4 มี.ค. เวลา 18:04 • ข่าวรอบโลก

เป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศไทย

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ “เร่งเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย” จากเดิมปี 2065 มาเป็น 2050 ที่เร็วกว่ากำหนดเดิมถึง 15 ปี เพื่อสอดรับกับกลไกการค้าคาร์บอนระหว่างประเทศอย่าง CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของสหภาพยุโรป
แต่การเปลี่ยนตัวเลขนี้ ไม่ได้เป็นเพียง “การขีดเส้นใหม่บนกระดาษ” มันคือแรงสั่นสะเทือนต่อทุกอุตสาหกรรมที่พึ่งพา “ความเย็น” เป็นหัวใจหลัก ตั้งแต่ระบบปรับอากาศในอาคารเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ในโรงงานอุตสาหกรรม
จากวันที่เราวัดประสิทธิภาพของระบบทำความเย็นด้วย “อุณหภูมิและความสบาย” วันนี้ตัวชี้วัดใหม่คือ “คาร์บอน” ... จากวันที่เรามีเพียงค่าไฟและค่าบำรุงรักษาเป็นภาระ
แต่ในอนาคตนั้น “ตาราง CO₂” อาจเพิ่มเข้ามาในรูปแบบ "ค่าปรับคาร์บอน" หรือ "ภาษีคาร์บอน" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า ธุรกิจใดที่พึ่งพาระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ ต้องเริ่ม “คิดใหม่ ทำใหม่” กับ Chiller Plant ของตนอย่างจริงจัง ตั้งแต่ตอนนี้
⚖️ พ.ร.บ.โลกร้อน “เครื่องมือบังคับและสนับสนุน”
พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังจะกลายเป็นกฎหมายฉบับสำคัญของไทยในการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ โดยใช้กลไกทางกฎหมายควบคู่กับแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าไปสู่ เป้าหมาย Net Zero
🔻 ข้อบังคับและบทลงโทษสำคัญ
เมื่อร่าง พ.ร.บ. มีผลบังคับใช้ (คาดภายในปี 2026-2027) ภาคอุตสาหกรรม อาคาร และธุรกิจพลังงานจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดหลัก
• ภาระรายงานและตรวจวัดคาร์บอน (MRV : Measurement, Reporting & Verification)
ผู้ประกอบการขนาดใหญ่/อาคารที่ใช้พลังงานสูง ต้องรายงาน “ข้อมูลการปล่อย–ดูดซับคาร์บอน” ต่อกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (DCC)
❗ไม่รายงาน/รายงานเท็จ : ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาท และปรับรายวันจนกว่าจะปฏิบัติถูกต้อง
• ระบบโควตาและการซื้อขายสิทธิปล่อยคาร์บอน (ETS)
รัฐจะกำหนด “เพดานการปล่อย (Cap)” รายสาขา หากปล่อยเกิน ต้อง ซื้อเครดิตคาร์บอน หรือจ่ายภาษีคาร์บอน
❗ฝ่าฝืน/ปล่อยเกินโดยไม่ชดเชย จะถูกปรับเป็น อัตราสูงสุดตามมูลค่าคาร์บอนที่เกินจริง (อยู่ระหว่าง 500–1,000 บาท/ตัน CO₂e ในร่างเบื้องต้น)
ป.ล. กลุ่มอาคาร/ระบบปรับอากาศ (Chiller/HVAC) จะเข้าในเฟส 2–3 ของ ETS (2029–2032)
• ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax)
เริ่มเก็บจากกิจกรรมที่ปล่อยก๊าซมาก เช่น พลังงาน, อุตสาหกรรม, ขนส่ง, และการใช้สาร HFC เริ่มต้นที่ 300–500 บาทต่อตัน CO₂e และขยับขึ้นเรื่อยๆ ระบบทำความเย็น ที่ใช้ไฟมากหรือมีสารรั่วไหล จะถูกคิดรวมในต้นทุนภาษีนี้ด้วยโดยอัตโนมัติ
• การควบคุมสารทำความเย็นและของเสีย
ต้องมีระบบ กู้คืน/เก็บ/ทำลายสารทำความเย็นตามมาตรฐาน
❗หากรั่วไหลโดยไม่รายงาน ปรับทางปกครองตามปริมาณ GWP ที่ปล่อย (หลักหมื่น–แสนบาท/ครั้ง) หรือ ไม่มีระบบ Leak Detection / Recovery Port เข้าข่ายผิดมาตรฐานทางเทคนิค
• บทลงโทษเชิงธุรการ
❗ หากไม่ปฏิบัติตาม “แผนลดคาร์บอนขององค์กร” รัฐมีอำนาจ ระงับกิจการชั่วคราว/ไม่ต่อใบอนุญาต/งดสิทธิ์รับเงินสนับสนุนรัฐ
💚 ประโยชน์และแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ
• Climate Change Fund
ใช้สนับสนุนโครงการลดคาร์บอน เช่น การเปลี่ยนระบบชิลเลอร์ประสิทธิภาพสูง การทำ ESCO/CaaS/Green Retrofit/Heat Recovery โดยองค์กรที่รายงานคาร์บอนได้ถูกต้อง จะมีสิทธิ์ขอรับก่อน
• คาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจ (T-VER)
ทุกโครงการที่ลดพลังงาน/คาร์บอนได้จริง สามารถขึ้นทะเบียนเพื่อรับ Carbon Credit เพื่อนำไปขายต่อภาคอุตสาหกรรม หรือบริษัทในตลาด ESG เช่น การปรับปรุง Chiller Plant ที่สามารถลดพลังงานได้ 30% จะสามารถนำมาคำนวณเป็นเครดิตขายได้เงินจริง
• สิทธิประโยชน์ทางภาษีและไฟแนนซ์สีเขียว
โครงการที่ลดคาร์บอนผ่านการปรับปรุงระบบพลังงาน จะได้รับ การลดหย่อนภาษี/ค่าธรรมเนียม เข้าถึง Green Loan/ESG Finance ง่ายขึ้น รวมถึง สถาบันการเงินหลายแห่ง เตรียมเปิด Green Loan สำหรับโครงการต่างๆ ที่สามารถลดพลังงาน
• แต้มต่อทางการค้า (CBAM Ready)
ธุรกิจที่มีคาร์บอนต่ำ ผ่านการรายงาน MRV จะสามารถส่งออกไป EU ได้ ผ่าน CBAM โดยไม่ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม และได้คะแนน ESG ที่สูงขึ้น เพิ่มโอกาสในตลาดต่างประเทศ
🔧 ร่าง พ.ร.บ.ใหม่ ส่งผลกระทบต่อวงการ HVAC อย่างไรบ้าง ?
เครื่องทำน้ำเย็น หรือ ชิลเลอร์ (Chillers) ที่คุณลงทุนไปเมื่อหลายปีก่อน อาจจะยังคงทำงานได้ดีตามมาตรฐานในวันนี้ แต่มันกำลังกลาย Stranded Assets ที่จะสร้างต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้นอย่างมหาศาล ภายใต้แรงกดดันของ ETS และภาษีคาร์บอนในอนาคตอันใกล้
นี่คือผลกระทบทั้งหมดจากการวิเคราะห์จากร่าง พรบ. และแนวโน้มข้อบังคับระดับสากล ที่จะเป็นตัวแปรให้คุณต้องตัดสินใจ "เปลี่ยนแปลง"
1) มาตรฐานพลังงานที่เข้มข้นมาไวกว่าที่คิด
• เกณฑ์ MEPS / BEC / อาคารเขียว จะถูกยกเครื่องให้สอดรับเส้นทาง Net Zero เร็วกว่าที่คาด ไม่ใช่แค่ COP ของเครื่องเดียว แต่รวมถึง ประสิทธิภาพทั้งระบบ
• การบังคับใช้ LCCA และ Carbon Footprint เข้ามาใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ ทำให้ผู้ผลิต/ติดตั้งต้องมี ข้อมูลพลังงานจริง (M&V) และ เอกสารสิ่งแวดล้อมที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
💡 ผู้ผลิตงเร่งพัฒนา HEC (High Efficiency Chiller) ส่วนผู้ออกแบบและติดตั้งต้อง โฟกัส การออกแบบระบบรวมให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
2) ตลาด Retrofit/ESCO/CaaS โต กระตุ้น “ประสิทธิภาพทั้งระบบ”
การเร่งเป้า 2050 จะเร่งดีมานด์งาน Retrofit หรือ การปรับปรุงระบบชิลเลอร์ ทั้งการเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์, ติด VFD, ปรับอุณหภูมิน้ำ และใช้ระบบ BMS + Fault Detection เพื่อให้ได้ kW/ton ต่ำลงอย่างเป็นรูปธรรม
แต่ละหรับธุรกิจที่ไม่มีทุนเปลี่ยนระบบเองจะหันไปใช้โมเดลใหม อย่าง ESCO และ CaaS โดย ESCO ที่เข้ามาลงทุนและแบ่งปันผลประหยัดพลังงาน และ CaaS (Cooling as a Service) ที่จ่ายค่าความเย็นตามจริง โดยไม่ต้องลงทุนชิลเลอร์ใหม่
💡 ผู้ให้บริการ ESCO และ CaaS ที่รับประกันผลประหยัดได้ จะกลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาด HVAC
3) สารทำความเย็น “เปลี่ยนไทม์ไลน์” ให้เร็วขึ้น
แม้ไทยเดินตาม Kigali Amendment (Freeze HFCs ปี 2024 และลดลง 10% ปี 2029) แต่การเร่ง Net Zero จะเร่งการเปลี่ยนไปใช้สาร GWP ต่ำ ( HFO/สารทำความเย็นธรรมชาติ) เร็วกว่ากำหนด เช่น ในงานห้องเย็น จาก R404A สู่ R448A
💡 ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องเร่งปรับพอร์ตสินค้า บริการ และอะไหล่ให้รองรับสารทำความเย็นรุ่นใหม่ รวมถึงผู้ติดตั้งที่ต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการจัดการสารทำความเย็นรุ่นใหม่
4) ราคาไฟผันผวน แต่ “คาร์บอนต่อหน่วย” ลดลง
• แผน PDP ใหม่ :
แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) จะถูกเร่งรัดให้เสร็จสิ้นภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยจะเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน และโครงการ Carbon Capture, Utilization and Storage (CCUS) มากขึ้น
💡 แม้ "คาร์บอนต่อ kWh" จะลดลงในระยะยาว แต่ต้นทุนไฟฟ้าในช่วงเปลียนผ่านจะผันผวนสูง ธุรกิจควรลงทุนใน Demand Response, Thermal Storage และยกระดับประสิทธิภาพของชิลเลอร์แพลนต์ให้ยืดหยุ่นต่อราคาพลังงาน
5) คาร์บอนเครดิต/ETS/ภาษีคาร์บอน = แรงจูงใจทางการเงิน
ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะเปิดกลไกสำคัญที่จะสร้างแรงจูงใจทางการเงินโดยตรง ทำให้ kWh ที่ประหยัด และทุก ตัน CO₂ ที่ลดได้ จะถูกแปลงเป็นเงินหรือเครดิตคาร์บอนได้จริง
• Climate Fund : เงินกู้สีเขียว
• ETS (Emission Trading System) : ซื้อขายสิทธิการปล่อย
และภาษีคาร์บอน หากกลไกเหล่านี้เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม จะทำให้ “ทุก kWh และทุกกิโลคาร์บอนที่ประหยัดได้” แปลงเป็นเงินหรือ
• Carbon Tax ภาษีสำหรับหน่วยคาร์บอนที่ปล่อยเกิร
💡ดีล ESCO/CaaS/District Cooling มีความคุ้มทุนที่เร็วขึ้น เพราะการลดคาร์บอนนำมาซึ่งผลตอบแทนที่จับต้องได้
6) ดีมานด์ “ความร้อนจากความเย็น”
เทรนด์ Heat Recovery/Heat Pump เช่น การใช้ความร้อนจากความเย็น จะถูกผลักดัน โดยนำพลังงานส่วนเกินจากชิลเลอร์มาใช้ผลิตน้ำร้อน แทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
7) เอกสารต้อง “ลึก โปร่งใส และตรวจสอบได้”
ระบบ ETS และ Carbon Accounting จะทำให้อาคารต้องเก็ยข้อมูลจริง เช่น kW/ton แบบ Realtime, Hourly Load Profile, Trend Data, Commissioning Report เพื่อรองรับการตรวจสอบโดยบุคคลที่สาม และเข้าถึง Green Finance ได้ง่ายขึ้น
🚀 แนวทางการรับมือเบื้องต้น (Net Zero สู่ Net Action)
ในระบบปรับอากาศและทำความเย็น โดยเฉพาะ Chiller Plant ซึ่งเป็นหัวใจของการใช้พลังงานกว่า 40–60% ของอาคารและโรงงาน การปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจึงเป็นวิธีที่เห็นผลเร็วและตรงจุดที่สุด ไม่เพียงช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้มหาศาล แต่ยังลดต้นทุนคาร์บอนที่กำลังจะกลายเป็นภาระใหม่ในอนาคตอันใกล้
แต่ก็มักเป็น “การลงทุนก้อนใหญ่” ที่หลายองค์กรยังลังเล เพราะไม่ใช่ทุกองค์กรจะพร้อมลงทุนในทันที
𝗔𝗱𝘃𝗮𝗻𝗰𝗲 𝗖𝗼𝗼𝗹 𝗧𝗲𝗰𝗵𝗻𝗼𝗹𝗼𝗴𝘆 เราดำเนินงานในฐานะ สมาชิก ESCO อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีสิทธิ์ดำเนินโครงการอนุรักษ์พลังงานและให้บริการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบอย่างครบวงจร ตั้งแต่การ สำรวจ วิเคราะห์ ออกแบบ ติดตั้ง ปรับแต่งระบบ ไปจนถึงการวัดผลประสิทธิภาพหลังดำเนินงานจริง
เราจึงขอนำเสนอโซลูชั่น CaaS (Cooling as a Service) และ ESCO Model ซึ่งเราจะ ลงทุน ปรับปรุง และรับความเสี่ยงแทนลูกค้า โดยลูกค้าจ่ายเฉพาะ “ค่าความเย็นตามการใช้งาน” หรือ “ส่วนแบ่งจากพลังงานที่ประหยัดได้จริง”
ทำความรู้จัก Esco เพิ่มเติม : https://www.advance-cool.com/blogdetail?ref=S0149
ทุกโครงการจะถูกตรวจวัดและยืนยันผล (M&V) ภายใต้การรับรองมาตรฐาน PMVA เพื่อยืนยันว่าการประหยัดพลังงานและการลดคาร์บอนที่รายงานนั้น “ตรวจสอบได้ โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล” ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่า ทุกบาทที่จ่ายเพื่อประสิทธิภาพพลังงาน จะสะท้อนกลับมาเป็น “พลังงานที่ลดลงจริง” และ “คาร์บอนที่หายไปจริง”
ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาได้ตั้งแต่วันนี้
Line id : @advancecool หรือคลิก https://lin.ee/Uv6td2a
#NetZero #ChillerPlantUpgrade #ปรับปรุงระบบChiller #CaaS #Coolingasaervice #ACT #EnergyEfficiency #ลดต้นทุน #ประหยัดพลังงาน #Chiller #ชิลเลอร์ #HVAC #ESCO #PMVA
โฆษณา