการแสดงเรื่องรามเกียรติ์ แต่คือการยืนยันว่า "มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้" ของมนุษยชาติ (UNESCO Intangible Cultural Heritage) จะยังคงมีชีวิตอยู่ในมือของเยาวชนไทยตราบเท่าที่เรายังคงเปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้ "ลองเล่น" และ "ลองรำ" ในพื้นที่ของเขาเอง
โฆษณา